การให้บริการสาธารณะแบบเปิดและการเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงาน (Open and Connected Services)

การให้บริการสาธารณะแบบเปิดและการเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงาน (Open and Connected Services)

       ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีของความทันสมัยที่เข้าหาประชาชน ทำให้ประชาชนมีวิถีชีวิตที่อยู่กับอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น ดูแผนที่ Google Maps ตอบ Line เพื่อน โพลต์ข้อความผ่าน Facebook ค้นหาข้อมูลผ่าน Google เข้าถึงบริการแอปพลิเคชันที่ตนต้องการ โทรศัพท์คุยงานกับเพื่อนร่วมงาน เปิดดู Clip VDO ผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ เป็นต้น โดยทั้งหมดแทบทำในเวลาที่ใกล้เคียงกัน ในอนาคตต่อไปจะเกิดการใช้ระบบอัจฉริยะ (Smart Everything) จะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากนี้ไปจะเป็นยุคของการใช้เทคโนโลยีและแอปพลิเคชันอัจฉริยะต่างๆ ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สังคม และด้านอื่นๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ระดับประชาชน เช่น การใช้ชีวิตประจำวันในบ้าน การเดินทาง การดูแลสุขภาพ การใช้พลังงาน เป็นต้น ไปจนถึงระดับอุตสาหกรรม เช่น การเกษตร การผลิตสินค้าในโรงงาน หรือแม้กระทั่งเรื่องการเฝ้าระวังภัยพิบัติ การดูแลสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ อีกมากมายในอนาคต ซึ่งจึงทำให้การให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนจะใช้วิธีการตั้งรับไม่ได้อีกต่อไปแล้วที่แต่ละหน่วยงานภาครัฐต่างคนต่างดำเนินงานแบบเดิม แต่บริการสธารณะจะต้องทำให้เป็นระบบเปิดและระบบที่เชื่อมโยงกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องหรือที่เรียกว่า Open and Connected Government ซึ่งมีจุดเน้นที่สำคัญ 2 เรื่อง คือ

           1) เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศทางออนไลน์ (open government) ซึ่งในประเด็นนี้องค์การสหประชาชาติก็ได้ให้ความสำคัญด้วยการส่งเสริมให้ประเทศต่าง ๆ มีการพัฒนาใน 3 ระดับ คือ e-information, e-consultation และ e-decision-making โดย (United Nations, 2018, p. 112)

  • e-information จะเป็นการให้ภาครัฐจะต้องจัดทำและให้ข้อมูลและสารสนเทศแก่ประชาชนของตนเองที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายโดยที่ไม่ต้องร้องขอ
  • e-consultation โดยภาครัฐจะต้องประชาชนของตนเองสามารถให้ข้อเสนอแนะต่อนโยบายและข้อเสนอแนะต่อการปรับปรุงและพัฒนาการบริการสาธารณะในด้านต่างๆ ได้ผ่านออนไลน์
  • e-decision-making โดยจะต้องมีการมอบอำนาจให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบาย (co-design of policy option) และเข้ามาร่วมผลิตบริการสาธารณะ (co-production of service)

            ตัวอย่างของประเทศที่ประสบผลสำเร็จสูงที่ได้รับการประเมินจากองค์การสหประชาชาติในปี ค.ศ.2018 คือ ประเทศฟินแลนด์ที่อยู่ในอันดับแรกของโลกในตัวบ่งชี้ E-Participation Index ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้หนึ่งของการประเมินการเป็น e-Government โดยประเทศฟินแลนด์ได้มีการจัดทำเว็บท่า (web portal) ที่เป็นเว็บกลางของรัฐบาล คือ www.demokratia.fi โดยออกแบบมาให้พลเมืองของประเทศสามารถให้ข้อเสนอแนะได้ต่อทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น นอกจากนี้แล้วได้มีการพัฒนาระบบให้พลเมืองของประเทศสามารถให้ข้อเสนอแนะในการออกกฎหมายโดยลงลายมือชื่อออนไลน์ 50,000 รายชื่อ เพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาในการออกกฏหมายต่อไป (United Nations, 2018, p. 118)

26 total views, 1 views today

ประธานกรรมการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์) สาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช