อาจาย์สุธีรา ใจสัตยาบรรณ

มูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยของกองทุนเปิดและกองทุนปิด

        ในกรณีที่กิจการลงทุนมีส่วนได้เสียเป็นหน่วยลงทุน กิจการลงทุนต้องคำนวณมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยโดยใช้มูลค่าสินทรัพย์ทั้งสิ้นหักด้วยมูลค่าหนี้สินทั้งสิ้นแล้วหารด้วยจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือโดยบุคคลภายนอก โดยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Asset Value: NAV) ของกองทุนเปิดและกองทุนปิดมีความแตกต่างกัน ดังนี้ กองทุนเปิด (Opened – End Fund) คือกองทุนรวมที่สามารถขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติมและต่อเนื่องได้หลังจากที่มีการเสนอขายหน่วยลงทุนในครั้งแรกไปแล้ว รวมถึงสามารถรับซื้อคืนหน่วยลงทุนจากนักลงทุนเมื่อใดก็ได้ตลอดเวลา กองทุนประเภทนี้จึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะสามารถซื้อขายได้ง่ายและสะดวก และมีสภาพคล่องสูงกว่ากองทุนปิด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจะยังไม่ทราบว่าราคาซื้อขายหน่วยลงทุนจะเป็นเท่าไรในทันที ณ เวลาที่ทำรายการสั่งซื้อขายนั้น เนื่องจากต้องคอยจนกว่าจะมีการคำนวณ NAV (Net Asset Value: NAV) ต่อหน่วยของกองทุน ณ สิ้นวันทำการเสียก่อน กองทุนปิด (Closed – End Fund) คือกองทุนรวมชนิดที่ บลจ. ไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยจะมีการกำหนดอายุโครงการอย่างชัดเจนแน่นอน และเปิดให้มีการจองซื้อหน่วยลงทุนเพียงครั้งเดียวเมื่อเริ่มต้นโครงการหลังจากนั้นก็จะไม่มีการออกขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทำให้จำนวนของหน่วยลงทุนของกองทุนคงที่ ไม่มีการเพิ่มขึ้น หรือลดลง สามารถขายคืนเมื่อครบกำหนดอายุโครงการเท่านั้น (ราคาที่ บลจ. รับซื้อคืนหน่วยลงทุนจะมีมูลค่าเท่ากับ NAV ต่อหน่วย เมื่อครบกำหนดอายุโครงการแล้ว) […]

58 total views, no views today

By นางสาวสุธีรา ใจสัตยาบรรณ | อาจาย์สุธีรา ใจสัตยาบรรณ
DETAIL

การกำกับดูแลกิจการ Vs ทฤษฎีตัวแทน

          Jensen and Meckling (1976) ได้อธิบายทฤษฎีตัวแทนว่าเป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง    2 ฝ่าย ได้แก่ ตัวการ (Principal) ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้น และตัวแทน (Agent) คือ ผู้บริหาร บนพื้นฐานว่าเจ้าของกิจการไม่สามารถบริหารงานของกิจการได้เพียงผู้เดียว จึงต้องมอบอำนาจให้กับตัวแทนหรือผู้บริหารเพื่อทำหน้าที่บริหารงานแทนเจ้าของกิจการเพื่อให้กิจการบรรลุเป้าหมาย และจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ตัวแทนตามสัญญาและผลการดำเนินงาน ตัวแทนที่บริหารงานดีย่อมส่งผลต่อมูลค่าของกิจการที่สูงขึ้น กล่าวได้ว่า เมื่อใดก็ตามที่ผลประโยชน์ของตัวการและตัวแทนมีความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จะไม่เกิดข้อขัดแย้ง ในทางตรงกันข้าม หากทั้งสองฝ่ายมีวัตถุประสงค์และผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน หรือเกิดการแบ่งแยกระหว่างผู้บริหารและเจ้าของ ย่อมก่อให้เกิดปัญหาการเป็นตัวแทน (Agent Problem) ขึ้น การนำแนวคิดเรื่องกลไกการกำกับดูแลกิจการทั้งจากปัจจัยภายใน (เช่น คณะกรรมการบริษัทกับและถ่วงดุลที่ดี ผู้ถือหุ้นกระจุกตัว/มีอำนาจควบคุมการจ่ายค่าตอบแทนที่ดีต่อฝ่ายจัดการ) และกลไกการกำกับดูแลจากปัจจัยภายนอก (เช่น การควบรวมกิจการ กลไกการตลาด) จะช่วยลดปัญหาตัวแทนได้และยังทำให้กิจการมีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับจากผู้ถือหุ้น รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย (La Porta et al., 1997) ที่มา: Jensen, M., & […]

60 total views, no views today

By นางสาวสุธีรา ใจสัตยาบรรณ | อาจาย์สุธีรา ใจสัตยาบรรณ
DETAIL

นิยามและประเภทของการร่วมการงาน

      มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 11 (ปรับปรุง 2561) เรื่อง การร่วมการงาน ให้นิยามของการร่วมการงาน (Joint Arrangement) ว่าหมายถึง การงานซึ่งบุคคลหรือกิจการตั้งแต่สองราย ขึ้นไปมีการควบคุมร่วมกัน       การควบคุมร่วม (Joint Control) หมายถึง การร่วมกันควบคุมการงานซึ่งได้ตกลงกันไว้ในสัญญา ซึ่งการควบคุมร่วมจะมีได้ก็ต่อเมื่อการตัดสินใจใดๆเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องจะต้องได้รับความ เห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากผู้ที่ร่วมกันควบคุมการงานแล้วเท่านั้น        การร่วมการงานมี 2 ประเภท คือ การดำเนินงานร่วมกัน และการร่วมค้า ซึ่งการดำเนินงานร่วมกัน หมายถึง การร่วมการงานซึ่งผู้ที่มีการควบคุมร่วมมีสิทธิในสินทรัพย์และมีภาระผูกพันในหนิ้สินที่เกี่ยวข้องกับการร่วมการงาน และต้องรับรู้และวัดมูลค่าสินทรัพย์ หนี้สิน รายได้และค่าใช้จ่าย ที่เกี่ยวกับส่วนได้เสียของตนในการดำเนินงานร่วมกัน สำหรับการร่วมค้านั้น หมายถึง การร่วมการงานซึ่งผู้ที่มีการควบคุมร่วมมีสิทธิในสินทรัพย์สุทธิของการงานนั้น และจะรับรู้และบันทึกเงินลงทุนโดยใช้วิธีส่วนได้เสีย   ที่มา : มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 11 (ปรับปรุง 2561) เรื่อง การร่วมการงาน 53 total […]

53 total views, no views today

By นางสาวสุธีรา ใจสัตยาบรรณ | อาจาย์สุธีรา ใจสัตยาบรรณ
DETAIL

การประเมินอำนาจควบคุมในกิจการอื่น

      หากกิจการมีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จในกิจการอื่น กิจการต้องจัดทำงบการเงินรวมตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 10 แต่ถ้ากิจการไม่มีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จในกิจการอื่นต้องพิจารณาต่อว่ากิจการมีอำนาจควบคุมร่วมในกิจการอื่นหรือไม่       จากย่อหน้าแรก (กรณีที่ไม่มีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จในกิจการอื่น) กิจการต้องพิจารณาว่ามีอำนาจควบคุมร่วมหรือไม่ หากมีอำนาจควบคุมร่วม ถือเป็นการร่วมการงาน ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 11 ซึ่งการร่วมการงานแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การร่วมการงานและการร่วมค้า (อ่านต่อได้ในบล็อคถัดไป) หากไม่มีอำนาจควบคุมร่วม ต้องพิจารณาต่อว่ามีอิทธิพลอย่างมีสาระสำคัญต่อกิจการอื่นหรือไม่ ถ้ามีอิทธิพลอย่างมีสาระสำคัญต่อกิจการอื่น ถือว่ามีบริษัทร่วม กิจการต้องบันทึกเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 28      ทั้งนี้ หากไม่มีอิทธิพลอย่างมีสาระสำคัญต่อกิจการอื่น ถือว่าเป็นเงินลงทุนในหลักทรัพย์ ซึ่งต้องบันทึกเงินลงทุนด้วยมูลค่ายุติธรรมหรือวิธีราคาทุน ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 105 ที่มา : มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 10 (ปรับปรุง 2561) เรื่อง งบการเงินรวม 55 total views, no views today

55 total views, no views today

By นางสาวสุธีรา ใจสัตยาบรรณ | อาจาย์สุธีรา ใจสัตยาบรรณ
DETAIL

รายการ OCI คืออะไร

               รายการ OCI (Other Comprehensive Income) คือ รายการรายได้และค่าใช้จ่ายที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นรายได้และค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินธุรกิจตามปกติของกิจการ ซึ่งมาตรฐานการบัญชีไม่อนุญาตให้รับรู้รายการรายได้และค่าใช้จ่ายดังกล่าวในรายการกำไรขาดทุน อีกทั้งผู้จัดทำงบการเงินจะต้องจัดกลุ่มรายการ OCI ออกเป็น กลุ่ม OCI ที่สามารถจัดประเภทใหม่เข้าไปไว้ในกำไรหรือขาดทุนได้ และกลุ่ม OCI ที่ไม่สามารถจัดประเภทใหม่เข้าไปไว้ในกำไรหรือขาดทุนได้ ดังนี้                 กลุ่มรายการ OCI ออกเป็น กลุ่ม OCI ที่สามารถจัดประเภทใหม่เข้าไปไว้ในกำไรหรือขาดทุนได้ ผลกําไรและขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงินของการ ดําเนินงานในต่างประเทศ ผลของกําไรและขาดทุนจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนเผื่อขาย ส่วนของผลกําไรและขาดทุนที่มีประสิทธิผลจากเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงในการป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสด                 กลุ่ม OCI ที่ไม่สามารถจัดประเภทใหม่เข้าไปไว้ในกำไรหรือขาดทุนได้ การเปลี่ยนแปลงในส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ การวัดมูลค่าใหม่ของโครงการผลประโยชน์ที่กําหนดไว้   ที่มา : มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 1 […]

