อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์

ทิศทางการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของธุรกิจ SMEs สู่ AEC ตอนที่ 5

ทิศทางการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของธุรกิจ SMEs ในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จากการวิเคราะห์ถึงผลกระทบของธุรกิจ SMEs เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นั่น พบว่า การจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความสามารถในทางการแข่งขัน ดังนั้น ธุรกิจ SMEs ควรมีแนวทางการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ดังนี้ การจัดการบริการลูกค้า จะต้องจัดสรรทรัพยากรและแบ่งกลุ่มลูกค้าตามเกรด A B C และ D ตามหลักการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งจะทำให้บริษัทประหยัดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในการทุ่มทรัพยากรที่ไม่จำเป็นกับลูกค้าบางกลุ่ม รวมทั้งควรนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำธุรกรรมติดต่อกับลูกค้า เช่น SMS, E-commerce, Facebook เป็นต้น เพื่อสร้างกิจกรรมทางการตลาด หรือการส่งเสริมการขายในการดึงดูดใจลูกค้าต่อไป การพยากรณ์อุปสงค์ ควรมีการนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเก็บข้อมูลในเรื่องของปริมาณ ประเภท รูปแบบ ขนาด สีสัน ลวดลาย ฯลฯ ตามความต้องการลูกค้าในแต่ละช่วงเพื่อพยากรณ์วางแผนรองรับอุปสงค์ได้อย่างถูกต้อง การสื่อสารด้านการกระจายสินค้า จะต้องมีการวางระบบการติดต่อสื่อสารภายในบริษัท ไม่ว่าจะเป็นในรูปของกระดาษหรือเครื่องมือสื่อสาร ซึ่งจะช่วยให้ลดช่องว่างของความผิดพลาดได้ รวมทั้งควรมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีประสิทธิภาพด้วย การจัดการสินค้าคงคลังและดำเนินการกับคำสั่งซื้อ ตามหลัก ABC Analysis ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญวัตถุดิบกับสินค้าที่มีปริมาณคำสั่งซื้อมาก เพื่อลดค่าใช้จ่าย เช่น เดิมสั่งวัตถุดิบเดือนละ 1 ครั้งในปริมาณที่มาก ควรปรับเป็นการทยอยส่งสัปดาห์ละ […]

253 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL

ทิศทางการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของธุรกิจ SMEs สู่ AEC ตอนที่ 4

ผลกระทบของธุรกิจ SMEs จาก 6 อุตสาหกรรม เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เมื่อพิจารณาผลกระทบของธุรกิจ SMEs จาก 6 อุตสาหกรรมสำคัญ ตามลักษณะการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ ตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ จะมีลักษณะดังต่อไปนี้   SMEs จากอุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจ SMEs ที่มาจากอุตสาหกรรมอาหารของไทย มีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพด้านเทคโนโลยีการผลิต ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ และอีกทั้งยังได้รับมาตรฐานและการยอมรับของผู้บริโภคในอาเซียน แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันวัตถุดิบต้นน้ำเริ่มขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น ซ้ำยังมีต้นทุนด้านพลังงานและค่าแรงของแรงงานที่สูงขึ้นอีกด้วย ทำให้ธุรกิจ SMEs ไทย ไม่สามารถได้ผลกำไรต่อการขายสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มน้อยได้อีกต่อไป ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต้นน้ำและกลางน้ำของธุรกิจ SMEs จากอุตสาหกรรมอาหารกล่าวได้ว่า ธุรกิจจะได้รับประโยชน์จากสภาวะอุปสงค์ของตลาดที่ใหญ่ขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนที่สามารถผลิตได้ในราคาต้นทุนที่ต่ำกว่าและสำหรับธุรกิจอาหารภาคการเกษตร และประมงจะประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน อันเนื่องมาจากแรงงานต่างด้าวกลับไปทำงานในประเทศของตนเอง สำหรับอุตสาหกรรมปลายน้ำนั้น ธุรกิจ SMEs ยังคงได้รับประโยชน์จากสภาวะอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และยังมีโอกาสขยายการลงทุนไปยังประเทศต่างๆเนื่องจากมีการเปิดเสรีการลงทุนได้มากขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ตามการเปิดเสรีการลงทุน ที่มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรีจะทำให้ธุรกิจ SMEs ที่ขาดความเข้มแข็งด้านเงินทุนถูกครอบงำจากนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ต้องกลายเป็นผู้รับจ้างผลิตไปในที่สุดแทนที่จะเป็นเจ้าของกิจการ SMEs จากอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล […]

