รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย

การเขียนรายงานการวิจัยเชิงคุณภาพ

การเขียนรายงานการวิจัยเชิงคุณภาพ รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย สาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช           การเขียนรายงานการวิจัยเป็นการบอกเล่าถึงวิธีการทำวิจัยตามขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการวิจัย การบอกเล่าถึงการวิจัยนี้จะต้องกระทำอย่างเป็นระบบตามรูปแบบที่เป็นทางการตามระเบียบวิธีวิจัยด้วยภาษาทางวิชาการ รายงานการวิจัยจะใช้เป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงสิ่งที่นักวิจัยค้นพบจากการศึกษา/วิจัยโดยใช้วิธีการเขียนแบบบรรยายเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เพื่ออธิบาย หรือบ่งชี้สิ่งที่ค้นพบจากการวิจัยซึ่งจะเป็นทั้งความรู้ที่เกิดขึ้นใหม่ หรืออาจเป็นความรู้เพิ่มพูนจากความรู้เดิมที่เคยมีอยู่แล้วให้กว้างขวางยิ่งขึ้น หรืออาจเป็นสิ่งที่ยืนยันความรู้ที่มีอยู่แล้วว่าเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้ รวมทั้งความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในด้านต่างๆ สำหรับบุคคล องค์การ หรือสังคม          ในการเขียนรายงานการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นการนำเอาผลการวิเคราะห์มาเขียนคำอธิบายถึงคำตอบสำหรับปัญหาหรืออธิบายปรากฏการณ์ที่นักวิจัยสนใจได้ทำการวิจัยไปแล้ว ในการเขียนรายงานการวิจัยจะใช้วิธีการที่เรียกว่าวิธีอุปนัย(induction)ที่เริ่มจากการสังเกต(observation)  การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม หรือการค้นคว้ารวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เป็นการหาข้อเท็จจริงที่เป็นส่วนย่อยๆ แล้วนำมารวมกลุ่มกันในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง(pattern)  แล้วนำมาทดสอบข้อสันนิษฐานที่อาจเป็นไปได้(tentative hypothesis) ตามที่กำหนดไว้ในเบื้องต้น(ถ้ามี) แล้วสรุปเป็นหลักการหรือทฤษฎี(theory)ทั่วไป การเขียนรายงานวิจัยเชิงคุณภาพนั้นนิยมที่จะเขียนเป็นภาษาพูดมากกว่าการเขียนที่เป็นทางการหรือภาษาเขียน ทั้งนี้เนื่องจากต้องการแสดงข้อมูลที่เป็นคำพูด ข้อคิดเห็น ทัศนะของผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวกับสิ่งที่ศึกษา  ทั้งนี้สิ่งที่นักวิจัยต้องระลึกอยู่เสมอก็คือการเขียนบรรยายความนั้นต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ รัดกุม เพราะจะมีผลต่อการตีความหรือการแปลความหมายของข้อมูลของผู้อ่านรายงานวิจัยได้          ในการเขียนบรรยายผลการวิจัยนั้นนักวิจัยจะต้องเขียนให้สอดคล้องกับประเภทของวิจัยด้วย เพราะว่าการวิจัยเชิงคุณภาพแต่ละประเภทมีอัตลักษณ์ของตนเอง เช่น การวิจัยแบบใช้เรื่องเล่าหรือการเล่าเรื่องราว(Narrative) รายงานการวิจัยก็ควรเขียนโดยใช้วิธีการเขียนแบบเล่าเรื่อง อาจเป็นการเล่าเรื่องตามระยะเวลาที่เกิดเรื่องราวขึ้นจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันเป็นต้น         […]

203 total views, 1 views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL

ประเภทของการวิจัยเชิงคุณภาพ

ประเภทของการวิจัยเชิงคุณภาพ รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย สาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช        การวิจัยเชิงคุณภาพนั้น ในทางวิชาการสามารถแบ่งได้ประเภทของการวิจัยชนิดนี้ได้หลายประเภทแล้วแต่ว่าจะใช้สิ่งใดเป็นเกณฑ์ในการจำแนกประเภท เช่น          John W. Cresswell จัดแบ่งไว้ 5 ประเภทได้แก่ 1) narrative research, 2) phenomenology, 3) grounded theory, 4) ethnography และ 5) the case study.          สำหรับ Sharan B. Merriam[1] แบ่งไว้ 6 ประเภทได้แก่ 1) basic qualitative research, 2) phenomenology, 3) grounded theory,4) […]

