สวัสดิการยุคใหม่ดึงดูดใจให้พนักงานมีสุข



ในยุคที่องค์กรทั่วโลกกำลังปรับตัวให้ทันตามยุคสมัยจนเกิดการพลิกผันในธุรกิจ (Business Disruption) มากมายซึ่งทำให้องค์กรต้องมีการปรับตัวปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานกันใหม่เพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตปัจจุบัน ไม่เว้นแม้แต่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Human Resource) ที่เราจะเห็นได้ว่ายุคนี้ฝ่ายนี้เป็นฝ่ายหนึ่งในองค์กรที่มีการปรับตัวมากที่สุดเพราะนี่คือหัวใจสำคัญหนึ่งของการขับเคลื่อนองค์กรเลยทีเดียว นอกจากการบริหารงานบุคคลที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์แล้ว สวัสดิการพนักงานก็ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ฝ่าย HR ให้ความใส่ใจมากที่สุดเพื่อรักษาพนักงานให้ทำงานอยู่กับบริษัทให้นานที่สุด ในขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องจูงใจให้คนใหม่ๆ อยากเข้ามาร่วมงานกับองค์กรด้วย ยุคนี้เราจึงได้เห็นสวัสดิการใหม่ๆ น่าสนใจที่จัดขึ้นเพื่อเอาใจพนักงานตลอดจนสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าในการทำงานอีกด้วย

1.ทำงานที่ไหนก็ได้แบบไม่ต้องเข้าออฟฟิศ (Work from home)

ชีวิตนั่งติดออฟฟิศแบบ 7 วันต่อสัปดาห์กำลังเปลี่ยนแปลงไปตามโลกยุคนี้ที่เราสามารถทำงานได้ทุกที่บนโลก สำหรับองค์กรที่เกิดขึ้นในยุคใหม่นี้มักจะไม่กำหนดเวลาหรือสถานที่ในการทำงาน แต่จะกำหนดที่ผลงานเสียมากกว่า พนักงานจึงสามารถทำงานที่ไหนบนโลกก็ได้ ขอเพียงแต่ว่ามีอินเตอร์เน็ตในการสื่อสารกัน สำหรับองค์กรที่ยังคงมีระบบการทำงานแบบดั้งเดิมอยู่ยึดระบบออฟฟิศเป็นหลักก็เริ่มมีนโยบาย Work from home เข้ามาเป็นสวัสดิการเสริมให้กับพนักงานกันบ้างแล้ว โดยให้สิทธิ์พนักงานใช้โควต้าทำงานที่ไหนก็ได้เป็นกี่วันต่อเดือนก็ว่าไป หรือบางบริษัทถึงกับกำหนดเป็นมาตรฐานของบริษัทไปเลยว่าทุกคนจะมีสิทธิ์ในการทำงานแบบ Work from home ได้ 1 วันต่อสัปดาห์ นั่นทำให้พนักงานมีเวลาผ่อนคลายตลอดจนมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น สามารถบริหารเวลาการทำงานของตนเองได้อย่างอิสระ หรือมีวันท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกโดยที่สามารถทำงานไปด้วยได้ ซึ่งสวัสดิการนี้ก็กำลังเป็นที่น่าสนใจอยู่ทีเดียว เพราะถือว่าเป็น win-win situation ที่ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย

2.ออกกำลังกายในออฟฟิศ (Fitness Room in Office)

คนยุคปัจจุบันเริ่มหันมาใส่ใจในสุขภาพกันมากทำให้การออกกำลังกายกลายมาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิตยุคนี้ที่จะช่วยทำให้เกิดสมดุลในการใช้ชีวิต และการออกกำลังกายก็ถือเป็นการผ่อนคลายจากการทำงาน ทั้งยังช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลายองค์กรเริ่มนำเอาสวัสดิการด้านการออกกำลังกายมาเป็นสิทธิประโยชน์ให้กับพนักงาน ตั้งแต่การให้สิทธิ์ในการใช้บริการตามฟิตเนสต่างๆ ฟรี ไปจนถึงมีห้องออกกำลังกาย (Fitness Room in Office) กันเลยทีเดียว บางออฟฟิศถึงขนาดกับมีการจัดคลาสโดยมีเทรนเนอร์มาคอยสอนอย่างจริงจัง แล้วบางบริษัทก็เปิดให้พนักงานสามารถเล่นฟิตเนสได้ตลอดเวลาตามความต้องการของแต่ละคนอีกด้วย

3.บริการนวดฟรี (Free Massage)

