การมีส่วนร่วมในการบริการสาธารณะบนฐานของแนวคิดธรรมาภิบาล

การมีส่วนร่วมในการบริการสาธารณะบนฐานของแนวคิดธรรมาภิบาล

       กล่าวได้ว่าหลักธรรมาภิบาล (good governance) ยังคงเป็นทิศทางและแนวโน้มของการบริหารภาครัฐและการบริการสาธารณะต่อไป โดยกล่าวได้ว่า ธรรมาภิบาล ก็ยังถือว่าเป็นหลักการพื้นฐานที่เข้ามามีอิทธิพลต่อการบริหารภาครัฐในทุกด้านในปัจจุบันและอนาคต ธรรมาภิบาลเป็นหลักการของการปกครอง การบริหาร การจัดการ การควบคุมดูแลกิจการต่าง ๆ ให้เป็นไปในครรลองธรรม ซึ่งแนวคิดนี้ได้ถูกนำเสนอโดยองค์การสหประชาชาติ โดยหน่วยงาน ESCAP (The United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สหประชาชาติจัดตั้งขึ้นมาเพื่อการพัฒนาในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค ได้ให้ความหมายของคำว่าหลักธรรมาภิบาล (Governance or Good Governance) ว่าหมายถึงกระบวนการของตัดสินใจและกระบวนของการนำผลการตัดสินใจไปสู่การปฏิบัติ โดยที่ให้ความสำคัญต่อการนำฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการเข้ามาร่วมในการตัดสินใจและการนำผลการตัดสินใจไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปเป้าหมายที่ตัดสินใจไว้ ซึ่ง ESCAP มองว่าหลักธรรมาภิบาล มีองค์ประกอบที่ประกอบด้วย 8 หลักการคือ หลักการมีส่วนร่วม (participatory) หลักนิติธรรม (rule of law) หลักความโปร่งใส (transparency) หลักการตอบสนอง (responsiveness) หลักความเห็นพ้อง (consensus oriented) หลักความเสมอภาค (equity and inclusiveness) หลักความมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ (effectiveness and efficiency) และหลักการมีเหตุผลอธิบายได้ (accountability) ซึ่งการพัฒนาการให้บริการสาธารณะในฐานะเป็นกิจกรรมหนึ่งของภาครัฐ ก็จะต้องใช้หลักการมีส่วนร่วมโดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมและทุกขั้นตอนของบริการสาธารณะ หลักนิติธรรมที่จะต้องมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบริการสาธารณะที่ชัดเจน หลักความโปร่งใสด้วยการที่การพัฒนาการให้บริการสาธารณะจะต้องทำให้กระบวนการและกิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องอยู่ในลักษณะที่ตรวจสอบได้ หลักการตอบสนองด้วยการที่หน่วยงานที่ทำหน้าที่ให้บริการสาธารณะจะต้องมองความต้องการของประชาชนเป็นภาพเดียวกันและออกแบบพัฒนาการให้บริการสาธารณะที่เชื่อมโยงและตรงกับความต้องการและความคาดหวังของประชาชน หลักความเห็นพ้องโดยการที่ภาครัฐจะต้องนำความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดที่เกี่ยวข้องมาดูแลบนพื้นฐานของความสมดุลที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน หลักความเสมอภาคที่จะต้องยึดถือการให้บริการก่อนหลังและเป็นธรรม หลักความมีประสิทธิผลก็จะต้องเน้นผลสัมฤทธิ์ในเรื่องของคุณภาพการบริการและความพึงพอใจของประชาชน หลักประสิทธิภาพต้องเน้นที่การลดขั้นตอนและระยะเวลาในกระบวนการของบริการสาธารณะ การให้บริการสาธารณะที่มีต้นทุนต่ำ ส่วนหลักการมีเหตุผลอธิบายได้ก็จะต้องสามารถตอบปัญหาและข้อร้องเรียนได้อย่างชัดเจน

25 total views, 1 views today

ประธานกรรมการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์) สาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช