การเขียนรายงานการวิจัยเชิงคุณภาพ

การเขียนรายงานการวิจัยเชิงคุณภาพ
รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย สาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

          การเขียนรายงานการวิจัยเป็นการบอกเล่าถึงวิธีการทำวิจัยตามขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการวิจัย การบอกเล่าถึงการวิจัยนี้จะต้องกระทำอย่างเป็นระบบตามรูปแบบที่เป็นทางการตามระเบียบวิธีวิจัยด้วยภาษาทางวิชาการ รายงานการวิจัยจะใช้เป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงสิ่งที่นักวิจัยค้นพบจากการศึกษา/วิจัยโดยใช้วิธีการเขียนแบบบรรยายเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เพื่ออธิบาย หรือบ่งชี้สิ่งที่ค้นพบจากการวิจัยซึ่งจะเป็นทั้งความรู้ที่เกิดขึ้นใหม่ หรืออาจเป็นความรู้เพิ่มพูนจากความรู้เดิมที่เคยมีอยู่แล้วให้กว้างขวางยิ่งขึ้น หรืออาจเป็นสิ่งที่ยืนยันความรู้ที่มีอยู่แล้วว่าเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้ รวมทั้งความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในด้านต่างๆ สำหรับบุคคล องค์การ หรือสังคม

         ในการเขียนรายงานการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นการนำเอาผลการวิเคราะห์มาเขียนคำอธิบายถึงคำตอบสำหรับปัญหาหรืออธิบายปรากฏการณ์ที่นักวิจัยสนใจได้ทำการวิจัยไปแล้ว ในการเขียนรายงานการวิจัยจะใช้วิธีการที่เรียกว่าวิธีอุปนัย(induction)ที่เริ่มจากการสังเกต(observation)  การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม หรือการค้นคว้ารวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เป็นการหาข้อเท็จจริงที่เป็นส่วนย่อยๆ แล้วนำมารวมกลุ่มกันในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง(pattern)  แล้วนำมาทดสอบข้อสันนิษฐานที่อาจเป็นไปได้(tentative hypothesis) ตามที่กำหนดไว้ในเบื้องต้น(ถ้ามี) แล้วสรุปเป็นหลักการหรือทฤษฎี(theory)ทั่วไป การเขียนรายงานวิจัยเชิงคุณภาพนั้นนิยมที่จะเขียนเป็นภาษาพูดมากกว่าการเขียนที่เป็นทางการหรือภาษาเขียน ทั้งนี้เนื่องจากต้องการแสดงข้อมูลที่เป็นคำพูด ข้อคิดเห็น ทัศนะของผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวกับสิ่งที่ศึกษา  ทั้งนี้สิ่งที่นักวิจัยต้องระลึกอยู่เสมอก็คือการเขียนบรรยายความนั้นต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ รัดกุม เพราะจะมีผลต่อการตีความหรือการแปลความหมายของข้อมูลของผู้อ่านรายงานวิจัยได้

         ในการเขียนบรรยายผลการวิจัยนั้นนักวิจัยจะต้องเขียนให้สอดคล้องกับประเภทของวิจัยด้วย เพราะว่าการวิจัยเชิงคุณภาพแต่ละประเภทมีอัตลักษณ์ของตนเอง เช่น การวิจัยแบบใช้เรื่องเล่าหรือการเล่าเรื่องราว(Narrative) รายงานการวิจัยก็ควรเขียนโดยใช้วิธีการเขียนแบบเล่าเรื่อง อาจเป็นการเล่าเรื่องตามระยะเวลาที่เกิดเรื่องราวขึ้นจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันเป็นต้น

        โดยทั่วไปแล้วการเขียนรายงานการวิจัยเชิงคุณภาพจะประกอบส่วนสำคัญ 4 ส่วนได้แก่ ส่วนนำ เนื้อเรื่อง สรุป และอ้างอิง