โรคที่ดูเหมือนไม่ร้ายแรงแต่กลับส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพของเราได้อย่างคาดไม่ถึงก็คือโรคของคนทำงานออฟฟิศ (Office Syndrome) นั่นเอง หนึ่งในวิธีแก้โรคนี้ได้ดีที่สุดก็คือการนวดร่างกายเผื่อให้ผ่อนคลายเส้นเอ็นตลอดจนกล้ามเนื้อต่างๆ นั่นเอง สำหรับในเมืองไทยที่การนวดนี้ขึ้นชื่อ มีหมอมีฝีมืออยู่มากมาย และการนวดก็เป็นที่นิยม หลายออฟฟิศก็เลยจัดสวัสดิการนี้ให้กับพนักงานกันเสียเลย บางออฟฟิศมีพนักงานนวดมาประจำตลอดทั้งวันเพื่อให้พนักงานมาใช้บริการได้ฟรี หรือบางออฟฟิศก็จะมีบริการเรียกพนักงานนวดได้ตามต้องการ สวัสดิการนวดผ่อนคลายนี้กำลังได้รับความนิยมสูงมากในเมืองไทยจนถึงขนาดเกิดเป็นธุรกิจใหม่ที่เปิดบริการพนักงานนวดส่งตรงถึงออฟฟิศเลยทีเดียว และสวัสดิการนี้ก็ยังส่งผลดีโดยตรงต่อการทำงานได้อีกด้วย

4.บริการอาหารฟรี (Free Food Service)

บริการอาหารฟรีอาจไม่ใช่เรื่องใหม่เท่าไรนัก แต่บริการนี้เมื่อก่อนมักจะอยู่กับการจ้างงานระบบอุตสาหกรรมหรือโรงงานเสียมากกว่า แต่ในปัจจุบันออฟฟิศใหญ่ๆ ยุคใหม่ต่างนำเรื่องนี้มาเป็นสวัสดิการสำคัญหนึ่งขององค์กรกันเลยทีเดียว หลายองค์กรชั้นนำระดับโลกทั้งในไทยและต่างประเทศอย่าง Google หรือแม้กระทั่ง LINE ก็ยังใส่ใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง มีอาหารกลางวันบริการฟรีให้กับพนักงาน หรือบางครั้งก็รวมถึงอาหารเช้าด้วย การบริการอาหารกลางวันนี้ไม่ใช่แค่การสักจะมีแต่อาหารเท่านั้น แต่สวัสดิการยุคนี้ใส่ใจตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ, การปรุงความอร่อย, คุณภาพของอาหาร, คุณค่าทางโภชนาการ, ไปจนถึงการจัดห้องอาหารที่สะอาดน่านั่งไว้บริการพนักงานบริษัท ด้วยนั่นเอง การบริการอาหารฟรีในยุคนี้นั้นมีประโยชน์มากมาย ช่วยให้พนักงานประหยัดรายจ่ายในการดำรงชีวิตได้ ตลอดจนประหยัดเวลาในการเดินไปหาอาหารทานด้านนอก อีกทั้งยังได้โภชนาการที่ดีกว่าอีกด้วย หรือในบางองค์กรที่มีขนาดใหญ่มาก รับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว ก็อาจปรับนโยบายเป็นการบริการอาหารที่ดีในราคาที่ถูกแทน โดยควบคุมราคาและกำหนดคุณภาพของร้านอาหารที่จะเข้ามาบริการให้กับพนักงาน เป็นต้น

5.ห้องสันทนาการ (Entertainment Area)

ยุคปัจจุบันการทำงานมีความเครียดสูง หนึ่งในสวัสดิการที่ดึงดูดใจคนทำงานได้ดีอย่างหนึ่งก็คือความสันทนาการต่างๆ ที่ออฟฟิศสร้างสรรค์ขึ้นมาบริการผ่อนคลายความเครียดนั่นเอง หลายออฟฟิศใหญ่ชูประเด็นนี้เป็นจุดขายด้วย ให้การทำงานกับการพักผ่อนผสมผสานกลมกลืนเป็นหนึ่งวิถีชีวิตเดียวกัน ห้องสันทนาการนี้ก็อาจมีตั้งแต่ห้องดูหนังฟังเพลง, ห้องเล่นเกม, ห้องเล่นกีฬาคลายเครียดง่ายๆ, ห้องดื่มชากาแฟ, หรืออาจเป็นสวนเล็กๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายก็เป็นได้ บางคนอาจบอกว่าเรื่องงานกับเรื่องเล่นควรแยกกัน แต่องค์กรยุคใหม่หลายองค์กรกลับมองว่าเรื่องเล่นจะช่วยทำให้ผ่อนคลายและสร้างประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้นต่างหาก

