รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล

การคำนวณค่าบริการนำเที่ยว

การคำนวณราคาค่าบริการนำเที่ยว จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบของบริการเป็นสิ่งสำคัญ ได้แก่ (ราณี อิสิชัยกุล, 2547) 1. ค่าขนส่ง (Transportation) ประกอบด้วยค่าคมนาคมขนส่งหรือค่าเดินทางจากการใช้ยานพาหนะทุกชนิด ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ รวมทั้งค่าจ้างในการบริการส่งถ่าย (Transfer) ทั้งการรับเข้า (Transfer In) และการส่งออก (Transfer Out) ระหว่างสนามบิน ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว 2. ค่าที่พัก (Accommodation) คือค่าบริการที่พักค้างคืนทั่วไป เช่น โฮมสเตย์ รีสอร์ท บังกาโลว์ หรือที่พักอื่น ๆ 3. ค่าอาหาร (Meal) คือ ค่าอาหารทุกมื้อที่จัดบริการนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นรับประทานที่ร้านอาหาร หรือนำไปรับประทานที่อื่น ค่าน้ำ ขนม ของว่าง เป็นต้น 4. ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ (Entrance/admission Fee) เช่น ค่าธรรมเนียม เข้าชมโบราณสถาน อุทยานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ ค่าเข้าชมการแสดง […]

116 total views, 1 views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล | รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล
DETAIL

การกำหนดขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว

การกำหนดขีดความสามารถในการรองรับของแหล่งท่องเที่ยว หมายถึง ปริมาณนักท่องเที่ยว รูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยว/กิจกรรมนันทนาการ และระดับการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกที่ในแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งจะสามารถรองรับได้ โดยไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศของแหล่งท่องเที่ยว และประสบการณ์นันทนาการที่นักท่องเที่ยวควรจะได้รับจากการไปท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวนั้น ๆ (วนศาสตร์ 2542) ด้านการท่องเที่ยว (Tourism Carrying Capacity: TCC) หมายถึง จำนวนคนสูงสุดที่อาจไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวในช่วงเวลาเดียวกัน โดยไม่สร้างความเสียหายหรือความเสื่อมโทรมต่อสิ่งแวดล้อมทางชีวกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และไม่ทำให้ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวลดน้อยลงในระดับที่ยอมรับไม่ได้ ประเภทของขีดความสามารถรองรับได้ ขีดความสามารถในการรองรับได้ด้านนันทนาการในแหล่งท่องเที่ยว ทางธรรมชาติ (อุทยานแห่งชาติ) ประเภทของขีดความสามารถรองรับได้ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ประเภท (ทรงธรรม สุขสว่าง 2561) ดังนี้ 1) ขีดความสามารถด้านนิเวศวิทยา หมายถึง จำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดที่ไม่ทำให้ระบบนิเวศหรือสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมไปจนยากแก่การฟื้นฟู เช่น ชนิดพันธุ์สัตว์ป่า ชนิดพันธุ์พืช ดินที่พังทลาย รวมถึงการเกิดมลพิษในแหล่งน้ำ 2) ขีดความสามารถด้านกายภาพ หมายถึง จำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดที่ขนาดเนื้อที่ของแหล่งนันทนาการสามารถรองรับได้ เช่น จุดชมทิวทัศน์บนยอดเขา ที่มีพื้นที่จำกัด 10 ตร.ม. สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่จะยืนชมทิวทัศน์สูงสุดได้ ครั้งละ 5 คน […]

94 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล | รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล
DETAIL

