แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญของราชอาณาจักรกัมพูชา

  1. ปราสาทนครวัด (Angkor Wat) นครวัดสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ใช้เวลาในการก่อสร้างยาวนานถึง 30 ปี ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาปราสาทขอมด้วยกันและยังเป็นเมืองในตัวของมันเองด้วย โดยมีฐานะเป็นทั้งเมืองหลวงและศาสนสถานประจำรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ซึ่งสร้างอุทิศถวายแก่พระวิษณุ ทุกสิ่งที่ก่อสร้างขึ้นจึงล้วนแต่มีความหมายตามคติความเชื่อในศาสนาฮินดูที่ว่าศาสนสถาน คือ ศูนย์กลางของโลกและจักรวาล มีคูเมืองเป็นมหาสมุทร ระเบียงคตเปรียบดังเทือกเขาที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุอันเป็นที่อยู่ของทวยเทพ ส่วนปรางค์ประธานที่อยู่ชั้นบนสุด หมายถึง ยอดเขา มีนางอัปสรมากถึง 1,635 องค์ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเทพที่คอยดูแลศาสนสถานแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีภาพสลักที่อยู่รอบระเบียงคตเป็นเรื่องราวจากมหากาพย์ และคัมภีร์พระเวทย์ของศาสนาฮินดู รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับกษัตริย์ผู้สร้าง และเรื่องราวเกี่ยวกับกองทัพชาวสยามด้วย
  2. นครธม (Angkor Thom) เป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของนครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับตั้งแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า ปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคัญอื่น ๆ รายล้อมพื้นที่ชัยภูมิ ถัดไปทางเหนือประตูทางเข้านครธมด้านใต้จุดเด่นที่สุด คือ ทางเข้าด้านใต้ที่มีลักษณะเป็นหน้า 4 หน้า ก่อนจะเข้าสู่บริเวณนี้จะเป็นแถวของยักษ์ (อสูร) ทางด้านขวา และเทวดาทางด้านซ้าย เรียงรายแบกพญานาคอยู่สองข้างสะพาน เมื่อเข้าสู่ใจกลางนครธมจะพบสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ บริเวณประตูด้านใต้นี้ได้รับการอนุรักษ์ฟื้นฟูไว้ได้ดีกว่าบริเวณอื่น ๆ อีก 3 ด้าน
  3. ปราสาทบายน (Bayon) ประกอบด้วยปรางค์ปราสาท 54 ปรางค์ที่ถูกสลักเป็นภาพพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร รวม 216 หน้า ผินออกไปทั้ง 4 ทิศ เพื่อสอดส่องดูแลทุกข์สุขของพสกนิกร รอยยิ้มที่เย็นระเรื่อของพระพักตร์เหล่านั้น เรียกกันว่าเป็นยิ้มแบบบายนอันเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา
  4. ปราสาทตาพรม (Taprohm) จัดเป็นวัดในทางพุทธศาสนาและเป็นวิหารหลวงในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่อ ทรงถวายอุทิศให้กับองค์พระราชบิดา ทำให้ภาพที่สลักของปราสาทแห่งนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคติธรรมในพุทธศาสนา แต่ต่อมาบางส่วนได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นศิวะลึงค์ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 เนื่องจากทรงนับถือศาสนาฮินดู จุดเด่นของปราสาทตาพรหมอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่อย่างต้นสะปง หรือต้นสำโรงที่โอบรัดและเกาะเกี่ยวไม่ให้ปราสาทแห่งนี้พังทะลายลง

   5. ปราสาทบันทายสรี (Banteay Srei) หรือเรียกตามสำเนียงเขมรว่า บันเตียไสร หมายถึง  ปราสาทสตรีหรือป้อมสตรี อยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ใกล้กับแม่น้ำเสียมเรียบในบริเวณที่เรียกว่า อิศวรปุระ หรือเมืองของพระอิศวร เทวสถานขนาดเล็กแห่งนี้มีลวดลายสลักเสลาที่งดงาม มีความอ่อนช้อย คมชัด และมีชีวิตชีวา ถือเป็นปราสาทที่มีทับหลังและหน้าบันสมบูรณ์ที่สุด และเป็นปราสาทหินที่ถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศกัมพูชา ส่วนใหญ่จะแกะสลักเรื่องราวในมหากาพย์รามายณะ (รามเกียรติ์) ได้รับการขนานนามว่าเป็นปราสาทแห่งความรัก อยู่ห่างจากเมืองเสียมราฐประมาณ 35 กิโลเมตร

ที่มา: วรรณา ศิลปอาชา. (2559). การท่องเที่ยวอินโดจีน. ในเอกสารการสอนความรู้พื้นฐานของมัคคุเทศก์และการท่องเที่ยวอาเซียน. นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรราธิราช.

190 total views, 1 views today