58 total views, no views today

By นางสาวสุธีรา ใจสัตยาบรรณ | อาจาย์สุธีรา ใจสัตยาบรรณ
DETAIL

Corporate Governance Report of Thai Listed Companies 2018

สถาบันกรรมการบริษัทไทย จัดทำการสำรวจตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน ประจำปี 2561 (CGR 2018) เพื่อทำการสำรวจและติดตามพัฒนาการด้านการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย โดยจัดกลุ่มบริษัทตามช่วงคะแนนที่ได้รับ กล่าวคือ คะแนน 90 คะแนนขึ้นไป หมายถึง ระดับดีเลิศ, คะแนน 80-89 คะแนน หมายถึง ระดับดีมาก และคะแนน 70-79 คะแนน หมายถึง ระดับดี ทั้งนี้จะประกาศรายชื่อเฉพาะบริษัทที่ได้ระดับดีขึ้นไปเท่านั้น สำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปี 2561 (ทั้งสิ้น 657 บริษัท) พบว่า บริษัทฯ ที่มีผลการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ มี 142 บริษัท ระดับดีมาก มี 241 บริษัท และระดับดี มี 174 บริษัท (www.thai-iod.com) ซึ่งผลคะแนนดังกล่าว อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนในการนำไปใช้ตัดสินใจลงทุนในบริษัทฯ และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารในการนำไปปรับปรุงพัฒนาการกำกับดูแลกิจการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 286 total views, no views today

286 total views, no views today

By นางสาวสุธีรา ใจสัตยาบรรณ | อาจาย์สุธีรา ใจสัตยาบรรณ
DETAIL

เงินสะสม-เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คืออะไร

          เงินสะสม คือ เงินที่ลูกจ้างจ่ายเข้ากองทุนเพื่ออมเงินไว้ใช้จ่ายยามเกษียณอายุ ออกจากงาน หรือ ทุพพลภาพ ส่วนเงินสมทบ คือ เงินที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุนให้อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งกฎหมายกำหนดให้สมทบนอัตราที่ไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของลูกจ้าง ควรสะสมเงินในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าอัตราที่นายจ้างจะสมทบให้ ทั้งนี้ เงินสะสม-เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีมากมาย ได้แก่ 1) เงินสะสมที่สมาชิกนำเข้ากองทุน สามารถนำมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ โดยหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินปีละ 10,000 บาท แต่สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง และไม่เกิน 490,000 บาท ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมกับเงินได้ที่เสียภาษี 2) เงินสมทบที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุน ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างของลูกจ้างแต่ละราย 3) ผลประโยชน์จากการลงทุนของกองทุน เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล และกำไรจากการขายหลักทรัพย์ ได้รับยกเว้นภาษี 4) เงินที่สมาชิกได้รับจากกองทุนเมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส่วนที่เป็นเงินสะสมได้รับยกเว้นภาษี 338 total views, […]

338 total views, no views today

By นางสาวสุธีรา ใจสัตยาบรรณ | อาจาย์สุธีรา ใจสัตยาบรรณ
DETAIL

รายงานความยั่งยืนคืออะไร

รายงานความยั่งยืน (Sustainability Report) เป็นเอกสารที่เปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่องค์กรจัดทำขึ้นเพื่อสนองความต้องการในปัจจุบันที่ลำพังรายงานทางการเงินเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสะท้อนข้อมูลผลประกอบการโดยรวมให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียอื่นได้อย่างครบถ้วน (www.thaicsr.com)  ซึ่ง บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทุกบริษัทถูกกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลในหัวข้อดังกล่าวเพิ่มเติมในแบบ 56-1 ที่ต้องส่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป สำหรับรูปแบบในการเปิดเผยข้อมูล อาจทำได้โดย 1) เปิดเผยข้อมูลภายใต้หัวข้อความรับผิดชอบต่อสังคมในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) หรือรายงานประจำปี (แบบ 56-2) อ้างอิงไปยังรายงานที่จัดทำแยกเล่มที่เปิดเผยในเว็บไซต์ของบริษัท หรือ 3) เปิดเผยสาระสำคัญโดยรวมอยู่กับข้อมูลการดำเนินงานอื่น ๆ ของบริษัท โดยอธิบายกระบวนการจัดทำรายงานไว้ในหัวข้อความรับผิดชอบต่อสังคม 328 total views, 1 views today

328 total views, 1 views today

By นางสาวสุธีรา ใจสัตยาบรรณ | อาจาย์สุธีรา ใจสัตยาบรรณ
DETAIL
TOP