ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล

นโยบายสาธารณะในฐานะเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศ

            นโยบายสาธารณะในฐานะเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศ     นโยบายสาธารณะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศเพราะมีความสำคัญในฐานะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ซึ่งสามารถพิจารณาประเด็นสำคัญในการเข้าไปมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ ดังนี้                  (1) การเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการสร้างเศรษฐกิจ                  การพัฒนาประเทศภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ยืนอยู่บนพื้นฐานความสมดุล จะต้องเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารจัดการประเทศที่มุ่งสู่ประสิทธิภาพ คุณภาพ รู้เท่าทันและก้าวทันโลกด้วย โดยมีความสามารถเลือกใช้ความรู้และเทคโนโลยีอย่างคุ้มค่าและเหมาะสม มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี และมีความยืดหยุ่นที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงควบคู่กันไปกับความมีคุณธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต ดังนั้น นโยบายสาธารณะจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญ (2) การเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการสร้างสังคม นโยบายสาธารณะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาสังคมที่พึงประสงค์กล่าวคือ การเป็นสังคมคุณภาพที่ยึดหลักความสมดุลและพึ่งพาตนเองได้ การเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ โดยพัฒนาคนให้คิดเป็นทำเป็น การเป็นสังคมสมานฉันท์และเอื้ออาทรต่อกัน และมีการดำรงไว้ซึ่งคุณธรรมและการพึ่งพาอาศัยเกื้อกูลกัน (3) การเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการสร้างความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายสาธารณะเป็นเครื่องมือในการสร้างความมั่นคงแห่งชาติ การต่างประเทศและการอำนวยความยุติธรรม โดยการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและประชาชนในการการเผชิญหน้ากับวิกฤติ ป้องกัน และเตือนภัยล่วงหน้า การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ การกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศ การพัฒนาระบบยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพและมีความเป็นธรรม (4) การเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ นโยบายสาธารณะเป็นเครื่องมือในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน โดยการพัฒนาอุตสาหกรรมให้อุตสาหกรรมของประเทศมีความแตกต่าง และเน้นพัฒนาการผลิตเชิงตอบสนองลูกค้าส่วนใหญ่ เป็นการพัฒนาศักยภาพด้านการแข่งขันที่เน้นเสริมสร้างมูลค้าเพิ่มทางด้านความรู้ และนวัตกรรมโดยเฉพาะด้านคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ (5) การเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการยกระดับคุณภาพชีวิต นโยบายสาธารณะเป็นเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพชีวิต โดยการพัฒนาระบบประกันสุขภาพ การเร่งรัดการปฏิรูประบบการศึกษา การพัฒนาโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคม การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การเพิ่มศักยภาพและโอกาสของคนจน ดังนั้น นโยบายสาธารณะจึงเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศที่มีความสำคัญในฐานะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในการพัฒนาด้านต่างๆที่สำคัญ […]

