การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการบริหารที่ส่งผลต่อการปกครองท้องที่ 2440-2534

1.การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการเมืองและการบริหารที่ส่งผลต่อความเข้มแข็งของการปกครองท้องที่ในอดีต   เดิมทีการปกครองท้องที่นั้นมีจุดเริ่มตั้นที่ชัดเจนมาตั้งแต่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งได้ตรา พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่ ร.ศ. 116  พ.ศ. 2440 ได้กำหนดหน่วยการปกครองที่เล็กสุดโดยเริ่มจาก  หมู่บ้าน ตำบลและอำเภอ ต่อมาได้มีการตรา ข้อบังคับลักษณะปกครองท้องที่ ร.ศ.117 เพิ่มเติมโดย มีสาระที่สำคัญคือการมีหน่วยการปกครองท้องที่ในระดับที่สูงขึ้นคือ การปกครองในระดับ “เมือง” และได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็น “จังหวัด” ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2457 ได้มีการตรากฎหมายที่สำคัญได้แก่ พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่[1] และได้นำมาใช้แทนฉบับ พ.ศ. 2440  การปกครองท้องที่ในช่วงแรกนี้ จึงมี ลักษณะการปกครองเฉพาะพื้นที่ในระดับต่างๆและเป็นยุคทองของการปกครองท้องที่ที่เข้มแข็งและอยู่ในฐานะส่วนหนึ่งของระบบเทศาภิบาล ที่ประกอบด้วย มลฑลเทศาภิบาลเป็นหน่วยการปกครองหลัก  และมีการปกครองเมือง ตำบล หมู่บ้าน เป็นการปกครองระดับลองลงมา

2. การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการเมืองส่งผลต่อการปกครองท้องที่ได้ถูกลดบทบาทลง

ในปี พ.ศ. 2475 ปัจจัยสภาพแวดล้อมทางการเมืองได้ส่งผลต่อการบริหารการปกครองท้องที่อย่างรุนแรงและรัฐบาลในยุคนั้นมีเป้าหมายการแทนที่หน่วยการปกครองท้องที่ด้วยการบริหารงานแบบเทศบาลทั่วทั้งประเทศ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการประกาศ พระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ.2476 โดยแบ่งการบริหารราชการแผ่นดินเป็น 3 ส่วนคือ ราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค และราชการบริหารส่วนท้องถิ่น  ซึ่งสาระท่สำคัญคือ ในราชการส่วนภูมิภาคนั้น มีการกำหนดหน่วยการปกครองเพียงสองระดับคือ จังหวัดและอำเภอ ไม่ได้มีการกำหนดหน่วยการปกครองในระดับตำบลและหมู่บ้าน แต่กำหนดให้ใช้ พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่พ.ศ.2457 ไปก่อนจนกว่าจะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติเทศบาล เหตุผลที่ไม่กำหนดสาระสำคัญของ การปกครองในระดับตำบลและหมู่บ้านนั้น เนื่องจาก รัฐบาลในยุคนั้นมีจุดมุ่งหมายที่จะจัดการปกครองท้องถิ่นให้ครอบคลุมทั้งประเทศ อย่างไรก็ตามความพยายามดังกล่าวรัฐบาลไม่สามารถเปิดการบริหารในรูปแบบเทศบาลได้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่และทุกตำบล ของประเทศ ตามที่เคยได้ตั้งเป้าหมายไว้ ในปี พ.ศ. 2495 รัฐบาลจึงได้หันมาจัดตั้งสุขาภิบาลอีกครั้ง โดยสุขาภิบาลที่มีความพร้อมก็ยกฐานะเป็นเทศบาลต่อไป สุขาภิบาลส่วนใหญ่บริหารงานในรูปแบบคณะกรรมการ โดยมีข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นส่วนประกอบสำคัญ ทำให้การปกครองในระดับตำบล หมู่บ้านได้รับการยอมรับอีกครั้ง 

ในปี พ.ศ.2495 นี้รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ.2476 และประกาศใช้ พระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ.2495 แทนโดยสาระที่สำคัญคือ ในบทบัญญัติที่ว่าด้วยการปกครองอำเภอกำหนดไว้ว่า “การจัดการปกครองอำเภอ นอกจากที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการปกครองที่[2] หลังจากนั้นกฎหมายหลักก็ได้ใช้ข้อความดังกล่าวเช่นเดียวกัน ได้แก่ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 จนถึงในปัจจุบันจึงเป็นที่เข้าใจโดยทั่วไปว่า   การปกครองระดับจังหวัดและอำเภอ เป็นการปกครองในราชการส่วนภูมิภาค  ส่วนการปกครองท้องที่ หมายถึง การปกครองระดับตำบลและหมู่บ้านโดยเฉพาะ

[1] พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่พ.ศ.2457 ได้เพิ่มหน่วยปกครองมาอีกหนึ่งหน่วย คือ กิ่งอำเภอ

[2] ในที่นี้เจตนารมณ์ของกฎหมายหมายความถึงพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่พ.ศ.2457 ซึ่งว่าด้วยการปกครองหมู่บ้าน ตำบล กิ่งอำเภอ และอำเภอ

566 total views, 5 views today