(ภาษาไทย) BLOG 1 (1 พฤษภาคม 2559) – บทสรุปของผู้บริหาร โครงการ การวิเคราะห์และสังเคราะห์ งานวิจัยโครงการวิจัยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการปี 2555 เพื่อการจัดทำยุทธศาสตร์การวิจัย ปี 2556 – 2559

BLOG 1 (1 พฤษภาคม 2559) – บทสรุปของผู้บริหาร โครงการ การวิเคราะห์และสังเคราะห์ งานวิจัยโครงการวิจัยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการปี 2555 เพื่อการจัดทำยุทธศาสตร์การวิจัย ปี 2556 – 2559 สนับสนุนโดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) บทสรุปของผู้บริหาร การวิเคราะห์และสังเคราะห์งานวิจัยโครงการวิจัยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และบริการ ปี 2555 เพื่อการจัดทำยุทธศาสตร์การวิจัยปี 2556 – 2559 นี้ เป็นโครงการย่อยที่2 ในแผนงานการติดตามและประเมินผลโครงการวิจัยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ปี 2555 เพื่อการจัดทำยุทธศาสตร์การวิจัย ปี 2556 – 2559 มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์งานวิจัยด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ที่ได้รับทุนสนับสนุนในปี พ.ศ.2555โดยมุ่งหาความสอดคล้องตามยุทธศาสตร์การวิจัยการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ.2555-2559 ความเชื่อมโยงของงานวิจัยที่ได้รับทุนในปี 2555 กับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยว ตลอดจนองค์ความรู้ที่ชัดเจน รวมทั้งประเมินผลกระทบ (Impact Assessment) จากงานวิจัย อันจะนำไปสู่แนวทางในการสนับสนุน และประกอบการวางแผน กำหนดทิศทางในการสนับสนุนทุนวิจัยด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวในระยะยาวต่อไป การวิจัยครั้งนี้คณะผู้วิจัยได้แบ่งเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ แบบวิเคราะห์เชิงปริมาณ และแบบวิเคราะห์เชิงคุณภาพ แหล่งข้อมูลที่ศึกษาในการวิจัยนี้ ได้แก่ งานวิจัยกลุ่มบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่ได้รับทุนในปี 2555 จำนวน 38 แผนงาน 112 โครงการย่อย โดยข้อมูลที่ได้จากการวิจัย คณะผู้วิจัยจะนำมาวิเคราะห์และนำเสนอผลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา รวมทั้งการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (content analysis) และทำการสังเคราะห์ตามประเด็นปัญหาที่ได้กำหนดไว้ ผลการศึกษา แบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ ประกอบด้วย ด้านความสอดคล้องตามยุทธศาสตร์การวิจัยการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2556 – 2559 ด้านความเชื่อมโยงของงานวิจัยที่ได้รับทุนฯกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยว ด้านองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยที่ได้รับทุนฯกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการประเมินผลกระทบจากงานวิจัย มีรายละเอียดดังนี้ 1) ด้านความสอดคล้องตามยุทธศาสตร์การวิจัยการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2556 –2559 ยุทธศาสตร์ที่ 1 ความสอดคล้องของงานวิจัยที่ได้รับทุนฯภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 1 นั้นผลการศึกษาพบว่างานวิจัยส่วนใหญ่สอดคล้องกับ กลยุทธ์ที่ 3 การวิจัยเพื่อส่งเสริม พัฒนาและจัดการอุปสงค์ทางการตลาดการท่องเที่ยวของไทยมากที่สุด รองลงมาคือ กลยุทธ์ที่ 4 การวิจัยเพื่อสร้างและพัฒนากลไกการจัดการการท่องเที่ยวของไทย กลยุทธ์ที่ 2 การวิจัยเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของอุปทานการท่องเที่ยวไทย และกลยุทธ์ที่ 1 การวิจัยเพื่อนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยในระดับมหภาค ตามลำดับ ยุทธศาสตร์ที่ 2 ความสอดคล้องของงานวิจัยที่ได้รับทุนฯภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 2 นั้นผลการศึกษาพบว่า งานวิจัยส่วนใหญ่สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ 2 ส่งเสริมการวิจัยในกลุ่มคลัสเตอร์ของทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ มากที่สุด รองลงมาคือ กลยุทธ์ที่ 1 การส่งเสริมการวิจัยในกลุ่มคลัสเตอร์ภูมิสังคมการท่องเที่ยวใน 