46 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล
DETAIL

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญในนโยบายสาธารณะ

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญในนโยบายสาธารณะ   ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญในนโยบายสาธารณะสามารถพิจารณาในภาพรวมได้ 4 ฝ่าย ได้แก่ (1) ประชาชนในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนโยบายสาธารณะ เนื่องจาก นโยบายสาธารณะเป็นผลผลิตของระบบการเมืองที่สอดคล้องต่อความต้องการหรือข้อเรียกร้องของประชาชน และพลังสนับสนุนของประชาชน นโยบายสาธารณะจึงต้องมีเนื้อหาสาระและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนเพื่อแก้ไข้ปัญหาและความต้องการของประชาชน (2) นักการเมืองในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนโยบายสาธารณะ นักการเมืองมีฐานะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนโยบายสาธารณะเพราะนักการเมืองเป็นผู้กำหนดนโยบายสาธารณะ เพื่อจัดสรรคุณค่าทางสังคมให้สอดคล้องต่อข้อเรียกร้องของประชาชน เช่น ข้อเรียกร้องในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ข้อเรียกร้องในการดูแลรักษาสุขภาพอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เป็นต้น (3) นักบริหารในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนโยบายสาธารณะ นักบริหารมีฐานะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนโยบายสาธารณะเพราะนักบริหารเป็นผู้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลและเกิดประสิทธิภาพ ซึ่งนักบริหารจะต้องมีความรู้ความสามารถในการแปลงนโยบายไปสู่แผน แผนงาน และโครงการ รวมทั้งสร้างการยอมรับ สร้างความร่วมมือ และสร้างการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นักบริหารที่ดี คือ ผู้นำนโยบายที่ดีไปสู่การแก้ไขปัญหาและความต้องการของประชาชน นักบริหารในที่นี้หมายถึง นักบริหารในราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น รวมทั้ง นักบริหารในองค์การมหาชน องค์การของรัฐ องค์การรัฐวิสาหกิจ ตลอดจน นักบริหารในองค์การธุรกิจเอกชน องค์การภาคประชาชนและประชาสังคม (4) นักวิชาการในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนโยบายสาธารณะ เนื่องจาก ความสำเร็จของนโยบายสาธารณะขึ้นอยู่กับการศึกษาวิเคราะห์วิจัยของนักวิชาการที่มีส่วนร่วมและมีบทบาทในการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ นโยบายสาธารณะจะดำเนินการให้สอดคล้องกับคุณค่าทางสังคมที่กำหนดไว้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์แผนงานโครงการ และการประเมินผลนโยบาย ซึ่งทำให้ทราบถึงความสำเร็จของนโยบายทั้งเนื้อหาสาระและการปฏิบัติ เพื่อการเสนอนโยบายที่ดีกว่าและหนทางที่จะบรรลุเป้าหมายของนโยบายที่ดีกว่า นักวิชาการจะช่วยเป็นกระจกส่องให้นักการเมืองไม่มีการทุจริต และเป็นการลงทุนที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ   38 total […]

38 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล
DETAIL

เป้าประสงค์ของการทำความเข้าใจนโยบายสาธารณะ

            เป้าประสงค์ของการทำความเข้าใจนโยบายสาธารณะ   การทำความเข้าใจนโยบายสาธารณะไม่ว่าจะโดยวิธีการใด และในขอบเขตใด ย่อมมีเป้าประสงค์เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ ทั้งในด้านความคิดทางวิชาการ ด้านการกำหนดนโยบาย ด้านการนำไปสู่การปฏิบัติ ตลอดจนการประเมินผลนโยบายหลายประการด้วยกัน ซึ่งสามารถพิจารณาได้ ดังนี้ (1) เพื่อให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจว่า นโยบายสาธารณะของประเทศหนึ่งๆ มีอะไรบ้าง ทำไมจึงต้องมีนโยบายเช่นนี้ ใครเป็นผู้ริเริ่มหรือมีส่วนผลักดันให้เกิดนโยบายเช่นนั้นขึ้นมา นโยบายนี้มีกระบวนการนำไปปฏิบัติอย่างไร ผลลัพธ์ของนโยบายที่มีต่อประชาชนและสังคมเป็นเช่นไร ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร เป็นต้น (2) เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการของนโยบายสาธารณะ ซึ่งกระบวนการนโยบายสาธารณะโดยทั่วไปมี ๓ ขั้นตอน คือ ขั้นตอนการกำหนดนโยบาย ขั้นตอนการนำนโยบายไปปฏิบัติ และขั้นตอนการประเมินผลนโยบาย นอกจากนี้ ยังจะได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับผู้เกี่ยวข้องในการนำนโยบายไปปฏิบัติทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ปัจจัยต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำนโยบายนั้นๆ ไปปฏิบัติ (3) เพื่อให้ทราบถึงประสิทธิภาพของสถาบันทางการเมืองและผู้นำทางการเมืองของประเทศหนึ่ง ๆ ในขณะนั้นว่ามีมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้เพราะว่านโยบายสาธารณะที่รัฐบาลต่างๆ กำหนดขึ้นมาจะเป็นภาพสะท้อนให้เห็นผลผลิตของกระบวนการทางการเมืองของประเทศนั้นๆ กล่าวคือนโยบายสาธารณะของประเทศใดประเทศหนึ่งมีลักษณะเป็นอย่างไรนั้น ย่อมเป็นผลมาจากการกำหนดนโยบายของผู้มีอำนาจทางการเมือง หรือของหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ รวมทั้งความสามารถของคณะบุคคลที่ประกอบเป็นรัฐบาลนั้น และอาจรวมไปถึงสมรรถนะของระบบการเมืองของประเทศนั้นด้วย (4) เพื่อให้ทราบถึงวิธีการต่างๆ ในการวิเคราะห์ปัญหาอย่างมีเหตุผล มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอน และเชื่อถือได้ กล่าวคือการทำความเข้าใจนโยบายสาธารณะนั้น […]