  1. ส่วนนำจะประกอบด้วย (1) ปกในเป็นหน้าที่ต่อจากปก จะเขียนถึงชื่อเรื่องวิจัย ชื่อนักวิจัย แหล่งทุน เลขที่ ISBN สถานที่พิมพ์รายงาน เป็นต้น (2) บทคัดย่อ จะเป็นสาระสำคัญโดยย่อของส่วนเนื้อหาทั้งหมด ควรมีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ (3) กิตติกรรมประกาศ เป็นหน้ารายงานวิจัยที่นักวิจัยเขียนแสดงความขอบคุณที่สถาบัน องค์การ คณะบุคคล หรือบุคคลที่มีส่วนช่วยเหลือ สนับสนุนให้การทำวิจัยประสบความสำเร็จ (4) คำนำ เนื้อหาส่วนนี้จะกล่าวถึง ความเป็นมาและมูลเหตุจูงใจที่ทำให้เกิดการศึกษา/วิจัย วิธีการศึกษาโดยสรุป ผลการศึกษาและกล่าวถึงประโยชน์ที่จะได้รับ (5) สารบัญ เป็นบัญชีหัวเรื่องสำคัญที่ประกอบในรายงานการวิจัย พร้อมทั้งมีหมายเลขหน้าเอกสารกำกับเพื่อให้ผู้อ่านรายงานวิจัยสามารถค้นหาสิ่งที่ประสงค์จะทราบได้ง่ายและเร็วขึ้น สารบัญแบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือสารบัญเรื่อง สารบัญตาราง และสารบัญภาพ
  2. ส่วนเนื้อเรื่อง เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดและจะเป็นส่วนของรายละเอียดผลการวิจัยมากที่สุด ประกอบด้วย บทนำ การทบทวนวรรณกรรม วิธีดำเนินการศึกษา/วิจัย ผลการศึกษา/วิจัย กล่าวคือ (1) บทนำ เป็นข้อความที่แสดงถึงความเป็นมาของเรื่องที่สนใจศึกษา/วิจัยโดยจะระบุถึงปัญหาและความจำเป็นที่ทำให้เกิดความต้องการที่วิจัย/ศึกษา มักจะเขียนเพื่อให้ผู้อ่านมองเห็นและเข้าใจประเด็นที่น่าสนใจและเกิดเข้าใจว่าทำไมจึงต้องศึกษา/วิจัยทำวิจัยอย่างไร วิจัย/ศึกษาแล้วผลเป็นอย่างไร ผลการวิจัยจะให้ประโยชน์อะไรและอย่างไรบ้าง (2) การทบทวนวรรณกรรม เป็นส่วนที่ผู้เขียนรายงานวิจัยเสนอข้อความส่วนที่เป็นเนื้อหาสาระสำคัญ ข้อค้นพบที่เป็นทฤษฎี แนวคิด หลักการ กฎ และผลงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ทำการวิจัย เพื่อใช้แสดงถึงกรอบแนวคิดวิจัย(conceptual framework) และแนวทางการศึกษาวิจัยของเรื่องนั้นๆ  (3) วิธีการศึกษาวิจัย เนื้อหาส่วนนี้ของรายงานการวิจัยจะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการวิจัย เช่น วิธีการเข้าพื้นที่วิจัย/สนาม การเก็บข้อมูลอะไรจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ การเก็บรวบรวมข้อมูลกระทำด้วยวิธีการใด การเลือกผู้ให้ข้อมูลสำคัญใช้วิธีการไหน ความสัมพันธ์ระหว่างนักวิจัยกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญเป็นอย่างไร วิธีการที่ใช้ในควบคุมคุณภาพของข้อมูล (4) ผลการวิจัย เป็นเนื้อหาส่วนที่กล่าวถึงวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล การอธิบายผลการวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล การอภิปรายผลการวิจัย การเสนอข้อค้นพบจากการวิจัย ผู้เขียนรายงานสามารถนำเสนอผลการวิจัยได้ 3 รูปแบบคือ (ก) การนำเสนอโดยไม่มีข้ออภิปราย (ข) การนำเสนอโดยวิธีการสอดแทรกการตีความ และ(ค) การนำเสนอโดยตีความและอภิปรายในประเด็นหรือเรื่องต่างๆ อย่างละเอียด
  3. ส่วนสรุป เป็นส่วนสุดท้ายที่เสนอสาระสำคัญของการวิจัย ประกอบด้วย การสรุปผล การอภิปรายผลโดยสังเขป และการให้ข้อเสนอแนะ กล่าวคือ (1) การสรุปผล เป็นกล่าวถึงสาระสำคัญของการวิจัยในทุกขั้นตอนโดยย่อ (2) การอภิปรายผลโดยสังเขป เป็นส่วนของเนื้อหาที่นักวิจัยได้ประเมิน อภิปรายผล และวิจารณ์สิ่งที่พบจากการวิจัยกับทฤษฎี แนวคิด หลักการ และผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องว่าสอดคล้องกันหรือไม่ อย่างไร หรือขัดแย้งกันในส่วนไหนหรือประเด็นใด (3) การให้ข้อเสนอแนะ เนื้อหาในส่วนนี้นักวิจัยจะนำเอาข้อคิดต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทำการวิจัยที่มีนัยสำคัญมานำเสนอ โดยทั่วไปแล้วการให้ข้อเสนอแนะของนักวิจัยจะต้องเป็นข้อเสนอแนะที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งปรากฏในการศึกษาวิจัยเท่านั้น
  4. ส่วนอ้างอิง เป็นส่วนสุดท้ายของรายงานวิจัย ถือได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งของรายงานวิจัยที่นักวิจัยจะนำเสนอเอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรม และภาคผนวก กล่าวคือ (1) เอกสารอ้างอิง นักวิจัยจะจัดทำเป็นบัญชีรายชื่อเอกสารต่างๆ ที่นำมากล่าวอ้างอิงไว้ในเนื้อเรื่องของรายงานการวิจัยทั้งหมดเพื่อเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงและให้สามารถตรวจอบได้โดยจะเรียงตามลำดับหมายเลขการอ้างอิง ( 2) บรรณานุกรม จะเป็นรายชื่อเอกสาร สิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่มีเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับเนื้อหาในรายงานการวิจัยนั้นๆ รายชื่อในบัญชีนี้จะรวมถึงเอกสารที่อ้างอิงในเนื้อเรื่องวิจัยด้วย และ (3) ภาคผนวก ส่วนนี้จะเป็นรายละเอียดทางเทคนิคที่จำเป็นแต่นักวิจัยเห็นว่าถ้านำไปเขียนไว้ในเนื้อหารายงานวิจัยแล้วอาจทำให้มีข้อมูลมากเกินความจำเป็นที่ผู้อ่านควรจะต้องทราบ เนื่องจากเป็นเนื้อหาที่มีรายละเอียดเฉพาะเรื่อง เป็นเนื้อหาที่ซับซ้อน หรือเป็นเนื้อหาที่เป็นเชิงเทคนิคเฉพาะด้าน จึงนำเนื้อหาส่วนนี้ไปใส่ไว้ในภาคผนวกสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษารายละเอียดในเรื่องนั้นๆ เป็นการเฉพาะ.

255 total views, 1 views today