ทิศทางการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของธุรกิจ SMEs สู่ AEC ตอนที่ 2

เหตุผลในการเป็นประชาคมอาเซียน

เมื่อพิจารณาถึงความแข็งแกร่งและความอยู่รอดแล้ว สิ่งหนึ่งขาดเสียไม่ได้ คือ การรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับสมาชิกภายในกลุ่ม  ทั้งในเรื่องของการสร้างอำนาจการต่อรอง ฐานกำลังการผลิต การสร้างเขตการค้าเสรีและการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในเวทีระหว่างประเทศเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ร่วมและพัฒนาประเทศในภูมิภาคไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะในสภาวะแห่งทุนนิยม ที่เศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนและผลักดันให้ประเทศต่างๆก้าวรุดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเหตุผลที่ก่อให้เกิดการรวมตัวกันในภูมิภาพเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือที่เรียกว่าประชาคมอาเซียน

                ประชาคมอาเซียนหรือสมาคมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม, ราชอาณาจักรกัมพูชา, สาธารณรัฐอินโดนีเซีย, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, ประเทศมาเลเซีย, สาธารณรัฐฟิลิปปินส์, สาธารณรัฐสิงคโปร์, ราชอาณาจักรไทย, สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และสหภาพพม่า ประชาคมอาเซียนประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่

  • ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน ให้ความสำคัญในเรื่องของความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง การพัฒนาทางการเมือง ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน การสร้างกลไกป้องกันและแก้ไขความขัดแย้ง เพื่อสร้างความมั่นใจในเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค โดยประชาชนในอาเซียนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
  • ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอาเซียนกับโลก โดยมีนโยบาย 4 เรื่องที่สำคัญ ได้แก่ การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว เน้นการเคลื่อนย้ายสินค้า การบริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานมีฝีมือระหว่างกันอย่างเสรี รวมถึงการเปิดเสรีในภาคบริการสาขาเร่งรัดต่างๆ ซึ่งรวมถึงภาคโลจิสติกส์ด้วย การมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง เน้นการดำเนินนโยบายการแข่งขันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การพัฒนา ICT และพลังงาน การมีพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน มุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการขยายตัวของ SMEs ให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกใหม่ เพื่อลดช่องว่างของระดับการพัฒนา การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลกได้อย่างสมบูรณ์เน้นการเปิดเขตการค้าเสรีและพันธมิตรทางเศรษฐกิจกับประเทศคู่ค้าสำคัญ
  • ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เป็นการให้ความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรมของอาเซียนโดยร่วมมือกันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การให้สวัสดิการสังคม การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และร่วมมือกันในการสร้างอัตลักษณ์ร่วมของอาเซียน โดยมุ่งหวังให้ประชาชนในอาเซียนมีความอยู่ดีกินดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน

กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้านการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์

ตามที่แผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียนได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์หลักสำหรับการพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ไว้ 3 ด้าน ดังนี้
1) ความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานหลัก 3 ด้าน ได้แก่ พื้นฐานทางคมนาคมขนส่ง เทคโนโลยีสารสนเทศและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานหลักทั้ง 3 ด้าน จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อกันอย่างกว้างขวาง เพื่อประโยชน์ต่อการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการที่คล่องตัวภายในภูมิภาค และการส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นๆ ยุทธศาสตร์หลักในการเพิ่มพูนความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียนมีดังต่อไปนี้ การก่อสร้างโครงข่ายทางหลวงอาเซียนให้แล้วเสร็จ ดำเนินโครงการเส้นทางรถไฟสิงคโปร์ สร้างเครือข่ายระบบการขนส่งทางน้ำบนภาคพื้นทวีปที่มีประสิทธิภาพและเชื่อมโยงกัน สร้างระบบการขนส่งทางทะเลที่เชื่อมโยง มีประสิทธิภาพ และแข่งขันได้ สร้างระบบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบที่คล่องตัวเพื่อให้อาเซียนเป็นศูนย์กลางขนส่งในเอเชียตะวันออกและภูมิภาคอื่นๆ เร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในชาติสมาชิก สุดท้ายคือให้ความสำคัญกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอาเซียน

2) ความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของความเชื่อมโยงระหว่างกันทางโครงสร้างพื้นฐานให้ดีขึ้นด้วย อาทิ การลดอุปสรรคทางการค้าจะทำให้ขนส่งสินค้าและบริการได้มากขึ้น การพัฒนาระบบขนส่งและการอำนวยความสะดวกทางการค้าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้า และบริการ ยุทธศาสตร์หลักในการเพิ่มพูนความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบในอาเซียนมีดังนี้ ดำเนินการตามกรอบความตกลงทั้ง 3 กรอบ ว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่ง เริ่มดำเนินโครงการการอำนวยความสะดวกด้านขนส่งผู้โดยสารในโครงข่ายทางหลวงที่เชื่อมรัฐต่างๆ สร้างตลาดการบินเดียวภายในอาเซียน สร้างตลาดการขนส่งทางเรือเดียวในอาเซียน เพิ่มการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างเสรีภายในภูมิภาคอาเซียน โดยการลดอุปสรรคทางการค้าภายในระดับภูมิภาค เร่งรัดการพัฒนาภาคการบริการทางการขนส่งที่มีประสิทธิภาพและแข่งขันได้โดยเฉพาะในสาขาโทรคมนาคม และการบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อมโยงในภูมิภาค พัฒนาโครงการการอำนวยความสะดวกด้านการค้าในภูมิภาคอย่างจริงจัง ยกระดับความสามารถของการบริหารจัดการพรมแดน เร่งรัดให้ชาติสมาชิกอาเซียนเปิดรับการลงทุนจากภายในและภายนอกภูมิภาคภายใต้กฎระเบียบการลงทุนที่เป็นธรรม สุดท้าย คือ การเสริมสร้างความสามารถของสถาบันในพื้นที่ล้าหลังของภูมิภาคและปรับปรุงการประสานงานด้านนโยบาย แผนงาน และโครงการในระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค

3) ความเชื่อมโยงด้านประชาชน เป็นตัวประสานทางสังคมและวัฒนธรรมที่ช่วยในการส่งเสริมและเป็นหลักให้กับข้อริเริ่มทั้งหลายในการก้าวไปสู่ความเชื่อมโยงทางโครงสร้างพื้นฐานที่กว้างขวางขึ้น รวมทั้งการปฏิรูปกฎระเบียบและสถาบัน ที่จำเป็นเพื่อนำไปสู่ความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบในภูมิภาคอาเซียน ยุทธศาสตร์หลักในการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านประชาชนในภูมิภาคอาเซียน คือ ส่งเสริมความเข้าใจด้านสังคมและวัฒนธรรมภายในอาเซียนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และ ส่งเสริมการเคลื่อนย้ายของประชาชนภายในอาเซียนให้เพิ่มขึ้น

ซึ่งทั้ง 3 ความเชื่อมโยงดังกล่าวต่างมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของธุรกิจSMEs ทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางการคมนาคมขนส่ง เชื่อมโยงเทคโนโลยีสารสนเทศ การลดอุปสรรคทางการค้าจะทำให้ขนส่งสินค้าและบริการได้มากขึ้น การพัฒนาระบบขนส่งและการอำนวยความสะดวกทางการค้าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนย้ายสินค้า และบริการ อีกทั้งยังมีการส่งเสริมการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีฝีมือซึ่งจะส่งผลต่อการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของธุรกิจ SMEs อย่างแน่นอน

รูปที่3 ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อมโยงระหว่างกันของอาเซียนกับประชาคมอาเซียน

ที่มา: ปรับปรุงจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจอาเซียน

491 total views, 2 views today