204 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL

การเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยเชิงคุณภาพ

การเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยเชิงคุณภาพ รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย สาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช การเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยเชิงคุณภาพ           คงมีใครหลายคนที่คุ้นเคยกับการวิจัยเชิงปริมาณและต่างมีประสบการณ์กับการวิจัยประเภทนี้ว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถใช้แสวงหาความรู้ในปัญหาหรือปรากฏการณ์ที่สนใจศึกษาให้รู้ว่าปัญหาหรือปรากฏการณ์นั้นๆ เกิดจากปัจจัยใดโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยที่มีคุณลักษณะเฉพาะ เช่น การสร้างกรอบแนวคิดวิจัยที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของแนวคิด หลักการ และทฤษฎี ตลอดจนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การดำเนินการสร้างเครื่องมือและเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการทางสถิติ การแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูล การนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ ฯลฯ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามวิธีวิทยาของการวิจัยเชิงปริมาณ          อย่างไรก็ตามบางครั้งบางกรณีอาจมีปัญหาบางปัญหา หรือมีปรากฏการณ์บางอย่างที่อาจมีผู้ที่สนใจศึกษาจำนวนน้อย มีหรือข้อสรุปจากผลการวิจัยที่ยังไม่ชัดเจน หรืออาจไม่เคยมีการศึกษาในเรื่องนั้นๆ มาก่อน ดังนั้นจึงเป็นการยากที่นักวิจัย หรือผู้ที่สนใจศึกษาจะสร้างกรอบแนวคิดวิจัยและดำเนินการวิจัยได้คำตอบสำหรับปัญหาหรือคำอธิบายปรากฏการณ์ได้อย่างถูกต้องและเป็นที่ยอมรับในแวดวงทางวิชาการ ดังนั้นเพื่อแสวงหาคำตอบหรือคำอธิบายปรากฏการณ์ที่นักวิจัยสนใจศึกษาได้ นักวิจัยอาจเลือกใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความจริงได้          สำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพนั้น เป็นวิธีการสรรค์สร้างความรู้ความจริงที่ใช้เพื่อสำรวจ บุกเบิก และทำความเข้าใจปรากฏการณ์ใดๆ ที่สนใจใคร่รู้ เริ่มต้นด้วยการกำหนดคำถามอย่างกว้าง ๆ รวบรวมข้อมูลหลักฐานที่สะท้อนมุมมองของผู้เข้าร่วมการวิจัยในรูปของถ้อยคำหรือรูปภาพ แล้ววิเคราะห์โดยใช้วิธีพรรณนา และสืบเสาะหาแบบแผน หรือแกนเรื่อง(patterns/themes)ที่เผยออกมาจากการตีความหมายและการสะท้อนกลับ(reflection) ของนักวิจัย และนำเสนอรายงานผลการศึกษาวิจัยในรูปแบบที่ยืดหยุ่นและแสดงให้เห็นถึงการตระหนักต่อความลำเอียงในทัศนะ/มุมมองของนักวิจัยเพื่อให้การวิจัยเชิงคุณภาพให้คำตอบสำหรับปัญหาวิจัย หรือให้คำอธิบายสำหรับปรากฏการณ์ที่ตามความสภาพความเป็นจริง นักวิจัยจำเป็นต้องมีแผนการวิจัยก่อนดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมขึ้นก่อน แผนการวิจัยเชิงคุณภาพสามารถเขียนได้ในรูปแบบของข้อเสนอโครงการวิจัย   […]

126 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL

วิจัยถอดบทเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริการจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะเขือ อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น

วิจัยถอดบทเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริการจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะเขือ อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัยและอาจารย์เพ็ญศรี มีสมนัย ๑. ผลสำเร็จในการบริหารจัดการ           สำหรับผลสำเร็จในการบริหารจัดการขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะเขือ อำเภอพล จังหวัดขอนแก่นเกิดจากการดำเนินงานที่มุ่งเน้นความโปร่งใสและการยึดถือกฎหมายในการปฏิบัติงาน การมีส่วนร่วมของประชาชน เครือข่ายความร่วมมือ และการกระจายอำนาจให้ชุมชนจัดการตนเอง การปรับปรุงภารกิจ การลดขั้นตอน และการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพและการให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากร เน้นประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ในการให้บริการประชาชน และสร้างความพึงพอใจให้แก่ประชาชน สามารถสรุปผลสำเร็จในการบริหารจัดการได้เป็น ๔ ประเด็นหลัก กล่าวคือ           ๑) ผลสำเร็จด้านการบริหารจัดการ ในการบริหารจัดการบริการสาธารณะตามพันธกิจของ อบต.หนองมะเขือประสบผลสำเร็จในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้                    (๑) ความโปร่งใสและการยึดถือกฎหมายในการปฏิบัติงาน องค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะเขือดำเนินการโดยยึดหลักความโปร่งใสและยึดถือกฎหมายในการปฏิบัติงานโดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างได้มีการจัดประชุมชี้แจงเพื่อซักซ้อมแนวปฏิบัติในการทำงานของคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมกันนั้นก็ได้ทำการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างพร้อมกับจัดให้มีโครงการหรือกิจกรรมส่งเสริมการทำงานด้านความโปร่งใส รวมทั้งการบริหารและดำเนินงานศูนย์ข้อมูลข่าวสารของ อบต. โดยได้จัดให้มีสถานที่ตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก มีกาจัดตั้งคณะทำงานศูนย์ข้อมูลข่าวสารและมีการจัดทำแผนพัฒนาศูนย์ข้อมูลข่าวสารพร้อมกับมีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน/ขั้นตอนการให้บริการประชาชน   […]

144 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL

การวิจัยถอดบทเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริการจัดการที่ดีประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ : กรณีศึกษาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

การวิจัยถอดบทเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริการจัดการที่ดีประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ : กรณีศึกษาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัยและอาจารย์เพ็ญศรี มีสมนัย ๑. ผลสำเร็จในการบริหารจัดการ           สำหรับผลสำเร็จในการบริหารจัดการของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดเกิดจากการดำเนินงานที่มุ่งเน้นด้านความโปร่งใสและการยึดถือกฎหมายในการปฏิบัติงาน การมีส่วนร่วมของประชาชน เครือข่ายความร่วมมือ และการกระจายอำนาจให้ชุมชนจัดการตนเอง การปรับปรุงภารกิจ การลดขั้นตอน และการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพและเน้นที่ความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรบริหาร ประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ในการให้บริการประชาชน และการยึดมั่นกับความพึงพอใจของประชาชน สามารถสรุปได้ดังนี้ ๑) ผลสำเร็จด้านการบริหารจัดการ การบริหารจัดการบริการสาธารณะตามพันธกิจที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยเทศบาลและกฎหมายว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดได้ประสบผลสำเร็จในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้                     (๑) ความโปร่งใสและการยึดถือกฎหมายในการปฏิบัติงาน เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดดำเนินการบริหารงานตามพันธกิจโดยยึดหลักความโปร่งใสและยึดถือกฎหมายในการปฏิบัติงานโดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น จัดให้มีการประชุมชี้แจงเพื่อซักซ้อมแนวปฏิบัติในการทำงานของคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง การจัดการอบรมพนักงานเทศบาลเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและสามารถนำไปปฏิบัติงานได้ถูกต้องนอกจากนี้เทศบาลยังได้คัดเลือกผู้แทนชุมชนเป็นคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมกันนี้ก็ได้แจ้งให้หน่วยงานในสังกัดทราบและยึดถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานภาครัฐอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดที่ผ่านมาอย่างโปร่งใสยังไม่เคยถูกชี้มูลความผิดใดๆ โดยหน่วยตรวจสอบ เช่น สตง. เป็นต้น                     (๒) การมีส่วนร่วมของประชาชน เครือข่ายความร่วมมือ และการกระจายอำนาจให้ชุมชนจัดการตนเอง ในส่วนนี้เทศบาลสามารถสร้างการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนในการประชุมประชาคมเพื่อการวางแผนพัฒนาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และมีส่วนร่วมของประชาชยในการประชุมสภาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบผลการดำเนินงานของเทศบาลอีกด้วย พร้อมกันนี้เทศบาลยังได้ดำเนินการร่วมกับ อปท. หรือองค์กรอื่นๆ […]