223 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL

ทิศทางการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของธุรกิจ SMEs สู่ AEC ตอนที่ 3

ผลกระทบของธุรกิจ SMEs เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จากกรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้านการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ ผ่านห่วงโซ่คุณค่าจะพบว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้นจะส่งผลกระทบต่อ ธุรกิจ SMEs ดังนี้ กิจกรรมหลัก Inbound Logistics เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง การจัดเก็บและการแจกจ่ายวัตถุดิบ จากความเชื่อมโยงทั้ง 3 ด้าน จะส่งผลให้ธุรกิจ SMEs สามารถจัดหาวัตถุดิบต่างๆ ได้ง่ายและสะดวกขึ้น เนื่องจากมีการคมนาคมขนส่งที่ทั่วถึง และการส่งข้ามเขตแดนที่ง่ายขึ้นจากการปฏิรูปกฎระเบียบการขนส่ง ที่สำคัญต้นทุนด้านภาษีนำเข้าที่ต่ำลง จะทำให้ธุรกิจ SMEs มีต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศอาเซียนด้วยกันต่ำลง ซึ่งช่วยเพิ่มส่วนต่างของผลกำไร Operation เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนหรือแปรรูปวัตถุดิบให้ออกมาเป็นสินค้า หรือกล่าวได้ว่า เป็นขั้นตอนการผลิตนั่นเอง เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะส่งผลต่อระบบการผลิตของธุรกิจ SMEs ในด้านความต้องการของสินค้า และการแข่งขันที่สูงขึ้น เพราะคู่แข่งขันไม่ใช่เฉพาะคู่แข่งภายในประเทศเท่านั้น แต่ได้ขยายขอบเขตเป็นการแข่งขันระดับภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นธุรกิจ SMEs ต้องมีการปรับปรุงคุณภาพการผลิตสินค้า ความทันสมัยในตัวสินค้า หรือกล่าวได้ว่า ต้องมีการเพิ่มคุณค่าให้กับตัวสินค้านั่นเอง Outbound Logistics เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บ รวบรวม จัดจำหน่ายสินค้าและบริการไปยังลูกค้า แน่นอนว่า เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะส่งผลให้ธุรกิจ SMEs สามารถกระจายสินค้าสู่ภูมิภาคอาเซียนได้ง่ายขึ้นเนื่องจากมีการเชื่อมโยงด้านระบบศุลกากรและส่งผลต่อต้นทุนในการขนส่งสิน ที่ลดลงอีกด้วย […]

218 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL

ทิศทางการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของธุรกิจ SMEs สู่ AEC ตอนที่ 2

เหตุผลในการเป็นประชาคมอาเซียน เมื่อพิจารณาถึงความแข็งแกร่งและความอยู่รอดแล้ว สิ่งหนึ่งขาดเสียไม่ได้ คือ การรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับสมาชิกภายในกลุ่ม  ทั้งในเรื่องของการสร้างอำนาจการต่อรอง ฐานกำลังการผลิต การสร้างเขตการค้าเสรีและการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในเวทีระหว่างประเทศเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ร่วมและพัฒนาประเทศในภูมิภาคไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะในสภาวะแห่งทุนนิยม ที่เศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนและผลักดันให้ประเทศต่างๆก้าวรุดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเหตุผลที่ก่อให้เกิดการรวมตัวกันในภูมิภาพเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือที่เรียกว่าประชาคมอาเซียน                 ประชาคมอาเซียนหรือสมาคมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม, ราชอาณาจักรกัมพูชา, สาธารณรัฐอินโดนีเซีย, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, ประเทศมาเลเซีย, สาธารณรัฐฟิลิปปินส์, สาธารณรัฐสิงคโปร์, ราชอาณาจักรไทย, สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และสหภาพพม่า ประชาคมอาเซียนประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน ให้ความสำคัญในเรื่องของความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง การพัฒนาทางการเมือง ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน การสร้างกลไกป้องกันและแก้ไขความขัดแย้ง เพื่อสร้างความมั่นใจในเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค โดยประชาชนในอาเซียนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอาเซียนกับโลก โดยมีนโยบาย 4 เรื่องที่สำคัญ ได้แก่ การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว เน้นการเคลื่อนย้ายสินค้า การบริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานมีฝีมือระหว่างกันอย่างเสรี รวมถึงการเปิดเสรีในภาคบริการสาขาเร่งรัดต่างๆ ซึ่งรวมถึงภาคโลจิสติกส์ด้วย […]