43 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล
DETAIL

องคาพยพสำคัญของการเป็นนโยบายสาธารณะ

องคาพยพสำคัญของการเป็นนโยบายสาธารณะ   องคาพยพหรือองค์ประกอบของการเป็นนโยบายสาธารณะมีหลายมิติในการพิจารณา ซึ่งองคาพยพที่สำคัญของการเป็นนโยบายสาธารณะนั้น ประกอบด้วย (1) นโยบายสาธารณะจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน  เป็นการกระทำที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวกำหนดขึ้นมาเพื่อมุ่งตอบสนองการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น              (2) นโยบายสาธารณะจะต้องประกอบด้วยลำดับชั้นของพฤติกรรมต่างๆ ที่มีแผนอันจะก่อให้เกิดการบรรลุถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้  เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ              (3) นโยบายสาธารณะจะต้องประกอบด้วยการกระทำต่างๆ ที่สามารถเลือกนำมาปฏิบัติได้อย่างสอดคล้องกับเวลาและสถานที่  เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรกระทำเพราะเป็นกิจกรรมหรือหน้าที่ของรัฐบาล             (4) นโยบายสาธารณะจะต้องมีการประกาศให้ประชาชนได้ทราบล่วงหน้าโดยทั่วถึงกัน    เพราะเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของรัฐที่จะกระทำหรืองดเว้นที่จะกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง               (5) นโยบายสาธารณะจะต้องมีการปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนต่างๆ ตามที่ได้ตัดสินใจเลือกไว้แล้ว เป็นเอกสารที่มีผลทางกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อรัฐบาลได้กำหนดเป็นนโยบายในรูปกฎหมายออกมาแล้ว  ประชาชนมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติ ซึ่งในแง่นี้จะเห็นได้ว่า  นโยบายสาธารณะของรัฐแตกต่างไปจากนโยบายของเอกชนที่ไม่มีอำนาจบังคับ             จากองคาพยพหรือองค์ประกอบดังกล่าวข้างต้น เป็นการแสดงให้เห็นได้ว่า การการทำความเข้าใจถึงองคาพยพหรือองค์ประกอบของการเป็นนโยบายสาธารณะ จะทำให้เข้าใจถึงแนวทางปฏิบัติของรัฐบาลในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ตลอดจนเข้าใจวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของนโยบายสาธารณะ และการนำนโยบายสาธารณะนั้นไปปฏิบัติให้บรรลุผล ซึ่งจะรู้ได้ว่าบรรลุผลหรือไม่ด้วยการประเมินผล ซึ่งเมื่อเข้าใจองคาพยพหรือองค์ประกอบของการเป็นนโยบายสาธารณะแล้ว ผู้กำหนดนโยบายจะได้ตัดสินใจกำหนดนโยบายเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในการสร้างความอยู่ดีกินดีแก่คนในประเทศอันจะนำไปบ่อเกิดของประโยชน์สาธารณะต่อไป         43 total views, no views today