6.ห้องนอน (Sleeping Room)

เราเชื่อว่าทุกคนคงเคยรู้สึกเหนื่อยล้าขณะทำงานและอยากหาที่งีบสักพักแน่ๆ หลายองค์กรก็เลยดึงความลับสำคัญนี้มาเป็นจุดขายของสวัสดิการเสียเลย สวัสดิการนี้บางคนก็มองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมแต่บางที่ก็ให้ความสำคัญเพราะการได้พักผ่อนแล้วตื่นมาทำงานอย่างสดชื่นนั้นยิ่งทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นทีเดียว บางที่อาจจัดมุมโซฟาให้เอนกายพักผ่อนหรือแอบงีบได้ แต่สำหรับบางทีนั้นจัดเป็นห้องนอนที่มีเตียงนอนนุ่มๆ หมอนหนุนให้หลับได้อย่างมีความสุข ให้พักผ่อนกันได้เต็มที่

7.ตั๋วเครื่องบิน (Travel Ticket)

คนยุคใหม่มักรักการออกไปเผชิญโลกกว้าง การได้ไปเปิดหูเปิดตาท่องเที่ยวต่างประเทศจึงเป็นกิจกรรมหนึ่งที่หลายคนชอบทำกันเป็นกิจวัตร โดยเฉพาะบรรดาเด็กรุ่นใหม่ๆ หลายออฟฟิศก็เลยมีสวัสดิการการท่องเที่ยวให้พนักงาน และสวัสดิการหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมมากๆ ก็คือตั๋วเครื่องบินไป-กลับให้พนักงานได้เดินทางไปต่างประเทศ อาจมีทั้งแบบกำหนดเส้นทางตลอดจนประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางไว้แล้ว หรือเป็นตั๋วเปิดที่ให้พนักงานเลือกไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ในโลก รวมไปถึงการดีลส่วนลดอื่นๆ ด้วย

8.คุณพ่อลาคลอด (Parental Benefit)

ยุคนี้หน้าที่ในการเลี้ยงลูกไม่ใช่หน้าที่ของแม่เพียงอย่างเดียวเสมอไป พ่อบ้านหลายคนก็ต้องช่วยกันเลี้ยงลูกด้วย โดยเฉพาะครอบครัวเล็กในเมืองใหญ่ที่พ่อกับแม่ช่วยกันเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง เนื่องจากสังคมที่เปลี่ยนไปองค์กรหลายองค์กรก็เริ่มให้ความสำคัญตรงจุดนี้ให้สิทธิ์คุณพ่อลาเพื่อไปช่วยคุณแม่ดูแลลูกที่เพิ่งคลอดได้ โดยสวัสดิการนี้มักมีในบริษัทใหญ่ๆ จำนวนวันที่สามารถลาได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละบริษัทด้วย แถมบางบริษัทใจป้ำยังมอบเงินขวัญถุงให้กับบุตรของพนักงานที่เกิดใหม่ด้วย นโยบายนี้เป็นหนึ่งในสวัสดิการด้านครอบครัวที่ดีทีเดียว

9.บริการปรึกษาจิตแพทย์ (Psychiatrist)

ความเครียดของคนยุคปัจจุบันมีสูงมาก ทั้งจากเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน ปัญหาต่างๆ มักก่อให้เกิดอาการทางจิตได้ง่าย องค์กรหลายแห่งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นเพิ่มสวัสดิการด้านจิตแพทย์เข้ามานอกเหนือจากการรักษาพยาบาลด้านอื่นๆ โดยอาจเปิดเป็นศูนย์ปรึกษาจิตแพทย์ให้โทรศัพท์ไปปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ฟรีในทุกๆ เรื่อง หรือมีจิตแพทย์มานั่งประจำคอยให้คำปรึกษาที่ออฟฟิศ และยิ่งในยุคปัจจุบันที่คนป่วยทางจิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับการรักษาด้านจิตแพทย์นี้ไม่ใช่เรื่องน่าอายและได้รับการยอมรับในสังคมที่ดี นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการสำคัญที่พนักงานในยุคนี้ให้ความสนใจมากเลยทีเดียว

10.สวัสดิการในการเรียนภาษา (Languages Course)