การจัดการที่พักโฮมสเตย์

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (2547) ให้ความหมายของโฮมสเตย์ (Home Stay) หรือที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท ว่าหมายถึงบ้านที่อยู่ในชุมชนชนบทที่มีประชาชนในชุมชนเป็นเจ้าของบ้าน และเจ้าของบ้านหรือสมาชิก ในครอบครัวอาศัยอยู่ประจำและบ้านนั้นเป็นสมาชิกของกลุ่ม/ชมรม หรือสหกรณ์ที่ร่วมกันจัดเป็นโฮมสเตย์ในชุมชน โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักอาศัยร่วมกับเจ้าของบ้านได้ ซึ่งสมาชิกในบ้านมีความยินดีและเต็มใจที่จะรับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งถ่ายทอดประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นแก่นักท่องเที่ยว และพานักท่องเที่ยวเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวและทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เล่นน้ำตก ขี่จักรยาน ล่องแพ เดินป่าศึกษาธรรมชาติ เป็นต้น ในปัจจุบัน การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ทั้งในกลุ่มชาวไทยและชาวต่างประเทศ มีการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวในแหล่งชุมชน เพื่อศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม หัตถกรรมของท้องถิ่น โดยมีโฮมเสตย์ที่มีความหมายมากกว่าเป็นที่พัก เนื่องจากเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างหนึ่ง ซึ่งยึดเอารูปแบบที่พักเป็นศูนย์กลางและจัดให้มีกิจกรรมในด้านต่าง ๆ ตามความต้องการของนักท่องเที่ยวรวมอยู่ด้วย อย่างไรก็ดีการจัดกิจกรรมโฮมเสตย์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เริ่มประสบปัญหาของการจัดกิจกรรม ที่หลากหลายแต่มีระดับคุณภาพที่แตกต่างกัน จึงเกิดแนวคิดของการจัดทำมาตรฐานโฮมเสตย์ขึ้น เพื่อเป็นการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพโฮมสเตย์ในปัจจุบันและในอนาคต การจัดตั้งโฮมสเตย์ การจัดตั้งโฮมสเตย์จำเป็นต้องแจ้งนายอำเภอในพื้นที่ที่ตั้งอยู่ และขอรับ “ใบรับแจ้งการไม่เป็นโรงแรม” ตามข้อกำหนดของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ส่วนโฮมสเตย์ตามข้อกำหนดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บ้านต้องมีความพร้อมในการเป็นโฮมสเตย์ โดยมีคุณสมบัติเบื้องต้น 6 ประการ คือ 1. เจ้าของบ้านและสมาชิกในครอบครัวต้องถือว่าการทำโฮมสเตย์เป็นเพียงรายได้เสริมนอกเหนือรายได้จากอาชีพหลักของครอบครัวเท่านั้น […]

111 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล | รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล
DETAIL

การสือความหมายในแหล่งท่องเที่ยว

การสื่อความหมายเป็นวิธีการสื่อสารเพื่อนำเสนอเรื่องราวเพื่อสร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวให้ตระหนักในคุณค่า ความสำคัญ และความเป็นมาของแหล่งท่องเที่ยว โดยการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดความสนใจ เรียนรู้ สนุกสนาน เพลินเพลิน และประทับใจต่อแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงเป็นการสร้างทัศนคติที่ดี เพื่อเป็นแนวคิดในการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวให้คงอยู่อย่างยั่งยืน (กรมการท่องเที่ยว 2558) บทบาทของการสื่อความหมาย 1. การให้ความรู้ การสื่อความหมายมีบทบาทในการสื่อสารเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความรู้ ความเข้าใจ และความสำคัญของแหล่งท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจในคุณค่าของแหล่งท่องเที่ยว 2. การสร้างความเพลินเพลิน การสื่อความหมายมีส่วนในการเสริมสร้าง ความประทับใจและประสบการณ์เดินทางแก่นักท่องเที่ยว กิจกรรมการสื่อความหมายควรมีความสนุกสนาน และสามารถสร้างความบันเทิงใจมากกว่าให้สาระความรู้เพียงอย่างเดียว เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้น่าสนใจและชวนติดตามเรื่องราว 3. การอนุรักษ์เพื่อให้เกิดความยั่งยืน การสื่อความหมายมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความประทับใจและประสบการณ์แก่นักท่องเที่ยว 3.1. การจัดระเบียบนักท่องเที่ยว 3.2. การพัฒนาเศรษฐกิจ 3.3. การพัฒนาสิ่งแวดล้อมและมรดกวัฒนธรรม 3.4. การพัฒนาชุมชน การสร้างหัวข้อและสาระสำคัญ การพิจารณาหัวข้อและสาระสำคัญนั้น มีความจำเป็นต้องให้ผู้รับผิดชอบแหล่งท่องเที่ยวช่วยกันกำหนด เพื่อเป็นการช่วยกันคิดและดึงประเด็นที่น่าสนใจมาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การสร้างสาระสำคัญ (Theme) จะต้องทำให้เข้าใจง่าย ชัดเจน เพราะเป็นการสรุปความคิดของเรื่องราวทั้งหมด ผู้รับสารมักจะอ่านสาระสำคัญและต้องการติดตามหากสาระสำคัญนั้นน่าดึงดูดมากเพียงพอ และสามารถทำให้ผู้รับสารรู้สึกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว โดยสาระสำคัญนั้นจะช่วยให้เราเลือกสื่อ และสร้างประสบการณ์แก่นักท่องเที่ยวในการอธิบายถึงเรื่องราวที่เป็นเนื้อหา ที่น่าสนใจ ในบางกรณี หากเนื้อหาเข้าใจยากมาก การเรียงลำดับข้อความในการนำเสนอจะช่วยให้การสื่อความหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น องค์ประกอบของเนื้อหาด้านการสื่อความหมาย […]

