ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา

การนำความรู้ด้านธรณีวิทยาโครงสร้างและตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์มาใช้ประโยช์เพื่อการท่องเที่ยว

การนำความรู้ด้านธรณีวิทยาโครงสร้างและตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์มาใช้ประโยช์เพื่อการท่องเที่ยว มีดังนี้ การอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวในชุมชน การศึกษาหรือการมีองค์ความรู้ด้านธรณีวิทยาโครงสร้างจะช่วยให้ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากร ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรตามกาลเวลา โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางด้านกายภาพของทรัพยากรทางธรรมชาติที่ชุมชนนำมาใช้ประโยชน์ทางการท่องเที่ยว ทำให้ชุมชนมีการวางแผนเพื่อเตรียมการป้องกัน และอนุรักษ์ฟื้นฟูให้ทรัพยากรการท่องเที่ยวเหล่านั้นอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และสามารถใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว การจัดรายการนำเที่ยวได้อย่างเหมาะสมตามลักษณะทางกายภาพและตำแหน่งที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยว ทำให้การจัดเส้นทางท่องเที่ยวที่เป็นระบบช่วยประหยัดต้นทุนและประหยัดเวลาในการเดินทางท่องเที่ยว รวมทั้งการจัดทำรายการนำเที่ยวและสร้างสรรค์กิจกรรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้เหมาะสมกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย มัคคุเทศก์หรือผู้นำเที่ยวควรมีความรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยาโครงสร้าง มัคคุเทศก์สามารถนำความรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยาโครงสร้างไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานได้ เช่น การนำชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มัคคุเทศก์จะใช้ความรู้ด้านธรณีวิทยาโครงสร้างมาประกอบความเข้าใจในการอธิบายถึงลักษณะโครงสร้างทางกายภาพของแหล่งท่องเที่ยวเหล่านั้น ส่วนความรู้เกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ช่วยให้ทราบถึงระยะทางและระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมทั้งสภาพภูมิอากาศของแหล่งท่องเที่ยวที่จะไปเยี่ยมเยือน ทำให้สามารถวางแผนและเตรียมการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ การค้นหาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำความรู้ทางด้านธรณีวิทยาไปค้นหาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติใหม่ ๆ ที่เป็นสิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว และในบางกรณีทำให้ค้นพบแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน (Unseen Tourist Destination) ที่มีความพิเศษ มหัศจรรย์ แปลกตา การพัฒนาระบบเตือนภัยสำหรับนักท่องเที่ยว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำความรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยาโครงสร้างมาพัฒนาระบบเตือนภัยสำหรับนักท่องเที่ยวได้ เช่น การเตือนภัยล่วงหน้ากรณีการเกิดคลื่นสึนามิซึ่งเป็นคลื่นน้ำขนาดใหญ่มาก (คลื่นยักษ์) ที่มักเป็นผลสืบเนื่องจากการเกิดแผ่นดินไหว การประทุของภูเขาไฟ ดินถล่ม เป็นต้น   ที่มา : วรรณา ศิลปอาชา (2562) ภูมิศาสตร์การท่องเที่ยวไทย (หน่วยที่ 2) ในเอกสารการสอนชุดวิชาการจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน. นนทบุรี: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 58 total […]

58 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL

ตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

ตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ หมายถึง จุดหรือพื้นที่ทางกายภาพบนพื้นผิวโลกหรือพื้นที่ที่มนุษย์สามารถเข้าถึงเพื่อประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ได้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ (ธนวัฒน์ ขวัญบุญ, 2554; สมยศ วัฒนากมลชัย, 2557) ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์แท้จริง (Absolute Location) หรืออาจเรียกว่า ที่ตั้งเฉพาะ (Specific Location) เป็นตำแหน่งหรือจุดที่แท้จริงของสถานที่ต่าง ๆ บนโลก ซึ่งที่ตั้งจริงนั้นกำหนดโดยใช้เส้นสมมติขึ้นสองเส้นร่วมกันในการกำหนดตำแหน่ง ได้แก่ เส้นละติจูด และเส้นลองจิจูด (ดังภาพที่ 2.5) ตัวอย่างการระบุที่ตั้งทางภูมิศาสตร์แท้จริงของประเทศไทยบนแผนที่ คือ ประเทศไทยตั้งอยู่ในคาบสมุทรอินโดจีน เขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณซีกโลกเหนือระหว่างละะติจูด 5 องศา 37 ลิปดาเหนือ และ 20 องศา 27 ลิปดาเหนือ และระหว่างลองจิจูด 97 องศา 22 ลิปดาตะวันออกและ 105 องศา 37 ลิปดาตะวันออก หรือตัวอย่างการระบุที่ตั้งทางภูมิศาสตร์แท้จริงของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชซึ่งเป็นที่อยู่บนถนน […]