ในยุคปัจจุบันนี้ใครที่ยิ่งรู้ภาษาหลากหลายมากเท่าไรก็ยิ่งจะมีโอกาสในการได้งานที่สูงขึ้นตามไปเท่านั้น องค์กรหลายแห่งจึงมีนโยบายด้านภาษาดึงดูดพนักงานอย่างจริงจัง โดยเฉพาะภาษาที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจในยุคนี้อย่างภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน, ภาษาญี่ปุ่น หรือแม้แต่ภาษาอื่นๆ ที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้ดีขึ้น หรือจำเป็นต่อการทำงานของแต่ละตำแหน่ง องค์กรใหญ่ๆ อาจมีการเปิดสอนภาษาที่จริงจังในองค์กร เชิญอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญมาสอนให้ หรือบางองค์กรก็อาจเปิดโอกาสให้พนักงานในบริษัทมาเป็นอาจารย์สอนภาษาให้กับพนักงานภายในบริษัทซึ่งทำให้พนักงานมีรายได้พิเศษเพิ่มขึ้นได้ด้วย สำหรับคนยุคใหม่นั้นมีแนวโน้มสนใจในการเรียนภาษาอื่นๆ เพิ่มเติมมาก ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายเงินมากเพียงใดก็ตาม ดังนั้นสวัสดิการด้านนี้จึงกลายมาเป็นหนึ่งแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดพนักงานที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้มาร่วมงานกับองค์กรต่างๆ ที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ด้วยนั่นเอง

11.เปลี่ยนสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เทคโนโลยีใหม่ๆ ให้ทุกปี (New smartphone & gadget)

จะว่าเป็นเรื่องเล็กก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะโลกทุกวันนี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทแทบในทุกวิถีชีวิตตั้งแต่การทำงานไปจนถึงชีวิตส่วนตัว หลายบริษัทเอาใจคนยุคใหม่ด้วยสวัสดิการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนใหม่ให้ทุกปี นอกจากจะได้ใช้อุปกรณ์ใหม่ๆ แล้วสมาร์ทโฟนยังถือว่าเป็นประโยชน์ต่อการทำงานสูงอีกด้วย รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวแทนขององค์กร โดยเฉพาะองค์กรที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์ตลอดจนเทคโนโลยีอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น Mac Book หรือ iPad ที่มีความจำเป็นอย่างมากต่อภาพลักษณ์และการทำงานยุคปัจจุบัน ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถอำนวยความสะดวกในการทำงานได้ดี และช่วยให้พนักงานเองมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยใช้ตลอดเวลา

12.สวัสดิการพิเศษด้านการเงิน (Special Money Benefit)

สวัสดิการพิเศษด้านการเงินนี้ยังคงจำเป็นเสมอไม่ว่ายุคไหนๆ ในยุคใหม่นี้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลต่างก็มีกลยุทธ์ในสวัสดิการด้านการเงินนี้มาให้พนักงานมากมาย ตั้งแต่ระบบโบนัสที่ออกมากกว่าปีละครั้ง ไปจนถึงการให้กูเงินในอัตราดอกเบี้ย 0% เพื่อนำเงินก้อนไปใช้ฉุกเฉิน ตลอดจนให้กูเงินดอกเบี้ยต่ำสำหรับซื้อที่อยู่อาศัย เป็นต้น ซึ่งสวัสดิการทางด้านการเงินที่แต่ละบริษัทนำมาให้เป็นของรางวัลตลอดจนช่วยเหลือพนักงานนั้นถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเข้าทำงานกับบริษัทอย่างหนึ่งเลยทีเดียว


ประเด็นน่าสนใจ
  • ภาวะ Business Disruption ทำให้เกิดการปรับตัวขององค์กรทั่วโลกมากมาย รวมไปถึงฝ่าย HR ที่นอกจากจะมีการปรับการทำงานของแผนกแล้ว ก็ยังมีการสร้างสรรค์สวัสดิการแปลกใหม่เพื่อเอาใจพนักงานมากมาย
  • สวัสดิการที่ดีทำให้พนักงานมีความสุข มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี ส่งผลต่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ทำให้องค์กรมีศักยภาพเพิ่มขึ้นได้ด้วย
  • สวัสดิการที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้ก็คือสวัสดิการด้านสันทนาการและส่งเสริมสุขภาพ จุดดึงดูดใจสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ไม่อยากเครียดกับการทำงาน ต้องการมีสุขภาวะที่ดี
ที่มา: https://hcm-jinjer.com/thai-media/personnel-management/employeebenefits/

28 total views, 1 views today