109 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล | รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล
DETAIL

(English) Performance of Phuket Cruise Port in Thailand

มีเนื้อหาเฉพาะภาษาอังกฤษ กรุณาเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาอังกฤษ 122 total views, no views today

122 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล | รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล
DETAIL

ความท้าทายของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมบริการที่มีขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตมาเป็นเวลายาวนาน เพื่อตอบสนองอุปสงค์ของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีธุรกิจผู้ผลิตสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปัจจุบันจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองต่อปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไปและเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจหลายประการ เช่น ความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ความต้องการความเชี่ยวชาญที่ก่อให้เกิดเครือข่ายของการรวมตัวของธุรกิจและเมืองจุดหมายของการท่องเที่ยว เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้ก่อให้เกิดความท้าทายต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปัจจุบันและอนาคต 5 ประการ ดังนี้ (Cooper and Hall 2013: 262-285) 1. ความท้าทายด้านโลกาภิวัตน์ (Globalization) 2. ความท้าทายด้านเศรษฐกิจเชิงความรู้ (Knowledge economy) 3. ความท้าทายด้านเครือข่าย (Network) 4. ความท้าทายของธุรกิจขนาดย่อม (Small business) 5. ความท้าทายด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human resources) ความท้าทายที่ 1 ด้านโลกาภิวัตน์ โลกาภิวัตน์ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 หมายถึง “การแพร่กระจายไปทั่วโลก การที่ประชาคมโลกไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใด สามารถรับรู้ สัมพันธ์ หรือรับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว้างขวาง ซึ่งเนื่องมาจากการพัฒนาระบบสารสนเทศ เป็นต้น” โลกาภิวัตน์ เป็นคำศัพท์เฉพาะที่บัญญัติขึ้นเพื่อตอบสนองปรากฏการณ์ของสังคมโลกที่เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง […]

416 total views, 6 views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล | รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล
DETAIL

สมรรถนะการจัดการอย่างมีส่วนร่วมแหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนกลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา

แม้ว่าแหล่งพุน้ำร้อนในประเทศไทยหลายแห่งได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว แต่การท่องเที่ยวตามแหล่งพุน้ำร้อนยังไม่เป็นที่นิยมและยังประสบปัญหาหลายประการในการจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งพุน้ำร้อนชุมชน ผลการวิจัยของราณี อิสิชัยกุล และรชพร จันทร์สว่าง (2558) พบจุดอ่อนหลายประการที่ควรได้รับการแก้ไข ได้แก่ (1) ด้านศักยภาพของแหล่งพุน้ำร้อน เช่น แหล่งพุน้ำร้อนชุมชนหรือบริหารโดยองค์กรปกครองท้องถิ่นส่วนใหญ่ขาดการพัฒนาตามหลักวิชาการ แต่พัฒนาตามสภาพประสบการณ์และความรู้ของเจ้าของหรือผู้ดูแลแหล่งพุน้ำร้อน แหล่งพุน้ำร้อนชุมชนหลายแห่งที่ได้รับการพัฒนาก่อนแล้วมีการพัฒนาออกแบบที่ไม่เหมาะสมกลมกลืนกับสภาพธรรมชาติ (2) ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ ของพุน้ำร้อน เช่น การขาดสถานที่ให้บริการพุน้ำร้อนสาธารณะที่มีมาตรฐาน ทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกบางแห่งไม่สะอาดไม่มีคุณภาพ และขาดการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง (3) ด้านการบริหารจัดการพุน้ำร้อน เช่น ผู้รับผิดชอบแหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนขาดองค์ความรู้ที่จะพัฒนาแหล่งพุน้ำร้อนและนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ อีกทั้งขาดการดูแลแหล่งพุน้ำร้อนตามหลักวิชาการ โดยเฉพาะองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น การจัดการใช้พื้นที่ทางกายภาพ การออกแบบภูมิทัศน์ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าสาเหตุของปัญหาของการจัดการแหล่งพุน้ำร้อนที่อยู่ในความดูแลขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้เสียที่ขาดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนอย่างถูกต้อง อีกทั้งบุคคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่เข้าใจแนวคิดของการเปิดโอกาสให้ชุมชนเป็นเจ้าของแหล่งพุน้ำร้อนมีส่วนร่วมในการจัดการและการกระจายผลประโยชน์จึงจะทำให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่เกิดความยั่งยืน เพื่อแก้ไขจุดอ่อนดังกล่าว การพัฒนาความรู้ ทักษะ และความสามารถหรือที่เรียกว่า “สมรรถนะ” ของผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถจัดการ แหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยควรพัฒนาสมรรถนะผู้เกี่ยวข้องสำคัญ ซึ่งได้แก่ บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำคนสำคัญของชุมชนไปด้วยพร้อมกัน ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีบทบาทหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้วที่ต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วม (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 หมวด 5 […]

299 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล | รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล
DETAIL

Cruise Tourism บริบทการท่องเทียวเรือสำราญ

ประเทศไทยได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยว ในช่วงปี พ.ศ. 2558-2560 โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การพัฒนาการท่องเที่ยว Cruise Tourism ประกอบกับนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2558 เห็นชอบสั่งการให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง วางแผนการพัฒนาท่าเทียบเรือทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ในการพัฒนาและการเตรียมความพร้อมรองรับแผนงานและยุทธศาสตร์ของสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ที่จะพัฒนาไปสู่อาเซียน และพัฒนาจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล โดยกำหนดให้พัฒนาประเทศไทยเป็น Cruise and Yacht Destination (บุญเสริม ขันแก้ว, 2558) การท่องเที่ยวเรือสำราญได้รับความนิยมมากในหลายทวีปในโลก เช่น ในปี ค.ศ. 2014 นักท่องเที่ยวเรือสำราญทั่วโลกมีจำนวนประมาณ 22,247,000 คน ซึ่งร้อยละ 8.5 เป็นจำนวนนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสารเรือสำราญในทวีปเอเชีย สำหรับประเทศไทยผู้โดยสารเรือสำราญมีจำนวนประมาณ 459,551 คน หรือเพียงร้อยละ 2.08 ของจำนวนผู้โดยสารเรือสำราญทั่วโลก หรือจำนวนเรือที่มาให้บริการในเอเชียและแปซิฟิกจำนวน 62 ลำ ประเทศไทยมีศักยภาพการท่องเที่ยวและมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในระดับโลก ทำให้เกิด ข้อได้เปรียบหลายประการสำหรับการท่องเที่ยวเรือสำราญ เช่น […]

455 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล | รองศาสตราจารย์ ดร.ราณี อิสิชัยกุล
DETAIL
TOP