43 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล
DETAIL

ปฐมเหตุของนโยบายสาธารณะ

ปฐมเหตุของนโยบายสาธารณะ   การมีเครื่องมือที่สำคัญของรัฐในการบริหารประเทศเป็นปฐมเหตุของนโยบายสาธารณะ ซึ่งสามารถบ่งชี้สาระสำคัญของนโยบายสาธารณะได้ว่า นโยบายสาธารณะเป็นกิจกรรมและกรอบแนวคิด เป็นความต้องการหรือวัตถุประสงค์ ข้อเสนอเพื่อนำไปปฏิบัติ อันเกิดจากการตัดสินใจของรัฐบาล ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย โดยรัฐจะดำเนินการในรูปของโครงการหรือกิจกรรม และรัฐก็เป็นผู้รับผิดชอบทั้งในการบริหารนโยบาย และในเชิงคุณธรรม ความก้าวหน้าของแต่ประเทศในประชาคมโลกนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศของรัฐบาลในประเทศนั้นๆ ด้วยการกำหนดนโยบายสาธารณะ โดยจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในแต่ละประเทศ ในด้านสังคม การศึกษา เศรษฐกิจ ความมั่นคง สาธารณสุข และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นต้น พอที่จะกล่าวได้ว่า นโยบายสาธารณะนั้นมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งมนุษย์ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้การปกครองรูปแบบใดย่อมจะต้องเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับนโยบายสาธารณะที่กำหนดขึ้น ไม่ว่าจะกำหนดขึ้นโดยสถาบันทางการเมือง หรือหน่วยงานทางการบริหารของรัฐต่างๆ ในฐานะของผู้ที่มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายโดยทางตรงหรือทางอ้อม ก็จะอยู่ในฐานะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายสาธารณะที่ถูกกำหนดขึ้น หัวใจสำคัญของนโยบายสาธารณะทุกนโยบาย คือ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ซึ่งรวมถึงนักการเมือง และรัฐบาล เพราะทุกคนต้องเกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะทั้งสิ้น โดยที่การเกี่ยวข้องนี้ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องในกระบวนการใด ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีจิตสำนึกหรือตระหนักในเรื่องของประโยชน์สุขของประชาชนและประโยชน์สาธารณะเสมอ ดังนั้น เมื่อนโยบายสาธารณะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับชีวิตประชาชนทุกคนในสังคม จึงทำให้การเรียนรู้และการทำความเข้าใจกับนโยบายสาธารณะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะสาระสำคัญของนโยบายสาธารณะนั้นเป็นกิจกรรมและกรอบแนวคิด นโยบายสาธารณะเป็นความต้องการหรือวัตถุประสงค์ และข้อเสนอเพื่อการนำนโยบายสาธารณะไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งเกิดจากการตัดสินใจของรัฐบาลที่มีอำนาจตามกฎหมาย โดยรัฐจะดำเนินการในรูปของโครงการหรือกิจกรรม และรัฐก็เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารนโยบายเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สาธารณะต่อไป         36 total views, no views […]

36 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล
DETAIL

การกำหนดทิศทางจากการวางแผน

การกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน  มีประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ พันธกิจ และ เป้าประสงค์หลักของหน่วยงาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ วิสัยทัศน์ (Vision)               วิสัยทัศน์ เป็นข้อความซึ่งแสดงภาพที่หน่วยงานอยากจะเป็นในช่วง 4-5 ปีข้างหน้าและเกิดจากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและการวิเคราะห์ศักยภาพของหน่วยงาน  โดยมีข้อมูลเชิงปริมาณและข้อมูลเชิงคุณภาพสนับสนุนการวิเคราะห์ ซึ่งไม่ใช่ข้อความที่เป็น “คำขวัญ” ของหน่วยงาน หรือข้อความที่แสดงภาพเพ้อฝันที่ไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมจริง พันธกิจ(Mission)               พันธกิจ เป็นข้อความระบุหน้าที่ ความรับผิดชอบ หรือบทบาทซึ่งกำหนดจะทำในช่วง 4-5 ปีข้างหน้าที่สอดคล้องกับกฎหมายการจัดตั้งหน่วยงาน เพื่อให้วิสัยทัศน์ที่กำหนดประสบความสำเร็จ เป้าประสงค์หลักของหน่วยงาน (Organization’s Objective or Goal)               เป้าประสงค์หลักของหน่วยงาน เป็นข้อความระบุกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการที่ชัดเจน และผลประโยชน์ที่กลุ่มเป้าหมายได้รับที่มีความสัมพันธ์กับพันธกิจโดยตรง               ทั้งนี้ โครงสร้างแผนงบประมาณในระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ นั้นกำหนดทิศทางของแผนเป็นลำดับชั้นจากบนลงล่าง (Cascading) เป็น 4 ระดับ ดังนี้ ระดับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล               เป็นการกำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนพร้อมตัวชี้วัดความสำเร็จของรัฐบาลที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมในทางที่พึงปรารถนา (National Policy Indicator” หรือ […]