91 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL

(ภาษาไทย) การสร้างความสุขในการทำงาน

การสร้างความสุขในการทำงาน รศ.ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย/Mr.chaloemphong Misomnai Ph.D. การสร้างความสุขในการทำงานนั้นเชื่อกันว่าเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บริหารองค์การ เช่น หัวหน้าชั้นต้น ผู้บริหารระดับกลางและผู้บริหารระดับสูงขององค์การเป็นผู้ที่สามารถดลบันดาลให้เกิดขึ้นได้ อาจทำได้โดยการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน การสร้างความเป็นกันเองระหว่างผู้บริการกับผู้ปฏิบัติงานและระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกันเอง การจัดผังการทำงานที่เหมาะสมกับลักษณะงาน การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงาน เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานให้เพียงพอและพร้อมที่จะใช้งาน การฝึกอบรมและพัฒนาผู้ปฏิบัติงานให้มีความรู้ ทักษะ ทัศนคติ และสมรรถนะอย่างเพียงพอที่จะนำมาใช้ในการปฏิบัติงานได้เป็นผลสำเร็จ เป็นต้น การดำเนินการของผู้บริหารองค์การดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้และทักษะในงานที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติ เกิดความสะดวกสบายในการทำงาน มีความพึงพอใจในการทำงาน พอใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงาน มีความสุขเมื่องานที่ปฏิบัติสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย ฯลฯ การดำเนินการของผู้บริหารดังกล่าวเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความสุขในการทำงานให้พนักงานได้ อย่างไรก็ตามการทำงานให้มีความสุขนั้นนอกจากผู้บริหารจะเป็นผู้สร้างให้เกิดขึ้นได้แล้ว ผู้ปฏิบัติงานเองก็สามารถที่จะสร้างความสุขในการทำงานให้เกิดขึ้นได้ด้วยตนเองเช่นเดียวกัน เช่น การที่ผู้ปฏิบัติงานมีความรื่นรมย์งาน สถานที่ทำงานและเพื่อนร่วมงาน มีอารมณ์สุขสันต์หรรษากับงานที่ทำ มีความรู้สึกเป็นสุขกับสิ่งที่ดีงาม มีความเพลิดเพลินสนุกสนานกับงานที่รับผิดชอบ เลื่อมใสศรัทธาในสิ่งตนเองกระทำ รับรู้ถึงความดีงามและคุณประโยชน์ของงานที่ทำ เป็นต้น ความหมายและความสำคัญของการสร้างความสุขในการทำงาน เมื่อกล่าวถึงความสุขในการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน จะเป็นสิ่งที่เข้าใจตรงกันว่าหมายถึง “การรับรู้ของผู้ปฏิบัติงานที่มีต่อการทำงาน มีความรู้สึกพึงพอใจในการทำงานที่ตนเองรับผิดชอบ รวมถึงมีอารมณ์และความรู้สึกที่แสดงออกทั้งด้านบวกและด้านลบจากการใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำงาน รู้สึกว่าการกระทำและตนเองมีคุณค่า รู้สึกสนุกสนานกับงานที่ทำ มีความมุ่งมั่น มานะพยายามที่จะทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย” จากความหมายดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การทำงานอย่างมีความสุขนั้นเป็นความรู้สึกของพนักงานที่สนุกสนานเมื่อได้ทำงาน มีความพึงพอใจในงานที่ทำ รักงาน รักหน้าที่การงาน รักอาชีพ รักองค์กร […]

