รองศาสตราจารย์ ดร.รชพร จันทร์สว่าง

การเสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน

การเสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน ศักยภาพของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยว หมายถึง ความสามารถของชุมชนในการจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวในท้องถิ่น อันประกอบด้วยทุนทางสังคม และทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน ดังนั้น การเสริมสร้างศักยภาพ (Capacity Building) จึงเป็นการสร้างขีดความสามารถและเสริมสร้างทักษะของบุคคลหรือกลุ่มคนให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการสร้างขีดความสามารถดังกล่าวจะส่งผลให้ท้องถิ่นมีศักยภาพในการจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน จากงานวิจัยเรื่องการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงนิเวศในภาคเหนือตอนบน (ราณี อิสิชัยกุล และคณะ 2562) พบว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทั้งในระดับชาติและนานาชาติ โดยมีปัจจัยสำคัญด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ จุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และความเป็นมิตรไมตรีของคนในชุมชน โดยเฉพาะความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในภาคเหนือตอนบน ส่วนใหญ่จะมีศักยภาพที่อุดมสมบูรณ์ แต่หลายแห่งยังขาดการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทำให้ไม่สามารถนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ได้อย่างคุ้มค่า กรณีชุมชนบ้านห้วยพ่าน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีศักยภาพด้านทรัพยากรการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวลัวะ ในอดีตอพยพมาจากอำเภอบ่อเกลือ ต่อมาชุมชนบ้านห้วยพ่านประสบปัญหาความล้มเหลวในการทำสวนส้ม และทรัพยากรในลำน้ำลดลง ทำให้ชาวบ้านเริ่มตระหนักถึงปัญหาของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และหาแนวทางแก้ไขโดยใช้กฎของหมู่บ้านมากำหนดเป็นเกณฑ์ในการอยู่ร่วมกันและจัดการทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ ชาวบ้านยังได้ร่วมมือกันกำหนดเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาในลำน้ำน่าน และสบน้ำห้วยพ่าน จนพัฒนาเป็นประเพณีกินปลา จากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติและระบบนิเวศที่ถูกฟื้นฟูกลายเป็นจุดเด่นของชุมชน สร้างชื่อเสียงดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว ต่อมามีการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาหมู่บ้านด้านการท่องเที่ยว โดยสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ (มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน 2562) จากความสามารถในการบริหารจัดการของผู้นำและชุมชน ที่ดึงเอาศักยภาพของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จารีตประเพณี […]

294 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.รชพร จันทร์สว่าง | รองศาสตราจารย์ ดร.รชพร จันทร์สว่าง
DETAIL

การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ: พุน้ำร้อนลิ่นถิ่น

“พุน้ำร้อน” (Hot spring หรือ Thermal spring) เป็นคำที่ระบุในพจนานุกรมศัพท์ภูมิศาสตร์ ว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น้ำไหลพุขึ้นมาจากใต้ดิน  และมีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิของร่างกายมนุษย์  น้ำที่พุขึ้นมาอาจมีอุณหภูมิ รส และสีที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และปริมาณของแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำ อย่างไรก็ตาม คนทั่วไปนิยมเรียกแหล่งทรัพยากรธรรมชาตินี้ว่า “น้ำพุร้อน” มากกว่าพุน้ำร้อน พลังงานที่ได้จากธรรมชาติของน้ำพุร้อนมีประโยชน์หลายอย่าง และแหล่งน้ำพุร้อนหลายแห่งได้ถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในประเทศไทย ได้แก่ น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง น้ำพุร้อนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ น้ำพุร้อนคลองท่อม จังหวัดกระบี่ น้ำพุร้อนรักษะวาริน จังหวัดระนอง และน้ำพุร้อนลิ่นถิ่น จังหวัดกาญจนบุรี การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกองอุทยาน พันธุ์พืช และสัตวป่า และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากแหล่งน้ำพุร้อนในประเทศไทยส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานดังกล่าว นอกนั้นจะอยู่ในพื้นที่ของเอกชน กรณีศึกษาที่น่าสนใจจะกล่าวถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนลิ่นถิ่น ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเจริญ ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยการดูแลของเทศบาลตำบลลิ่นถิ่น ซึ่งแต่เดิมชุมชนบ้านลิ่นถิ่น เป็นหมู่บ้านของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่อยู่อาศัยมาแต่ดั้งเดิม โดยชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเลี้ยงช้าง และปลูกข้าว เนื่องจากบริเวณนี้มีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และมีแม่น้ำแควน้อยไหลผ่าน ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมเมื่อมีคนจากต่างถิ่นอพยพเข้ามาอาศัยเพิ่มขึ้น น้ำพุร้อนลิ่นถิ่น เป็นน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นในบริเวณริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย โดยมีน้ำพุร้อนกระจายทั่วบริเวณริมน้ำ และในลำน้ำ […]

155 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.รชพร จันทร์สว่าง | รองศาสตราจารย์ ดร.รชพร จันทร์สว่าง
DETAIL