461 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL

ทิศทางการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของธุรกิจ SMEs สู่ AEC ตอนที่ 1

บทคัดย่อ ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ นักวิชาการ และนักปฏิบัติล้วนต่างให้ความสำคัญกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมากขึ้น ธุรกิจ SMEs ถือว่าเป็นผู้เล่นคนสำคัญซึ่งต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SMEs ที่มาจากอุตสาหกรรมสำคัญ 6 สาขา ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์พลาสติก และอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ดังนั้น ธุรกิจ SMEs เหล่านี้จึงจำเป็นต้องมีปรับตัวการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ คำสำคัญ : ธุรกิจ SME, โซ่อุปทาน, โลจิสติกส์, ห่วงโซ่คุณค่า, ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน บทนำ          ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ทุกธุรกิจต่างต้องเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเนื่องจาก ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีเงินทุนน้อยกว่าธุรกิจในรูปแบบห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัด มีการดำเนินการในรูปแบบบุคคลธรรมดา หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ธุรกิจ SME ของไทยมีถึงร้อยละ 98.6 ของจำนวนธุรกิจทั้งหมดที่ประกอบกิจการในประเทศไทย ดังนั้น อนาคตอีกสองปีข้างหน้า (พ.ศ.2558) เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน บรรดาธุรกิจ SMEs ที่มีเป็นจำนวนมาก […]

342 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL

(ภาษาไทย) การประยุกต์ใช้ Traveling Salesman Problem ในการหาเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ตอนที่ 5

อภิปรายและสรุปผลการวิจัย จากการศึกษาข้อมูลจากเอกสารต่างๆและข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมทั้งลงสำรวจพื้นที่เก็บระยะทาง ของเส้นทางการท่องเที่ยวในแต่ละแห่งและนำมาวิเคราะห์โดยใช้ทฤษฎี Traveling Salesman Problem ทำให้ได้เส้นทางการท่องเที่ยวที่มีระยะทางสั้นที่สุด ได้แก่ เส้นทางจาก อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไป Art in Paradise มีระยะทาง 142 กิโลเมตร จาก Art in Paradise ไป ตลาดน้ำ 4 ภาค มีระยะทาง 11.4 กิโลเมตร จาก ตลาดน้ำ 4 ภาค ไป สวนนงนุชมีระยะทาง 11.2 กิโลเมตร จากสวนนงนุชไป ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค มีระยะทาง 6.7 กิโลเมตร และจากไร่องุ่นซิลเวอร์เลค กลับมายัง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ระยะทาง 141 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมด 312.3 กิโลเมตร จากเส้นทางดังกล่าวนำมาวิเคราะห์โดยใช้ทฤษฎี Linear Programming […]

294 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL

(ภาษาไทย) การประยุกต์ใช้ Traveling Salesman Problem ในการหาเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ตอนที่ 4