117 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล
DETAIL

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อการวางแผน

การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders  Analysis)  ที่เกี่ยวข้องกับองค์การมีส่วนช่วยในการกำหนดวิสัยทัศน์   พันธกิจ   และเป้าประสงค์หลักของหน่วยงานได้ถูกต้อง เนื่องจากหน่วยงานไม่เพียงแต่มีความผูกพันธ์กับหน่วยงานต้นสังกัดและผู้รับบริการเท่านั้น แต่ยังมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ อีกด้วย               ผู้มีส่วนได้เสียต่อองค์การ (Stakeholder   Influence)  ซึ่งมีอิทธิพลต่อการวางแผนและ การดำเนินงานของหน่วยงาน จำแนกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้               (1) ผู้มีส่วนได้เสียภายในองค์การ (Internal Stakeholders) ได้แก่ ผู้บริหารทุกระดับและ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงาน               (2) ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในการรับบริการ (Marketplace Stakeholders)  เช่น ผู้รับบริการ พันธมิตร ผู้รับจ้าง และขายครุภัณฑ์และวัสดุในการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ เป็นต้น               (3) ผู้มีส่วนได้เสียในสังคมแต่อยู่นอกองค์การ (External Stakeholders)  เช่น คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค  คณะกรรมการอาหารและยา  สถาบันการเงิน  สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม  องค์การพัฒนาเอกชน  และสื่อมวลชน  รวมทั้งกลุ่มการเมืองที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ  ตลอดจนศาลยุติธรรม  และศาลปกครอง  เป็นต้น  […]

77 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล
DETAIL

ความแตกต่างของการวางแผน

ความแตกต่างของการวางแผนโดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างแผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติงานระยะยาว และแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี ของหน่วยงาน นั้น หากพิจารณาในรายละเอียด หน่วยงานที่ไม่ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์มาก่อน มักจะมีความเข้าใจผิดว่าแผนปฏิบัติงานระยะยาวที่เคยทำมาแต่เดิมหรือแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี ตามนโยบายของรัฐบาลที่จัดทำขึ้น ก็คือ แผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ยังคลาดเคลื่อน ดังนั้น จึงควรมีการพิจารณาลักษณะของการวางแผนในรายละเอียดเพื่อจะได้ทราบถึงลักษณะเฉพาะในแต่ละประเภท ดังนี้ แผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน แผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน  มีลักษณะสำคัญ  ดังนี้ 1.1 แผนยุทธศาสตร์ให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์ของสภาพแวดล้อมในเชิงโอกาส  และภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไปกับศักยภาพที่เป็นจุดแข็งและจุดอ่อนของหน่วยงาน เพื่อการกำหนดยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน หากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ยุทธศาสตร์จะต้องปรับไปด้วย 1.2 แผนยุทธศาสตร์เน้นความเชื่อมโยงจากนโยบายลงมาที่ผลลัพธ์  และต่อลงมายังผลผลิตระยะยาวซึ่งเป็นตัวเชื่อมไปสู่การจัดทำแผนปฏิบัติการและการกำหนดกิจกรรม 1.3 แผนยุทธศาสตร์ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ในการจัดทำยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติงานระยะยาว แผนปฏิบัติงานระยะยาวแบบดั้งเดิมของหน่วยงาน  มีลักษณะสำคัญ ดังนี้ 2.1 แผนปฏิบัติงานระยะยาวให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์ของสภาพปัญหากับสาเหตุของ ปัญหา เพื่อกำหนดโครงการและกิจกรรมของหน่วยงาน เพื่อแก้ไขปัญหา 2.2 แผนปฏิบัติงานระยะยาวเน้นความเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมกับงบประมาณ 2.3 แผนปฏิบัติงานระยะยาวให้ความสำคัญกับการกำหนดกิจกรรมโดยผู้ปฏิบัติงาน แผนปฏิบัติราชการ 4 ปีของหน่วยงาน แผนปฏิบัติราชการ 4 ปีของหน่วยงาน […]

62 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อุดมวิศวกุล
DETAIL
TOP