การอาบป่า

การอาบป่า (Forest Bathing) หรือป่าบำบัด (Forest therapy) เป็นกิจกรรมที่ถูกเรียกขึ้นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น โดยมีชื่อเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ชินรินโยคุ (Shinrinyoku) โดย 森 ออกเสียงว่า ชิน ขณะที่ 林 ออกเสียงว่า ริน ซึ่งรวมกันแล้วแปลว่า ป่าไม้ สำหรับ 浴 ออกเสียงว่า โยคุ ซึ่งหมายถึง การอาบน้ำ เมื่อรวมกัน 森林浴  จึงหมายถึง การ อาบป่า กิจกรรมอาบป่าได้รับความสนใจจากผู้ที่เอาใจใส่ในสุขภาพ โดยกิจกรรมนี้เน้นการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ การมองเห็น การได้กลิ่น การได้ยินเสียง การสัมผัส และการรับรส จากสิ่งที่อยู่รอบตัวตามธรรมชาติในป่า โดยบริบทของการอาบป่าในสถานที่แต่ละแห่งมีความแตกต่างกัน การอาบป่าเริ่มเป็นที่รู้จักกันในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ ค.ศ. 1982 เมื่อนายโทโมฮิเดะ อาคิยามา (Tomohide Akiyama) ผู้อำนวยการ The Japanese Forestry Agency […]

173 total views, 1 views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.รชพร จันทร์สว่าง | รองศาสตราจารย์ ดร.รชพร จันทร์สว่าง
DETAIL

การเดินเพื่อการท่องเที่ยว

การเดินเพื่อการท่องเที่ยว (Walking Tourism) เป็นรูปแบบของการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว การเดินเที่ยวทำให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้สัมผัสกับชาวบ้าน ธรรมชาติ และวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ การเดินเที่ยวยังก่อผลดีต่อนักท่องเที่ยวทั้งสุขภาพทางกายและจิตใจ ดังนั้น ความเดินเพื่อการท่องเที่ยวจึงเป็นการสนองตอบต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ต้องการออกไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ สำหรับการพัฒนาการเดินเพื่อการท่องเที่ยวนั้นทำได้ไม่ยากและสามารถทำได้ในทุกสภาพของพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพราะการเดินเพื่อการท่องเที่ยวเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่ใช้การลงทุนน้อยมาก หากได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม การเดินเพื่อการท่องเที่ยวยังสามารถให้ผลตอบแทนทางสังคมและเศรษฐกิจในระดับสูงต่อชาวบ้านและชุมชน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการเดินเพื่อการท่องเที่ยวจะสามารถพัฒนาได้ทั่วไป แต่ในการพัฒนานั้นผู้ที่เกี่ยวข้องควรคำนึงถึงศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวและองค์ประกอบ ดังนี้ – ลักษณะเส้นทาง เช่น ความน่าสนใจของเส้นทาง ระดับความยากง่ายในการเดิน และความปลอดภัย – แหล่งท่องเที่ยว/สถานที่สำคัญในเส้นทาง เช่น ธรรมชาติที่สวยงาม วิถีชีวิตชุมชน และโบราณสถาน – สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น เช่น ป้ายสื่อความหมาย ห้องน้ำ และม้านั่งระหว่างทาง – การระบบบำรุงรักษา เช่น การดูแลเส้นทางเดิน และการรักษาความสะอาด – การตลาดและเผยแพร่ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เฟสบุ๊ค ไลน์ และสื่อมีเดียอื่น – โอกาสทางด้านเศรษฐกิจ เช่น บริการที่พัก บริการขนส่ง บริการอาหาร […]

106 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.รชพร จันทร์สว่าง | รองศาสตราจารย์ ดร.รชพร จันทร์สว่าง
DETAIL
Sep
14

DIY วาดลายสังคโลก

DIY (Do it yourself) หมายถึง การทำ/ประดิษฐ์สิ่งของด้วยตนเองอย่างสร้างสรรค์ โดยใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเมื่อทำเสร็จแล้วผู้ที่ทำ/ประดิษฐ์ผลงานดังกล่าวจะเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งนั้น ปัจจุบันแนวความคิดดังกล่าวได้รับการพัฒนารูปแบบและวิธีการ โดยนำกิจกรรม DIY มาประยุกต์เข้ากับกิจกรรมการท่องเที่ยว ที่เน้นให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองผ่านประสบการณ์อันน่าประทับใจ จนสามารถดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว   และได้รับความนิยมมากขึ้นกลายเป็นรูปแบบหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) ประโยชน์ของกิจกรรม DIY กิจกรรม DIY มีประโยชน์กับชุมชนในแหล่งท่องเที่ยว ดังนี้ สร้างประสบการณ์เรียนรู้ร่วมกัน โดยชุมชนควรนำเสนอกิจกรรมซึ่งเป็นวิถีชีวิตท้องถิ่นมาถ่ายทอดผ่านกระบวนการเรียนรู้ และลงมือทำร่วมกันกับนักท่องเที่ยว เช่น การทำนา การประมง ส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรม โดยชุมชนควรนำเสนอกิจกรรมซึ่งเป็นสิ่งของที่ทำ/ประดิษฐ์จากวัสดุในท้องถิ่นที่อาศัยภูมิปัญญา เช่น การจักสาน การประกอบอาหาร การปั้น เพิ่มรายได้ โดยชุมชนที่มีการส่งเสริมกิจกรรม DIY ในแหล่งท่องเที่ยวจะทำให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวนานขึ้น โดยมีการทำกิจกรรมที่หลากหลายร่วมกับชุมชน ส่งผลต่อการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว สังคโลก สังคโลก เป็นเครื่องปั้นดินเผาแบบโบราณที่ผลิตขึ้นในสมัยสุโขทัย เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 19-20 ผลิตภัณฑ์สังคโลกมีรูปแบบมากมาย ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน ดังนี้ ใช้สอยในชีวิตประจำวัน เช่น ช้อน จาน ถ้วย ชาม […]

223 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.รชพร จันทร์สว่าง | รองศาสตราจารย์ ดร.รชพร จันทร์สว่าง
DETAIL
TOP