ระเบียบวิธีการวิจัย การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจโดยสำรวจพื้นที่การท่องเที่ยวใน เมืองพัทยา จำนวน 4 แหล่ง ได้แก่ Art in Paradise ตลาดน้ำ 4 ภาค สวนนงนุช และไร่องุ่นซิลเวอร์เลค โดยมีจุดเริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สาเหตุที่เลือกอนุสาวรีย์เป็นจุดเริ่มต้นเพราะอนุสาวรีย์เป็นจุดศูนย์กลางเปลี่ยนผ่านของบริการรถตู้ โดยผู้วิจัยได้ทำการจำลองการเดินทางท่องเที่ยวเสมือนจริง และเนื่องจากแต่ละวันมีความคับคั่งของจำนวนรถไม่เท่ากัน จึงเดินทางสำรวจเป็นเวลา 3 สัปดาห์ โดยเริ่มออกเดินทางในเวลา 7:30 ของทุกวันมีจุดเริ่มต้นที่รถตู้จากอนุสาวรีย์ไปยังพัทยา จากการสำรวจพื้นที่พร้อมกับศึกษาเส้นทางผ่าน Google Map พบว่า จากอนุสาวรีย์ไปยังพัทยา มีเส้นทางทั้งหมด 3 เส้นทาง ซึ่งทางทีมวิจัยได้ใช้ทุกเส้นทาง โดยแต่ละเส้นทางจะทดลองวิ่ง เป็นเวลา 7 วัน แล้วนำเวลาเดินทางทั้ง 7 วันมาหาค่าเฉลี่ย ต่อจากนั้นนำมาทำการคัดเลือกเส้นทางโดยใช้เงื่อนไขระยะทาง และระยะเวลามาเป็นเงื่อนไขในการตัดสินใจ ดังตารางที่ 1 สุดท้ายจึงใช้ทฤษฎี Traveling Salesman Problem : Nearest Neighbor Algorithms มาใช้ในการจัดลำดับการเที่ยวในพัทยาเพื่อหาเส้นทางที่สั้นที่สุด ตารางที่ […]

267 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL

(ภาษาไทย) การประยุกต์ใช้ Traveling Salesman Problem ในการหาเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ตอนที่ 3

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการศึกษางานวิจัยของนคร ไชยวงค์ศักดา และคณะ(2558) เรื่องการจัดเส้นทางการขนส่งโดยใช้เซฟวิ่งอัลกอริทึมและตัวแบบปัญหาการเดินทางของพนักงานขาย กรณีศึกษาโรงานน้ำดื่ม พบว่างานวิจัยนี้มีการศึกษาเสนอการจัดเส้นทางขนส่งน้ำดื่ม โดยการแบ่งพื้นที่ในการให้บริการและนำลูกค้าในแต่ละพื้นที่มาจัดเส้นทางโดยวิธี เซฟวิ่งอัลกอริทึมหลังจากนั้นนำเส้นทางที่ได้มาจัดลำดับในการขนส่งโดยใช้โปรแกรมเชิงเส้นตรงตัวแบบปัญหาการเดินทางของพนักงานขาย ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ปัญหามีขนาดเล็กลง สามารถแก้ปัญหาโดยใช้ Solver ใน Microsoft Excel ได้โดยตัวแบบปัญหาการเดินทางของพนักงานขายจะให้คำตอบที่ดีที่สุดคือระยะทางที่สั้นที่สุดในแต่ละเส้นทาง ซึ่งผลจากการศึกษาเส้นทางตัวอย่างจากโซนพื้นที่ที่ 1 จำนาน 6 เส้นทาง การจัดเส้นทางโดยตัวแบบปัญหาของพนักงานขายทำให้ระยะทางลดลงกว่าวิธี เซฟวิ่งอัลกอริทึม 4.16 % นอกจากนี้ยังได้ศึกษางานวิจัยของพัชรลักษณ์ รักธรรมจิรสุข (2557) เรื่องการศึกษารูปแบบการจัดเส้นทางเพื่อทำการวางแผนการเดินทางของพนักงานขาย (Routes with Local Search for planning Salesman Traveling) โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัย (1) เพื่อศึกษาเส้นทางการเดินทางของพนักงานขายโดยได้ระยะทางการเดินทางรวมน้อยที่สุด (2)เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาการเดินทางแบบเดิม ได้เส้นทางการเดินทางแบบใหม่ทำให้มีการจัดลำดับเส้นทางการเดินทางได้ระยะทางที่ลดลง โดยใช้วิธี Traveling Salesman Problem พบว่า การนำเอาทฤษฎีปัญหาการเดินทางของพนักงานขายมาใช้ก็ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางลดลงและระยะทางในการเดินทางที่ลดลง สุดท้ายผู้วิจัยได้ศึกษางานของสิรินทร์ ตันตรวงศ์ (2553) เรื่องการลดต้นทุนการผลิตด้วยโปรแกรมเชิงเส้น กรณีศึกษาบริษัทผู้ผลิตกระดาษแห่งหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัย (1) […]

406 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL
TOP