การคำนวณค่าบริการนำเที่ยว

การคำนวณราคาค่าบริการนำเที่ยว จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบของบริการเป็นสิ่งสำคัญ ได้แก่ (ราณี อิสิชัยกุล, 2547) 1. ค่าขนส่ง (Transportation) ประกอบด้วยค่าคมนาคมขนส่งหรือค่าเดินทางจากการใช้ยานพาหนะทุกชนิด ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ รวมทั้งค่าจ้างในการบริการส่งถ่าย (Transfer) ทั้งการรับเข้า (Transfer In) และการส่งออก (Transfer Out) ระหว่างสนามบิน ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว 2. ค่าที่พัก (Accommodation) คือค่าบริการที่พักค้างคืนทั่วไป เช่น โฮมสเตย์ รีสอร์ท บังกาโลว์ หรือที่พักอื่น ๆ 3. ค่าอาหาร (Meal) คือ ค่าอาหารทุกมื้อที่จัดบริการนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นรับประทานที่ร้านอาหาร หรือนำไปรับประทานที่อื่น ค่าน้ำ ขนม ของว่าง เป็นต้น 4. ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ (Entrance/admission Fee) เช่น ค่าธรรมเนียม เข้าชมโบราณสถาน อุทยานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ ค่าเข้าชมการแสดง เป็นต้น ในการคำนวณต้นทุนค่าใช้จ่ายของบริการนำเที่ยวควรแยกการคำนวณออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. ค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) เช่น ค่าเช่ารถ ค่าน้ำมันรถ ค่ามัคคุเทศก์ ค่าดำเนินการ ค่าเบี้ยเลี้ยงพนักงาน เป็นต้น 2. ค่าใช้จ่ายผันแปร (Variable Cost) เช่น ค่าอาหาร ค่าห้องพัก ค่าบัตรผ่านเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ เป็นต้น เมื่อคำนวณได้ต้นทุน แล้วจึงนำมาบวกกำไรกับราคาต้นทุนต่อ 1 คน ก็จะได้เป็นราคาขาย/คน ตามตัวอย่างการคำนวณราคารายการนำเที่ยว สมมติว่าจัดนำเที่ยว 2 วัน 1 คืน โดยใช้รถตู้ 1 คัน ขนาด 10 ที่นั่งค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) ได้แก่ – ค่าเช่ารถตู้ 2,500 บาท/คัน/วัน รวม 2 วัน เป็นเงิน 5,000 บาท – ค่าดำเนินการ/ค่าส่วนกลางชุมชน เป็นเงิน 500 บาท – ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น 1 คน รวม 2 วัน เป็นเงิน 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 7,500 บาท ค่าใช้จ่ายผันแปร (Variable Cost) ได้แก่ – ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 3 มื้อต่อวัน คนละ 300 บาท – ค่าห้องพัก คืนละ 800 บาท/ห้อง (นอนห้องละ 2 คน) – ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ 50 บาท/คน ถ้าคิดค่าบริการที่ 10 คน ต่อรถตู้ 1 คัน ดังนั้นค่าใช้จ่ายผันแปรจะเป็นดังนี้ – ค่าอาหาร 10 คน 2 วัน = 10 x 300 X 2 เป็นเงิน 6,000 บาท – ค่าที่พัก ห้องละ 2 คน รวม 5 ห้อง = 800 x 5 เป็นเงิน 4,000 บาท – ค่าบัตรผ่านประตูเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ = 50 x 10 เป็นเงิน 500 บาท รวมเป็นเงิน 10,500 บาท ดังนั้น ถ้ามีนักท่องเที่ยว 10 คน รายจ่ายทั้งหมด = ค่าใช้จ่ายคงที่+ค่าใช้จ่ายผันแปร = 7,500 + 10,500 = 18,000 บาท ราคาต้นทุน/คน = 18,000 = 1,800 บาท 10 หมายเหตุ 1. ถ้าต้องการกำไรร้อยละ 30 = 540 บาท/คน ให้บวกกำไรกับราคาต้นทุน/คน จะเป็นราคาค่าบริการนำเที่ยวต่อคน = 1,800 + 540 = 2,340 บาท/คน 2. กำไรที่บวกเพิ่มต่อคนนั้นต้องเหมาะสมกับความเป็นจริงในตลาดเมื่อเทียบกับบริษัทคู่แข่ง มิเช่นนั้นจะทำให้ราคาขายสูงเกินจริง __________________________________________________________ นอกจากนี้ในการคำนวณราคายังมีตัวแปรที่ทำให้ราคาเปลี่ยนไป เช่น เส้นทางการท่องเที่ยว ช่วงเวลา และระยะเวลาในการเดินทางท่องเที่ยว จำนวนผู้เดินทางท่องเที่ยว เป็นต้น การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน ในการจัดนำเที่ยว ผู้จัดควรพิจารณาจุดคุ้มทุนหรือจำนวนคุ้มทุน หมายถึง จุดที่จำนวนนักท่องเที่ยวที่ทำให้รายจ่ายเท่ากับรายรับพอดี และจะมีกำไรเมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น การคำนวณจุดคุ้มทุนสามารถกระทำได้โดยใช้สูตรต่อไปนี้ จำนวนคุ้มทุน = ค่าใช้จ่ายคงที่ ค่าบริการนำเที่ยว – ค่าใช้จ่ายผันแปร ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายคงที่ = ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อวัน ค่าบริการนำเที่ยว = ค่าบริการนำเที่ยวต่อคนต่อวัน ค่าใช้จ่ายผันแปร = ค่าใช้จ่ายผันแปรต่อคนต่อวัน จากตัวอย่างข้างบน ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อวัน = 7,500/2 = 3,750 บาท ค่าบริการนำเที่ยวต่อคนต่อวัน = 2,340/2 = 1,170 บาท ค่าใช้จ่ายผันแปรต่อคนต่อวัน = 300+400+50 = 750 บาท ดังนั้น จำนวนคุ้มทุน = 3,750 1,170 – 750 = 8.9 หรือ 9 คน การคำนวณกำไรจากการให้บริการนำเที่ยว การจัดนำเที่ยวที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่าจุดคุ้มทุนย่อมมีกำไร เช่น ถ้าจำนวนจุดคุ้มทุนอยู่ที่ 9 คน และมีนักท่องเที่ยว 10 คน จำนวนคนที่เกินคือส่วนกำไรให้ผู้จัด โดยสามารถคำนวณกำไรได้โดยใช้สูตรต่อไปนี้ กำไรต่อคน = ค่าบริการนำเที่ยว – ค่าใช้จ่ายผันแปรต่อคน ฉะนั้น หากค่าบริการนำเที่ยว = 2,340 บาท และค่าใช้จ่ายผันแปรต่อคนเท่ากับ 750 บาท ผู้จัดจะมีกำไรต่อคนเท่ากับ 2,340-750 = 1,590 บาท

230 total views, 1 views today