65 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL

กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณี

กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีทำให้เกิดลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขา หุบเขา แม่น้ำ ที่ราบ แอ่ง ทะเลทราย แบ่งออกเป็น 4 กระบวนการที่สำคัญ ดังนี้ 1. กระบวนการเกิดภูเขาไฟ (Volcanism) หมายถึง การระเบิดลาวาออกสู่ผิวโลก ซึ่งลาวาเกิดจากการหลอมเหลวของหินในเปลือกโลก (Crustal Rocks) และหินในเนื้อโลกบางส่วน (Partial Melting of Mantle Rocks) โดยมีก๊าซรวมอยู่ด้วย เมื่อประทุขึ้นมาสู่ผิวดินลาวาจะเย็นตัวเป็นของแข็ง ก๊าซจะเคลื่อนออกสู่บรรยากาศ การหลอมเหลวของหินในเปลือกโลกและเนื้อโลกบางส่วน เกิดขึ้นได้โดยกระบวนการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก ที่ทำให้หินในเปลือกโลกทรุดตัวลงไปในเนื้อโลกใต้ผิวดิน ที่ความลึกประมาณ 60-100 กิโลเมตร หลังจากนั้นจึงเกิดการหลอมเหลว ทำให้หินที่อยู่ในเนื้อโลกส่วนใกล้เคียงหลอมเหลวตามไปด้วย จึงเรียกว่า การหลอมเหลวของหินในเนื้อโลกบางส่วน 2. กระบวนการแปรสัณฐานของแผ่นเปลือกโลก (Tectonism) หมายถึง กระบวนการเคลื่อนที่ของหินโดยการคดโค้ง (Folding) การแตก (Fracturing) การแยก (Jointing) และการเลื่อน (Faulting) แผ่นดินไหว จัดอยู่ในกระบวนการนี้ กล่าวคือ แผ่นดินไหวเป็นการเลื่อน (Faulting) ของหิน […]

47 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL

ความสำคัญของภูมิศาสตร์การท่องเที่ยว

ความรู้ด้านภูมิศาสตร์กายภาพและภูมิศาสตร์มนุษย์มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวในด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1. ภูมิศาสตร์มีความสำคัญต่ออุปสงค์ทางการท่องเที่ยว (Tourism Demand) อุปสงค์ทางการท่องเที่ยวเป็นความต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ตัวอย่าง การวางแผนเดินทางของนักท่องที่ยวโดยอาศัยความรู้และเครื่องมือด้านภูมิศาสตร์มาประยุกต์ใช้ได้หลายกรณี ดังนี้ 1.1 การพิจารณาเลือกแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย เช่น นักท่องเที่ยวที่ชอบลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขา ชอบสัมผัสกับอากาศหนาว ชอบวิถีชีวิตแบบชาวล้านนาก็จะเลือกเดินทางท่องเที่ยวไปยังภาคเหนือของประเทศไทย เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน เป็นต้น หรือนักท่องเที่ยวที่ชอบลักษณะภูมิประเทศที่เป็นทะเล ชอบวิถีชีวิตชาวเล ชอบกิจกรรมทางน้ำก็จะเลือกเดินทางท่องเที่ยวไปยังภาคใต้ของประเทศไทย เช่น จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฏร์ธานี จังหวัดชุมพร เป็นต้น 1.2 การใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์เพื่อประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ หมายถึง เครื่องมือในการตรวจสอบและศึกษาสิ่งที่อยู่บนพื้นผิวโลกและบรรยากาศของโลก ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบและบันทึกข้อมูลทางด้านภูมิศาสตร์ทั้งทางด้านข้อมูลเชิงปริมาณและข้อมูลเชิงคุณภาพ ตัวอย่างเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ เช่น 1) ลูกโลกจำลอง (Globe) ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อจำลองลักษณะของโลก แสดงที่ตั้งอาณาเขต และพรมแดนของประเทศต่าง ๆ 2) แผนที่ท่องเที่ยว (Tourist Map) เป็นแผนที่ที่จัดทำขึ้นเพื่อแนะนำสถานที่ที่กำหนดเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว โดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งและสถานที่ที่จำเป็นและเกี่ยวข้องสำหรับการท่องเที่ยว เช่น เส้นทางการคมนาคมทั้งทางบก เรือ อากาศ […]

