สมรรถนะการจัดการอย่างมีส่วนร่วมแหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนกลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา

แม้ว่าแหล่งพุน้ำร้อนในประเทศไทยหลายแห่งได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว แต่การท่องเที่ยวตามแหล่งพุน้ำร้อนยังไม่เป็นที่นิยมและยังประสบปัญหาหลายประการในการจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งพุน้ำร้อนชุมชน ผลการวิจัยของราณี อิสิชัยกุล และรชพร จันทร์สว่าง (2558) พบจุดอ่อนหลายประการที่ควรได้รับการแก้ไข ได้แก่ (1) ด้านศักยภาพของแหล่งพุน้ำร้อน เช่น แหล่งพุน้ำร้อนชุมชนหรือบริหารโดยองค์กรปกครองท้องถิ่นส่วนใหญ่ขาดการพัฒนาตามหลักวิชาการ แต่พัฒนาตามสภาพประสบการณ์และความรู้ของเจ้าของหรือผู้ดูแลแหล่งพุน้ำร้อน แหล่งพุน้ำร้อนชุมชนหลายแห่งที่ได้รับการพัฒนาก่อนแล้วมีการพัฒนาออกแบบที่ไม่เหมาะสมกลมกลืนกับสภาพธรรมชาติ (2) ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ ของพุน้ำร้อน เช่น การขาดสถานที่ให้บริการพุน้ำร้อนสาธารณะที่มีมาตรฐาน ทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกบางแห่งไม่สะอาดไม่มีคุณภาพ และขาดการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง (3) ด้านการบริหารจัดการพุน้ำร้อน เช่น ผู้รับผิดชอบแหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนขาดองค์ความรู้ที่จะพัฒนาแหล่งพุน้ำร้อนและนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ อีกทั้งขาดการดูแลแหล่งพุน้ำร้อนตามหลักวิชาการ โดยเฉพาะองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น การจัดการใช้พื้นที่ทางกายภาพ การออกแบบภูมิทัศน์ เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าสาเหตุของปัญหาของการจัดการแหล่งพุน้ำร้อนที่อยู่ในความดูแลขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้เสียที่ขาดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนอย่างถูกต้อง อีกทั้งบุคคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่เข้าใจแนวคิดของการเปิดโอกาสให้ชุมชนเป็นเจ้าของแหล่งพุน้ำร้อนมีส่วนร่วมในการจัดการและการกระจายผลประโยชน์จึงจะทำให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่เกิดความยั่งยืน เพื่อแก้ไขจุดอ่อนดังกล่าว การพัฒนาความรู้ ทักษะ และความสามารถหรือที่เรียกว่า “สมรรถนะ” ของผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถจัดการ แหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยควรพัฒนาสมรรถนะผู้เกี่ยวข้องสำคัญ ซึ่งได้แก่ บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำคนสำคัญของชุมชนไปด้วยพร้อมกัน ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีบทบาทหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้วที่ต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วม (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 หมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา 79) ขณะที่ชุมชนก็มีสิทธิและหน้าที่ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติตามรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หมวด 3 สิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย มาตรา 46 และ 56)

ผลการศึกษาความจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะการจัดการพุน้ำร้อนอย่างมีส่วนร่วม กลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ผลการวิเคราะห์การสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่าระดับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนในพื้นที่ยังไม่ได้รับการตรวจประเมินมาตรฐานมากที่สุด จำนวน 38 ราย รองลงมาคิดว่าแหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนในพื้นที่ยังไม่มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 30 ราย และมีบางส่วนคิดว่าได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้ว จำนวน 28 ราย ตามลำดับ
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความคิดเห็นต่อสภาพปัญหาแหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนในปัจจุบัน มากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ ขาดงบประมาณในการพัฒนา/ดูแลรักษา/บูรณะ/ซ่อมแซม รองลงมา คือ บุคลากรขาดความรู้และ/หรือประสบการณ์ในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยว และการขาดทักษะด้านการตลาด/การประชาสัมพันธ์/แหล่งท่องเที่ยวยังไม่เป็นที่รู้จัก ตามลำดับ
ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นต่อความจำเป็นในการฝึกอบรมในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยลำดับแรก ได้แก่ การสร้างความประทับใจ/การขยายระยะเวลาทำกิจกรรมให้มากขึ้น และการรักษามาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนธรรมชาติ (x̄ = 3.19) รองลงมา คือ การตลาดและประชาสัมพันธ์ และการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย (x̄ = 3.14) การออกแบบและพัฒนาบริการ/กิจกรรมใหม่ (x̄ = 3.11) การบริการที่ดี (x̄ = 3.08) การยกระดับคุณภาพการให้บริการ (x̄ = 3.05) ความร่วมแรงร่วมใจ (x̄ = 3.04) การจัดระบบการบริหาร การพัฒนาและผลประโยชน์ร่วม และการกำหนดลูกค้าเป้าหมายและตำแหน่งทางการตลาด (x̄ = 3.03) การเขียนโครงการและการจัดการบุคลากร (x̄ = 2.97) การสร้างจิตสำนึกในการบริการและความแตกต่าง (x̄ = 2.95) การจัดการรายรับรายจ่าย (x̄ = 2.92) การมีส่วนร่วมในการพัฒนา (x̄ = 2.89) การตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนงาน (x̄ = 2.86) การทำงานร่วมกันอย่างมีสัมพันธภาพ (x̄ = 2.81) การสร้างสัมพันธภาพและการทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคล (x̄ = 2.76) ตามลำดับ ดังนั้น ความจำเป็นในการฝึกอบรมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องการจัดการแหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อน เรียงลำดับตามความสำคัญจากมากไปน้อย ดังนี้ การตลาดและประชาสัมพันธ์ (x̄ = 3.14) การบริการที่ดี (x̄ = 3.08) ความร่วมแรงร่วมใจ (x̄ = 3.04) การตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนงาน (x̄ = 2.86) และการสร้างสัมพันธภาพ (x̄ = 2.76) ตามลำดับ

421 total views, 1 views today