183 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL

(ภาษาไทย) การจัดทำงบประมาณของประเทศไทย

แนวปฏิบัติในการจัดทำงบประมาณของประเทศไทย ดังได้กล่าวไว้แล้วว่าเมื่อจะเริ่มจัดทำงบประมาณประจำปี สำนักงบประมาณจะจัดทำปฏิทินงบประมาณและข้อแนะนำในการจัดทำงบประมาณประจำปีนั้นๆ เพื่อแจ้งให้ส่วนราชการต่างๆ ทราบ ปกติจะจัดทำปฏิทินงบประมาณและแจ้งส่วนราชการประมาณต้นเดือนพฤศจิกายนในแต่ละปี ซึ่งปฏิทินงบประมาณเป็นใบแจ้งกำหนดเวลาในการจัดทำงบประมาณของฝ่ายบริหารโดยจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับช่วงเวลาและกิจกรรมที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและและหน่วยงานภาครัฐอื่นที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตั้งแต่ต้นจนจบและเสร็จตามกำหนดการที่กำหนดไว้ในปฏิทินงบประมาณ การที่ต้องจัดทำปฏิทินงบประมาณนั้นก็เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสถาบันการคลังต่างๆ เช่น สำนักงบประมาณ ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง และคณะรัฐมนตรีได้ทราบว่าในแต่ละช่วงเวลาจะมีกิจกรรมใดบ้างที่ต้องปฏิบัติและยังใช้ปฏิทินงบประมาณเป็นเครื่องมือในการติดตามเร่งรัดการจัดทำงบประมาณให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ ทั้งนี้เพราะในแต่ละปีจะมีเวลาในการจัดทำงบประมาณเพียง 9 เดือน หากกิจกรรมใดๆ จัดทำล่าช้าไปจะทำให้รัฐบาลไม่สามารถเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ……ต่อรัฐสภาได้ภายในระยะเวลาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ได้ ในการแจ้งปฏิทินงบประมาณนั้น สำนักงบประมาณจะมีหนังสือแจ้งข้อแนะนำในการจัดทำ งบประมาณทั้งในด้านรายได้และรายจ่ายให้รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องได้ทราบเพื่อจะได้ใช้เป็นแนวทางในการจัดทำงบประมาณ เช่น ในปีงบประมาณ 2561 นั้น ปฏิทินงบงบประมาณจะเริ่มในวันที่ 11 ตุลาคม 2559 คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบการกำหนดแนวทางการจัดทำงบประมาณและปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561และจะไปสิ้นสุดในวันที่ 7 กันยายน 2560 จากนั้นสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2561 ขึ้นทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อลงพระปรมาภิไธยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป สำหรับกระบวนการจัดทำงบประมาณมีกิจกรรมหลักที่จะต้องดำเนินการ 3 กิจกรรม ได้แก่ การจัดทำงบประมาณ การอนุมัติงบประมาณของรัฐสภา และการบริหารและการควบคุมงบประมาณ โดยแต่ละกิจกรรมมีวิธีปฏิบัติโดยสรุปดังนี้ 1. การจัดทำงบประมาณ […]

132 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL

(ภาษาไทย) กระบวนการงบประมาณและการบริหารงบประมาณ

กระบวนการงบประมาณและการบริหารงบประมาณ การจัดทำงบประมาณนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลจำเป็นต้องเป็นผู้จัดทำเพราะงบประมาณเป็นการวางแผนที่รัฐบาลจะดำเนินการไว้ล่วงหน้าเป็นเวลา 1 ปี (1 ตุลาคม – 30 กันยายน ของปีถัดไป)พร้อมกับงบประมาณที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินการตามแผน ดังนั้น ในทางการบริหารการคลังสาธารณะถือว่างบประมาณเป็นทั้งการวางแผนด้านการใช้จ่ายและการจัดหารายได้เพื่อให้การทำหน้าที่ทางเศรษฐกิจของรัฐบาลเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยทั่วไปแล้วงบประมาณประจำปีจะประกอบด้วย คำแถลงประกอบงบประมาณแสดงฐานะและนโยบายการคลังและการเงินของประเทศ สาระสำคัญของงบประมาณและความสัมพันธ์ระหว่างรายรับและงบประมาณรายจ่ายที่ขอตั้ง รายรับ-รายจ่ายเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาหรือบางรายการอาจเปรียบเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา คำอธิบายเกี่ยวกับประมาณการรายรับว่ารัฐบาลจะมีรายได้จากอะไรบ้าง เช่นรายได้จากภาษีอากร รายได้จากรัฐพาณิชย์ จากการขายสิ่งของและบริการ และรายได้อื่น และในกรณีที่รัฐบาลใช้นโยบายขาดดุลงบประมาณก็ต้องระบุด้วยว่าจะก่อหนี้สาธารณะอย่างไร มากน้อยแค่ไหน พร้อมกับวัตถุประสงค์และทิศทางในการใช้จ่ายงบประมาณ คำชี้แจงเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายที่ขอตั้ง รายงานการรับ-จ่ายเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้เพื่อช่วยราชการ รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ฯลฯ กระบวนการจัดทำงบประมาณนั้นในทัศนะของ Robert D. Lee, Donald W. Johnson and Philip G. Joyce. (2013:117) เห็นว่าวงจรงบประมาณจะประกอบการดำเนินการในระยะต่างๆ 4 ระยะ คือ (1) การจัดเตรียมและการเสนองบประมาณ (preparation and submission), (2) การขออนุมัติงบประมาณ (approval) (3) การบริหารงบประมาณ (execution) […]

177 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL
TOP