50 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL

ความหมายของภูมิศาสตร์การท่องเที่ยว

ภูมิศาสตร์การท่องเที่ยว (Tourism Geography) หมายถึง การศึกษาภูมิศาสตร์ทางกายภาพเพื่อนำไปใช้เป็นพื้นฐานความรู้ในด้านการวางแผน การพัฒนา และการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวประเภทต่าง ๆ รวมทั้งการศึกษาภูมิศาสตร์มนุษย์ทำให้เกิดความเข้าใจในความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันในแต่ละแหล่งท่องเที่ยว ทำให้สามารถเชื่อมโยงสู่การสร้างสรรค์กิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลายได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นที่ปัจจัย 3 ประการ คือ ที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อมทางกายภาพของสถานที่นั้น และความสัมพันธ์ของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม (ธนวัฒน์ ขวัญบุญ, 2554) ดังนั้นการเชื่อมโยงภูมิศาสตร์กับปรากฏการณ์ของการท่องเที่ยวควรประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ดังนี้ (Leiper, 1979 อ้างใน สมยศ วัฒนากมลชัย, 2557; บังอร บุญปั้น, 2558) พื้นที่ภูมิลำเนาของนักท่องเที่ยว (Traveller Generating Regions) หมายถึง พื้นที่ท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวพักอาศัยตามปกติ เช่น ประเทศ ภาค จังหวัด หมู่บ้าน เป็นต้น ซึ่งจัดเป็นบริเวณที่เป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยว จึงควรมีการศึกษาว่าถิ่นที่อยู่ของนักท่องเที่ยวแต่ละพื้นที่มีสภาพภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างไร พื้นที่แหล่งท่องเที่ยว (Tourist Destination Region) […]

57 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL

การเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวของประเทศไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดเส้นทางท่องเที่ยวทางรถยนต์ “AEC Routes เส้นทางมิตรภาพอาเซียน” เชื่อมโยงเส้นทางไทย – กัมพูชา โดยจัดเป็น 2 เส้นทาง คือ เส้นทางสายตะวันออก (กรุงเทพฯ – อรัญประเทศ) เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ – ปทุมธานี – นครนายก – ปราจีนบุรี – สระแก้ว – อรัญประเทศ นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการท่องเที่ยวโดยเดินทางจากกรุงเทพฯ ทางรังสิตใช้ทางหลวงหมายเลข 305 จนถึงจังหวัดนครนายก และเดินทางต่อใช้ทางหลวงหมายเลข 33 (ถนนสุวรรณศร) ถึงสี่แยกเนินหอมหรือวงเวียนนเรศวร เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 3077 (ปราจีนบุรี-เขาใหญ่) สามารถเที่ยวที่เขาใหญ่ได้ รวมระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร และในวันต่อมากลับออกเส้นทางเดิม แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 33 ผ่านปราจีนบุรี จนถึงตัวจังหวัดสระแก้ว แล้วเดินทางต่อจนถึงตลาดโรงเกลือบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภออรัญประเทศ รวมระยะทางประมาณ 126 กิโลเมตร เส้นทางมหัศจรรย์เหนือกาลเวลา (เสียมเรียบ – พนมเปญ) […]