14 กลุ่มพื้นที่ โดยกลยุทธ์ที่ 3 ว่าด้วยการส่งเสริมการวิจัยในกลุ่มคลัสเตอร์ตามระบบโลจิสติกส์ทางการท่องเที่ยว เป็นกลยุทธ์ที่มีการศึกษาน้อยที่สุด 2) ด้านความเชื่อมโยงของงานวิจัยที่ได้รับทุนฯ กับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยว ความเชื่อมโยงของงานวิจัยที่ได้รับทุนกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวนั้น แบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ ด้านของความเชื่อมโยงที่มีต่อด้านนักท่องเที่ยวภายใต้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 สรุปได้ถึงการนำไปสู่การสร้างความตระหนักรู้แก่นักท่องเที่ยวถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมทางสังคม และการวิจัยที่นำไปสู่การยกระดับคุณภาพการช่วยเหลือและการดูแลนักท่องเที่ยวในด้านต่างๆ ส่วนการสังเคราะห์งานวิจัยฯภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 2 นั้น สรุปได้ถึงความเชื่อมโยงที่มีกับนักนักท่องเที่ยวก็คือ การเพิ่มทางเลือกและประสบการณ์ใหม่ๆในการเดินทางท่องเที่ยวจากการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ด้านความเชื่อมโยงที่มีต่อการพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยวในยุทธศาสตร์ที่ 1 ได้มีการพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยว การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนมีส่วนร่วม หรือการศึกษาเชิงกายภาพเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และในยุทธศาสตร์ที่ 2 นั้น ได้มีการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น รวมถีงการสำรวจศักยภาพทรัพยากรการท่องเที่ยวในภาคอีสานตอนกลางที่จะนำไปสู่การพัฒนาต่อไปในอนาคต และการประเมินคุณภาพของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ดังกล่าวอีกด้วย ประเด็นความเชื่อมโยงกับด้านผู้ประกอบการธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 1 พบว่ามีการพัฒนาธุรกิจของผู้จัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ การพัฒนาธุรกิจบริการน้ำพุร้อน หรือการพัฒนาภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การพัฒนาในกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวฮาลาล รวมถึงรูปแบบการบริหารจัดการธุรกิจการท่องเที่ยวฮาลาล หรือวิเคราะห์ศักยภาพของธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ให้บริการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น และภายใต้กลยุทธ์ที่ 2 ได้มีการพัฒนากลยุทธ์ระดับธุรกิจของผู้ประกอบการเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันโดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนบน การส่งเสริมการตลาดโดยการใช้แนวคิดในโครงการย่อยของวัฒนธรรมด้านเกี่ยวกับอาหารมาเป็นสิ่งดูดใจแก่นักท่องเที่ยว การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึกตามแนวคิดที่สอดคล้องกับเส้นทางการท่องเที่ยวเกี่ยวกับการเรียนรู้อาหารไทย และความเชื่อมโยงด้านสุดท้ายที่มีต่อการพัฒนาองค์ประกอบสนับสนุนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในยุทธศาสตร์ที่1 โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่ 4 การวิจัยเพื่อสร้างและพัฒนากลไกการจัดการการท่องเที่ยวของไทย เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ และเชื่อมโยงสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้านการสนับสนุน และหน่วยงานด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยว และยุทธศาสตร์ที่2 ได้ค้นพบว่าการวิจัยนั้นนำไปสู่การการพัฒนาองค์ประกอบสนับสนุนด้านข้อมูลพื้นฐานทางการท่องเที่ยวซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลและองค์ความรู้ของขนมไทยในภูมิภาคตะวันตกและข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมในธุรกิจอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประเภทต่างๆ ทำให้ทราบถึงระดับการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ตลอดจนข้อมูลพื้นฐานของแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ข้อมูลพื้นฐานการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ ตลอดจนคู่มือสอนการใช้ระบบฐานข้อมูลคู่มือการดำเนินงานภายใต้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาชุมชนเกี่ยวกับความสามารถในการแข่งขันด้านภาพลักษณ์ตราสินค้าผลิตภัณฑ์ OTOP ของธุรกิจร้านขายของที่ระลึกในเครือข่ายวิสาหกิจด้านการท่องเที่ยวชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เป็นต้น 3) ด้านองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยที่ได้รับทุนฯ กับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตามยุทธศาสตร์ที่ 1 องค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยที่ได้รับทุนฯกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยการสังเคราะห์ได้จำแนกองค์ความรู้ออกเป็น 2 ด้านคือ ด้านแรกองค์ความรู้ด้านทรัพยากรทางการท่องเที่ยว และด้านที่สององค์ความรู้โครงการย่อยการจัดการการท่องเที่ยว ส่วนยุทธศาสตร์ที่ 2 องค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยที่ได้รับทุนฯกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวผลจากการวิเคราะห์เกี่ยวกับองค์ความรู้ในประเด็นขององค์ความรู้ด้านทรัพยากรทางการท่องเที่ยวนั้น สามารถจำแนกได้ดังต่อไปนี้ การจัดการด้านทรัพยากรทางการท่องเที่ยว การจัดการเครือข่ายธุรกิจทางการท่องเที่ยว การจัดการทรัพยากรมนุษย์ทางการท่องเที่ยว การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการทางการตลาดของธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการจัดการเชิงกลยุทธ์และอื่นๆ 4) ด้านการประเมินผลกระทบจากงานวิจัย โดยสรุปจากแผนงานทั้งหมด (38 แผนงาน) พบว่า แผนงานที่ศึกษาเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม/วัฒนธรรมเป็นสองอันดับแรก สาเหตุที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจมากที่สุด เนื่องจาก แผนงานทั้งหมดเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง หากพิจารณาในภาพรวม สำหรับประเทศไทย การพัฒนาสุขลักษณะและความสะอาด การจัดการโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศโดยรวม เป็นประเด็นที่มีความสำคัญ และยังจำเป็นที่จะต้องพัฒนาอีกมาก เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ อย่างไรก็ตาม ประเด็นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายควรคำนึงถึง โดยไม่ได้มุ่งเน้นแต่เพียงผลลัพธ์ หรือความสำเร็จด้านเศรษฐกิจเท่านั้น หากแต่ต้องคำนึงถึงประเด็นของสังคมและวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมด้วย เพื่อให้ความสำเร็จในทุกมิติเกิดขึ้นควบคู่กัน ข้อเสนอแนะ จากข้อมูลการวิเคราะห์ในข้างต้นนั้น นำมาซึ่งการพัฒนาเป็นแนวทางเพื่อการสนับสนุนทุนวิจัยและการพัฒนาโจทย์วิจัยด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการใน ปี 2556-2559 ตามกลุ่มที่เป็นประเด็นสำคัญต่างๆที่เป็นทั้งปัญหาและปัจจัยสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ตามรายละเอียด ดังนี้ 1) การวิจัยเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการท่องเที่ยว ที่อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่1 กลยุทธ์ที่ 4 การวิจัยเพื่อสร้างและพัฒนากลไกการจัดการการท่องเที่ยวของไทย ควรสนับสนุนประเด็นการวิจัย ภายใต้ยุทธศาสตร์นี้โดยมุ่งเน้น ประเด็นการศึกษาในส่วนของกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เป็นธรรม โดยศึกษาเกี่ยวกับเงื่อนไขทางสังคมทั้งที่ควบคุมด้วยระบบกฎหมาย หรือ หลักคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้เกิด การควบคุม กำกับดูแล และการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม และตอบสนองได้อย่างทั่วถึง โดยให้มีกฎระเบียบที่ยืดหยุ่น และเอื้อต่อการวางแผนการจัดการท่องเที่ยวที่ต้องดำเนินการไปโดยยึดหลักความรับผิดชอบต่อสังคมทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม และผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งข้อค้นพบจากการวิจัยครั้งนี้พบว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวขาดความเชื่อมโยงระหว่างท้องถิ่น