ศึกษาดูงาน Open University of Japan เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น

ศึกษาดูงาน Open University of Japan เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น

มหาวิทยาลัยเปิด (Open University) เป็นความต้องการของรัฐในการเปิดโอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้กับประชาชนอย่างไม่จำกัดวัย อายุ อาชีพ สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่มีการสอบคัดเลือก ไม่มีการบังคับให้เข้าฟังการบรรยาย ใช้ระบบการสอนทางไกล ซึ่งในประเทศไทยคือ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

          เมื่อเดือนมีนาคม 2562 คณะคณาจารย์สาขาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้เดินทางไปดูงานที่ Open University of Japan ณ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลญี่ปุ่น จัดการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา โดยเน้นเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตในลักษณะมหาวิทยาลัยเปิด ไม่มีการสอบเข้า ยกเว้นในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เป็นมหาวิทยาลัยที่นำร่องในการนำผลจากงานวิจัยและเทคโนโลยีการศึกษามาใช้ในการเรียนการสอน รูปแบบการจัดการเรียนการสอนใช้สื่อการออกอากาศผ่านวิทยุและโทรทัศน์ มีช่องสถานีโทรทัศน์วิทยุเป็นของตนเอง จำนวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในปัจจุบันมีจำนวน 88,600 คน ทำการสอนโดยใช้ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น ไม่มีหลักสูตรนานาชาติ (international program) แต่คนต่างชาติที่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นดีสามารถสมัครเรียนได้ ทั่วประเทศมีศูนย์การเรียนและการถ่ายทอดผ่านดาวเทียมจำนวน 57 แห่ง

          Open University of Japan มีศูนย์การเรียน 50 แห่งกระจายตามเมืองต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่น และศูนย์ดาวเทียม 7 แห่ง โดยมีห้องอัดรายการ (Audio-visual rooms) จำนวน 64 ห้อง โดยบทบาทของศูนย์เรียนรู้คือ เป็นห้องเรียน แหล่งศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ห้องสมุด ใช้สำหรับการเป็นห้องสอบ อีกทั้งเป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมของชมรมนักศึกษา

          ระดับปริญญาตรี เปิดสอนในคณะศิลปศาสตร์ ประกอบด้วย 6 วิชาเอกคือ การดำรงชีวิตและสวัสดิการ จิตวิทยาและการศึกษา สังคมและอุตสาหกรรม มนุษยศาสตร์และวัฒนธรรม สารสนเทศศาสตร์ และธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีจำนวนนักศึกษาของคณะนี้มากถึง 82,171 คน วิชาเอกที่เป็นนิยม คือ จิตวิทยาและการศึกษา ที่มีผู้ลงทะเบียนเรียนสูงถึงร้อยละ 32.1

          ระดับบัณฑิตศึกษา มีผู้เรียนทั้งสองระดับรวมกันทั้งหมดจำนวน 4,996 คน และศาสตร์ที่เป็นที่นิยมเรียนมากในจำนวนร้อยละที่ใกล้เคียงกัน คือ ธรรมาภิบาลสังคม มนุษย์นิเวศ และศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์

  • ระดับปริญญาโท เปิดสอนในหลักสูตร ดังนี้ มนุษย์นิเวศ การพัฒนามนุษย์และการศึกษา จิตวิทยาคลีนิค ธรรมาภิบาลในสังคม ศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • ระดับปริญญาเอก เปิดสอนในหลักสูตร ดังนี้ มนุษย์นิเวศ ศาสตร์ว่าด้วยมนุษย์ ธรรมาภิบาลในสังคม ศิลปศาสตร์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดจะเปิดหลักสูตรสารสนเทศศาสตร์ ในเดือนเมษายน 2562 นี้

ประเภทของผู้เรียนที่  Open University of Japan ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ 1) ผู้เรียนปกติ ทั้งปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา เรียนสำเร็จแล้วได้ปริญญาบัตร 2) ผู้เรียนกลุ่ม Non-degree (ประกาศนียบัตร) เรียน 1 ปี หรือ 1 ภาคการศึกษา ลงทะเบียนในวิชาที่สนใจ เช่น วิชาที่เป็นก้าวหน้าอาชีพ การช่วยเหลือสังคม การเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือด้านการวิจัย และ 3) ผู้เรียนที่โอนมาจากสถาบันการศึกษาอื่น จะโอนชุดวิชาบางส่วนและเข้าศึกษาต่อเนื่อง

วิธีการจัดการศึกษา มี 3  ประเภท คือ

  1. หลักสูตรที่ผ่านสื่อกระจายเสียง (โทรทัศน์ วิทยุ อินเทอร์เน็ต ดีวีดี ซีดี) วิชาที่เป็นที่นิยม ได้แก่ ความรู้ภาษาอังกฤษเบื้องต้น หลักภาษาญี่ปุ่น ความรู้เรื่องจิตวิทยาพื้นฐาน
  2. หลักสูตรที่เรียนแบบเผชิญหน้า จัดที่ศูนย์การเรียน และศูนย์ดาวเทียม วิชาที่เป็นที่นิยม ได้แก่ การพูดและการอ่านพื้นฐาน จิตวิทยาคลีนิคเบื้องต้น การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น
  3. หลักสูตรออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต วิชาที่เป็นที่นิยม ได้แก่ แนวคิดทฤษฎีและวิธีการเข้าใจเด็ก ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งในญี่ปุ่น

อายุของผู้เรียน มีดังนี้ (ข้อมูลภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560)

อายุ 10-20 ปี ร้อยละ 4                     อายุ 21-30 ปี ร้อยละ 13

อายุ 31-40 ปี ร้อยละ 16                    อายุ 41-50 ปี ร้อยละ 23

อายุ 51-60 ปี ร้อยละ 19                   อายุ 61-70 ปี ร้อยละ 16 

อายุ 71 ปีขึ้นไป ร้อยละ 9

จากอายุของผู้เรียนจะพบว่าอายุระหว่าง 41-50 ปีเป็นกลุ่มที่มากที่สุดถือเป็นร้อยละ 23 รองมาคือกลุ่มอายุ 51-60 ปี ร้อยละ 19 แสดงให้เป็นว่านักศึกษาเกือบกึ่งหนึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับประชากรของประเทศญี่ปุ่นที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนสูงสุดคือร้อยละ 27.7 ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามเนื่องจากประเทญี่ปุ่นการปลูกฝังให้ประชาชนเน้นการเพิ่มพูนความรู้ อาทิการที่ผู้นำประเทศและนักแสดงที่เป็นผู้สูงวัยใช้เวลาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมผ่าน Open University of Japan ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นให้ประชาชนรับทราบการเรียนรู้ตลอดชีวิต

          การไปศึกษาดูงานในครั้งนี้ทำให้เห็นถึงความคล้ายคลึงของกระบวนการและระบบบการศึกษา ระหว่างมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กับ Open University of Japan ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ในเชิงวิชาการและระบบการบริหาร โดยความรู้และสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งสองมหาวิทยาลัยสามารถสร้างความร่วมมือทางวิชาการต่อไปในอนาคตได้


125 total views, 1 views today