อาจารย์ ดร.จำเนียร ราชแพทยาคม

(ภาษาไทย) การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders Analysis) ในกระบวนการมีส่วนร่วมของการดำเนินโครงการของภาครัฐ

การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders Analysis) ในกระบวนการมีส่วนร่วมของการดำเนินโครงการของภาครัฐ           ในอดีตการบริหารงานของภาครัฐใช้วิธีการรวมศูนย์อำนาจในการตัดสินใจ โดยรัฐเป็นผู้กำหนดกฎและทิศทางของสังคม ประชาชนเป็นเพียงผู้ปฏิบัติตาม จากแนวปฏิบัติดังกล่าวก็ให้เกิดความท้าทายใหม่เมื่อบริบทในการบริหารงานของภาครัฐได้เปลี่ยนแปลงไป โดยประชาชนตื่นตัว ให้ความสนใจต่อปัญหาสาธารณะที่กระทบต่อตนเองมากขึ้น กระแสโลกาภิวัตน์ และการกระจายอำนาจ มาพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ส่งผลให้การกระจายข่าวสารทำได้รวดเร็ว จากปัญหาที่ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารราชการทำให้เกิดการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองและการบริหาร โดยเฉพาะเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารราชการ ซึ่งต่อมาในรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. 2540 ได้กำหนดหลักในการบริหารราชการแผ่นดินว่าต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และตอบสนองความต้องการของประชาชน และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 8 (3) (4) และ (5) ที่ต้องการปรับเปลี่ยนทิศทางและวัฒนธรรมการทำงานของระบบราชการให้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และก่อให้เกิดผลการทบในทางที่ดีต่อการพัฒนาชิวิตของประชาชน การดำเนินโครงการหลายโครงการของภาครัฐ จึงต้องนำหลักการมาบูรณาการให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ในการดำเนินงานบางครั้งก็จะเกิดผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบโดยตรงกับประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนั้น การที่จะวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกระบวนการมีส่วนร่วมของการดำเนินโครงการของภาครัฐจึงเป็นเรื่องสำคัญ ความสำคัญของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การวิเคราะห์ผุ้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นเครื่องมือประเภทหนึ่งที่ช่วยระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก ช่วยประเมินผลประโยชน์ของของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประเมินว่าผลประโยชน์นั้นจะมีผลต่อโครงการที่จะจัดอย่างไร การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงจะช่วยให้เราได้ข้อมูลที่สำคัญมากว่าใครบ้างได้รับผลกระทบจากโครงการทั้งทางบวกและทางลบ ใครบ้างที่อาจมีอิทธิพลสูงและมีศักยภาพต่อความอยู่รอดของโครงการ ดังนั้น โครงการจึงต้องนำบุคคลเหล่านี้เข้ามาร่วม เพื่อสร้างความเข้าใจและสนับสนุนโครงการ หรือบุคคลบางกลุ่มอาจไม่มีอำนาจอิทธิพลแต่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการ เช่น เป็นชาวบ้านที่จะได้รับผลประโยชน์จากการมีโครงการ การสนับสนุนของบุคคลกลุ่มนี้จึงสำคัญต่อความอยู่รอดของโครงการจึงจะต้องทำความเข้าใจตั้งแต่ต้น เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จึงเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนมีส่วนร่วมสำหรับโครงการที่จะจัดทำขึ้น […]

266 total views, 1 views today

By อาจารย์ ดร.จำเนียร ราชแพทยาคม | อาจารย์ ดร.จำเนียร ราชแพทยาคม
DETAIL

(ภาษาไทย) ระบบการบริหารภาครัฐของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตอนที่ 2 การปฏิรูประบบราชการ

ระบบการบริหารภาครัฐของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตอนที่ 2 การปฏิรูประบบราชการ ด้วยหลักคิดตามแบบสังคมนิยมของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามที่กล่าวว่า “People know, people discuss, people execute and people supervise” เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าความปรารถนาของรัฐบาลที่จะส่งเสริมให้ดำเนินการในหน่วยงานใดให้แก่ประชาชนจะต้องมีบทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่วมคิดวางแผน ปฏิบัติและติดตามตรวจสอบทั้งสิ้น ซึ่งหลักการนี้เป็นหลักประชาธิปไตยพื้นฐาน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเคยตกเป็นเมืองขึ้นของจีน รับวัฒนธรรมและมีวิธีการบริหารราชการตามแบบจีนมาเป็นเวลายาวนาน แต่ตลอดระยะเวลาก็มีการปรับเปลี่ยนระบบอยู่ตลอดเวลา สามารถสรุปดังดังนี้ ยุคราชวงศ์หลี (พ.ศ. 1552-1768) สืบทอดการนำระบบจอหงวนตามแบบจีนมาใช้ มีการเปิดสอบจอหงวน มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งแรกในเวียดนามคือ มหาวิทยาลัยวันเหมียว เดิมเป็นวัดวันเหมียว สร้างครั้งแรกราวปี พ.ศ. 1613 ในรัชสมัยของพระเจ้า ไล ไท ตอง โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูคุณธรรม โดยอุทิศให้แก่ขงจื๊อ ปราชญ์ชาวจีนผู้ยึดมั่นในคุณธรรมและความถูกต้อง ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในนาม “วิหารวรรณกรรม” ให้ความรู้เกี่ยวกับวรรณกรรมขงจื๊อ ต่อมาปี พ.ศ.1619 มีการสร้างโรงเรียนสำหรับขุนนางขึ้นภายในบริเวณเดียวกับวัด เพื่อให้ขุนนางเหล่านั้นได้เล่าเรียนและสอบเป็นจอหงวน แต่จำนวนผู้เข้าสอบจอหงวนยังมีไม่มาก ดังนั้น ผู้มาสอบบางคนก็มาจากตระกูลผู้มีอิทธิพลในหัวเมือง ต่อมาพุทธศาสนาเข้ามามีอิทธิลพ บางสมัยจึงมีพระสงฆ์เป็นที่ปรึกษาราชการบ้าง เมื่อถึงยุคราชวงศ์เจิ่นได้เปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าเรียน วิชาที่สอนนั้นเป็นปรัชญาของขงจื๊อ ประกอบด้วยการประพฤติปฏิบัติตน วัฒนธรรม […]

1,494 total views, no views today

By อาจารย์ ดร.จำเนียร ราชแพทยาคม | อาจารย์ ดร.จำเนียร ราชแพทยาคม
DETAIL

(ภาษาไทย) การวิเคราะห์อัตรากำลังคนที่เหมาะสมกับงาน

การวิเคราะห์อัตรากำลังคนที่เหมาะสมกับงาน จากการที่การลงทุนในทุนมนุษย์ของแต่ละองค์การมีแนวโน้มสูงขึ้น มีการแย่งชิงกำลังแรงงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนกันมากขึ้น เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีสมรรถนะเต็มเปี่ยมทั้งความรู้ ความสามารถ และคุณสมบัติที่เหมาะสมกับโลกที่แปรเปลี่ยนในยุคกระแสโลกาภิวัตน์ ทำให้มีการปรับเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็น องค์การจึงต้องการที่จะสรรหาและคัดเลือกบุคลากรที่ความเหมาะสมกับสภาพงานที่เปลี่ยน ความคาดหวังขององค์การปละของบุคลากรเองที่เปลี่ยนไป การจัดการเรื่องทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ที่สูงขึ้น ก็กลายมาเป็นประเด็นที่กำหนดความคุ้มค่าในการจ้างงานของคนแต่ละคน ซึ่งในทางปฏิบัตินั้น การกำหนดจำนวนอัตรากำลัง การวิเคราะห์งาน รวมถึงกำหนดค่าจ้างงาน ก็จะครอบคลุมความคุ้มค่าของผลงานในด้านปริมาณงาน คุณภาพงาน และการริเริ่มงานใหม่ๆ ด้วย แนวคิดของการบริหารทรัพยากรมนุษย์แนวใหม่นั้นเป็นการบริหารเชิงกลยุทธ์ ดังนั้น สำนักงาน ก.พ. จึงได้มีการวางแนวการวิเคราะห์อัตรากำลังเพื่อจัดหาอัตรากำลังที่เหมาะสมเพื่อให้สอดรับการการบริหารยุทธศาสตร์ขององค์การ ว่าควรประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ 8 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1      การวางแผน มีประโยชน์ก็เพื่อ 1) ให้สามารถใช้กำลังคนให้สอดคล้องกับภารกิจเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า 2) เพื่อเตรียมกำลังคนทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 3) เพื่อเป็นเครื่องช่วยตัดสินในเชิงการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการสรรหาและคัดเลือกเพื่อลด recruitement gap และการพัฒนาบุคลากร (Training and Development) การวางแผนความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Development) การสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) การบริหารค่าใช้จ่าย สวัสดิการและสิทธิประโยชน์เกื้อกูล […]

150 total views, 1 views today

By อาจารย์ ดร.จำเนียร ราชแพทยาคม | อาจารย์ ดร.จำเนียร ราชแพทยาคม
DETAIL

ระบบการบริหารภาครัฐของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตอนที่ 1 การเมืองการปกครอง

 ระบบการบริหารภาครัฐของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตอนที่ 1 การเมืองการปกครอง   ขณะนี้ ประเทศกำกลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิตอาเซียน  ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐควรจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการบริหารงานภาครัฐของประเทศในอาเซียนเพื่อที่จะมีความรู้ความเข้าใจอันจะช่วยให้การประสานงานระหว่างกันในอนาคตเป็นไปด้วยดี ซึ่งการจะเข้าใจระบบการบริหารภาครัฐนั้น ต้องทำเข้าใจไปถึงประวัติศาสตร์ ลักษณะการเมือง วิสัยทัศน์ ความเป็นมาของระบบราชการ นโยบายการเข้าสู่อาเซียน รวมถึงยุทธศาสตร์และภารกิจของกระทรวงต่าง ๆ ตลอดจนระบบการพัฒนาข้าราชการ เป็นข้อมูลพื้นฐานด้วย ลักษณะสำคัญของการเมืองการปกครองของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีดังนี้ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมโดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเวียดนาม (Communist Party of Vietnam : CPV) เป็นองค์กรที่มีอำนาจสูงสุดเพียงพรรคเดียวตามรัฐธรรมนูญ มีบทบาทในการกำหนดการจัดการทุกด้าน ทำให้เสถียรภาพทางการเมืองค่อนข้างสูง มีรูปแบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมแบบผูกขาด ฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย ประธานาธิบดี (ประมุขของประเทศ) นายกรัฐมนตรี (หัวหน้าฝ่ายบริหาร) คณะรัฐมนตรี (แต่งตั้งโดยประธานาธิบดี โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอรายชื่อ และรับรองโดยสภาแห่งชาติ มีวาระ 5 ปี) ) รวมถึงตำแหน่งสำคัญในพรรคคอมมิวนิสต์ เช่น สมัชชาของพรรคคอมมิวนิสต์ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ คณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์ ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายกลางทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม มีกรมการเมือง (Politburo) […]

176 total views, no views today

By อาจารย์ ดร.จำเนียร ราชแพทยาคม | อาจารย์ ดร.จำเนียร ราชแพทยาคม
DETAIL

สิ่งท้า

สิ่งท้าทายใหม่ของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในปัจจุบัน สิ่งท้าทายใหม่ในสถานที่ทำงานที่มีความเปลี่ยนแปลง การปรับเปลี่ยนองค์การใหม่ตามกระแสโลกาภิวัตน์ ทำให้เกิดการแข่งขันทางเศรษฐกิจ (competing in a global economy) การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่การแข่งขันอาจกระทำได้โดยการให้การศึกษาและการฝึกอบรม รวมทั้งการอบรมใหม่อีกครั้งหนึ่ง (retrain) อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อการปรับปรุงคุณภาพงาน องค์การจำเป็นต้องจัดให้บุคลากรมีความสามารถในการจัดการความเสี่ยง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีการเรียนรู้องค์ความรู้ใหม่ ซึ่งองค์การที่ประสบความสำเร็จจะจ้างบุคลากรที่มีการศึกษาเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของตลาดที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงด้านกำลังคน (Changing demographics of workforce) ทำให้เกิดกำลังแรงงานที่มีความหลากหลาย (Workforce diversity) มาทำงานร่วมกัน โดยอาจมาจากหลายแหล่ง หลายประเทศ หลายภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเสาะหาแรงงาน การคัดเลือก การปฐมนิเทศ สภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึง การผสมผสานของวัฒนธรรมในการทำงาน การคาดหวังของบุคลากรที่เปลี่ยนไป ความมุ่งหวังที่จะมีความก้าวหน้า ได้ทำงานในสิ่งที่ท้าทาย มีงานลักษณะใหม่เกิดขึ้น และบุคลากรมุ่งที่จะได้รับการยอมรับในผลงานที่ทำ ภูมิใจในการทำงานสำคัญ ความคาดหวังจากเดิมที่ต้องการมีรายได้สูงเพียงประการเดียว อาจมีมุมมองที่เปลี่ยนแปลงไป การจัดการของผู้จัดการ (Managing the Manager) เมื่อมีการแข่งขันและสิ่งท้าทายทางเศรษฐกิจสูง ทำให้ผู้จัดการต้องให้ความรู้แก่บุคลากรที่ดีและมากที่สุด เพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้จัดการต้องช่วยให้เกิดการเรียนรู้ในระยะยาว (The need for […]

133 total views, no views today

By อาจารย์ ดร.จำเนียร ราชแพทยาคม | อาจารย์ ดร.จำเนียร ราชแพทยาคม
DETAIL
TOP