จังหวัด กลุ่มจังหวัด และระดับประเทศ ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขณะที่หน่วยงานระดับพื้นที่ เช่น จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และชุมชนขาดความรู้ด้านการวางแผนพัฒนาการท่องเที่ยว จึงควรหาแนวทางในการบูรณาการการทำงานร่วมกัน รวมทั้งการกำหนดภารกิจขอบเขตของงานการพัฒนาให้ชัดเจน กำหนดรูปแบบการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับพื้นที่ และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร กลไกสำคัญประการหนึ่งในการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทย คือ กลไกทางกฎหมาย เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกำหนดวิธีการปฏิบัติของผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยสามารถจำแนกผู้มีส่วนได้เสียออกเป็น 5 กลุ่มได้ดังนี้ 1) หน่วยงานภาครัฐ 2) ชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ท่องเที่ยว 3) ผู้ประกอบการในเครือข่ายวิสาหกิจด้านการท่องเที่ยว 4) นักท่องเที่ยว และ 5) ชุมชนอื่น ๆ อันอาจได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยว กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวข้างต้น สามารถนำมาวิเคราะห์และสร้างรูปแบบความสัมพันธ์กันในทางกฎหมายเพื่อการกำหนดนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งทางนิติสัมพันธ์ กฎระเบียบ รวมทั้งข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันระหว่างผู้มีส่วนได้เสียตลอดจนพื้นที่ที่มีทรัพยากรทางการท่องเที่ยว โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ 1) กฎหมายที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับชุมชนท้องถิ่นและชุมชนอื่น ๆ อันอาจได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยว 2) กฎหมายที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับผู้ประกอบการในการพัฒนาการท่องเที่ยว 3) กฎหมายที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับนักท่องเที่ยวในการพัฒนาการท่องเที่ยว และ 4) กฎหมายที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างผู้ประกอบการกับนักท่องเที่ยวในการพัฒนาการท่องเที่ยว ดังนั้นเพื่อให้กลไกในการจัดการการท่องเที่ยวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ทำให้ผู้มีส่วนได้เสียในกลุ่มต่างๆ ได้รับประโยชน์ และความคุ้มครองอย่างทั่วถึง จึงจำเป็นจะต้องมีการวิจัยเพื่อพัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่สร้างความชอบธรรม และเหมาะสมกับบริบทของการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ 2) การวิจัยเพื่อการพัฒนาและปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ที่เกิดความไม่สมดุลระหว่างอุปทานการท่องเที่ยวและอุปสงค์การท่องเที่ยว ที่ก่อให้เกิดความไม่ยั่งยืนและปัญหาต่างๆ อาทิ ความไม่เท่าเทียมในการกระจายรายได้และการใช้ทรัพยากร ที่กระจุกตัวอยู่แต่แหล่งท่องเที่ยวหลักและความไม่เป็นธรรมตามหลักของการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพและ การรักษาสิ่งแวดล้อม ความไม่สอดคล้องระหว่างอุปสงค์และอุปทานการท่องเที่ยวทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ที่ทำให้เกิดการเสียโอกาสของธุรกิจ และชุมชนที่มีศักยภาพ เป็นต้น ดังนั้นเพื่อการพัฒนาและปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการให้เกิดความสมดุล จึงควรส่งเสริมให้มีการจัดทำการวิจัยในหัวข้อและประเด็นต่างๆ ดังนี้ 2.1) การวิจัยเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพอุปทานการท่องเที่ยว ซึ่งเป็น กลยุทธ์ที่ 2 ของยุทธศาสตร์ที่ 1 ตามข้อค้นพบของงานวิจัยนี้ควรจะต้องมีการส่งเสริมให้มีการทำวิจัยในประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1) การวิจัยเพื่อการศึกษาในส่วนของการพัฒนาสังคม 2) การวิจัย ที่มีวัตถุประสงค์การศึกษาเชื่อมโยงสู่การพัฒนาธุรกิจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 3) การวิจัยเพื่อการพัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนโดยการประยุกต์ใช้มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน 4) การวิจัยที่มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่เชื่อมโยงที่มีศักยภาพ และ 5) การวิจัยเพื่อการพัฒนาบุคลากรในอุสาหกรรมการท่องเที่ยวให้มีทักษะและความรู้ที่หลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆได้ 2.2) การวิจัยเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพอุปสงค์การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ 3 ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 1 ตามข้อค้นพบของงานวิจัยนี้ควรจะต้องมีการส่งเสริมให้มีการทำวิจัยในประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1) การวิจัยที่ส่งเสริมการศึกษาบุพปัจจัยของอุปสงค์การท่องเที่ยว 2) การวิจัยเพื่อศึกษาอุปสงค์การท่องเที่ยวที่มุ้งเน้นการเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณของอุปสงค์การท่องเที่ยว และ3) การวิจัยที่มุ่งเน้นการจัดการความสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศ 3) การวิจัยเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และปัจจัยสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จากข้อมูลการสังเคราะห์ในงานวิจัยนี้พบว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นยังเป็นข้อจำกัดและจุดอ่อนของการท่องเที่ยวไทยที่จำเป็นจะต้องพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับการท่องเที่ยวของประเทศ เช่น การวิจัยเพื่อที่จะนำไปสู่การพัฒนาและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่จะอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเดินทางและเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวในต้นทุนที่ต่ำลงจากปัจจุบันที่มีต้นทุนทางการเดินทางที่ค่อนข้างสูงในแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การวิจัยเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจต่างๆเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดตามเป้าหมายของแต่ละกลุ่ม การวิจัยเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพและอนามัยต่อนักท่องเที่ยวระหว่างการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวในประเทศ นอกจากนั้นควรส่งเสริมการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับความปลอดภัยในการท่องเที่ยวตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว และการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินตลอดการเดินทาง เช่น การวิจัยเพื่อการวางแผนจัดการด้านความปลอดภัยตามเส้นทางเดินทางต่างๆแก่นักท่องเที่ยว การวางแผนการช่วยเหลือฉุกเฉินแก่นักท่องเที่ยว การวิจัยเพื่อแก้ไขและลดสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุต่างๆกับนักท่องเที่ยว การวิจัยเพื่อหารูปแบบการดูแลและรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวของชุมชน การวิจัยที่ส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ ในการเตรียมตัวเพื่อป้องกันภัยต่างๆ แก่นักท่องเที่ยว เพื่อดูแลตนเองตลอดการเดินทางท่องเที่ยว 4) การวิจัยเพื่อการส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจหรือชุมชนที่ให้บริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติ จำเป็นจะต้องเข้าใจการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน การวิจัยเพื่อทำให้เกิดการให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวในการเดินทางท่องเที่ยวอย่างตระหนักรู้ และเข้าใจการรักษาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ตลอดจนหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติเพื่อการท่องเที่ยวเช่นกัน ที่มา : รายงานฉบับสมบูรณ์ สัญญาเลขที่ RDG 5550106 (แผนงานวิจัย) โครงการ การติดตามและประเมินผลโครงการวิจัยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ปี 2555 เพื่อการจัดทำยุทธศาสตร์การวิจัย ปี 2556 – 2559 สนับสนุนโดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

194 total views, 1 views today

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.