99 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL

แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญของราชอาณาจักรกัมพูชา

ปราสาทนครวัด (Angkor Wat) นครวัดสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ใช้เวลาในการก่อสร้างยาวนานถึง 30 ปี ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาปราสาทขอมด้วยกันและยังเป็นเมืองในตัวของมันเองด้วย โดยมีฐานะเป็นทั้งเมืองหลวงและศาสนสถานประจำรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ซึ่งสร้างอุทิศถวายแก่พระวิษณุ ทุกสิ่งที่ก่อสร้างขึ้นจึงล้วนแต่มีความหมายตามคติความเชื่อในศาสนาฮินดูที่ว่าศาสนสถาน คือ ศูนย์กลางของโลกและจักรวาล มีคูเมืองเป็นมหาสมุทร ระเบียงคตเปรียบดังเทือกเขาที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุอันเป็นที่อยู่ของทวยเทพ ส่วนปรางค์ประธานที่อยู่ชั้นบนสุด หมายถึง ยอดเขา มีนางอัปสรมากถึง 1,635 องค์ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเทพที่คอยดูแลศาสนสถานแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีภาพสลักที่อยู่รอบระเบียงคตเป็นเรื่องราวจากมหากาพย์ และคัมภีร์พระเวทย์ของศาสนาฮินดู รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับกษัตริย์ผู้สร้าง และเรื่องราวเกี่ยวกับกองทัพชาวสยามด้วย นครธม (Angkor Thom) เป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของนครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับตั้งแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า ปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคัญอื่น ๆ รายล้อมพื้นที่ชัยภูมิ ถัดไปทางเหนือประตูทางเข้านครธมด้านใต้จุดเด่นที่สุด คือ ทางเข้าด้านใต้ที่มีลักษณะเป็นหน้า 4 หน้า […]

76 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL

สัญญลักษณ์ที่สำคัญของราชอาณาจักรกัมพูชา

เมืองหลวง ราชอาณาจักรกัมพูชามีเมืองหลวง คือ กรุงพนมเปญ (Phnom Penh) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ตั้งอยู่ในบริเวณที่แม่น้ำสี่สายมาบรรจบกัน ได้แก่ แม่น้ำโขงตอนบน แม่น้ำโขงตอนล่าง แม่น้ำบาสสัก และแม่น้ำโตนเล จึงเป็นที่เรียกขานกันว่า เมืองจตุรมุข ในอดีตเมืองจตุรมุขแห่งนี้เคยได้ชื่อว่า ไข่มุกแห่งเอเชีย เพราะเป็นเมืองอาณานิคมฝรั่งเศสที่มีการออกแบบก่อสร้างและวางผังเมืองไว้อย่างสวยงามที่สุดในอินโดจีนช่วงทศวรรษ 1920 โดยมีถนนสายกว้างตัดผ่านกันหลายสาย นอกจากเป็นศูนย์กลางการบริหารของประเทศแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยพนมเปญ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของประเทศกัมพูชา ธงชาติ ราชอาณาจักรกัมพูชามีธงชาติเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน ผืนธงแบ่งตามแนวยาวเป็น 3 ริ้ว โดยริ้วกลางนั้นเป็นพื้นสีแดง กว้าง 2 ส่วน มีรูปปราสาทหินนครวัดสามยอดสีขาวอยู่ตรงกลาง ริ้วที่อยู่ด้านนอกทั้งสองด้านนั้นกว้างริ้วละ 1 ส่วน พื้นสีน้ำเงิน ความหมายของสัญลักษณ์ในธงนั้นสะท้อนถึง 3 สถาบันหลักของประเทศ ดังปรากฏในคำขวัญประจำชาติว่า “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” โดยพื้นสีแดงมีความหมายถึงชาติ ปราสาทนครวัดสีขาวหมายถึงสันติภาพและศาสนา ซึ่งเดิมมีรากเหง้าจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นพระพุทธศาสนาในปัจจุบัน ส่วนสีน้ำเงินนั้นหมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ […]

79 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL
TOP