ความสำคัญของภูมิศาสตร์การท่องเที่ยว

ความรู้ด้านภูมิศาสตร์กายภาพและภูมิศาสตร์มนุษย์มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวในด้านต่าง ๆ ดังนี้

  1. 1. ภูมิศาสตร์มีความสำคัญต่ออุปสงค์ทางการท่องเที่ยว (Tourism Demand) อุปสงค์ทางการท่องเที่ยวเป็นความต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ตัวอย่าง การวางแผนเดินทางของนักท่องที่ยวโดยอาศัยความรู้และเครื่องมือด้านภูมิศาสตร์มาประยุกต์ใช้ได้หลายกรณี ดังนี้

1.1 การพิจารณาเลือกแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย เช่น นักท่องเที่ยวที่ชอบลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขา ชอบสัมผัสกับอากาศหนาว ชอบวิถีชีวิตแบบชาวล้านนาก็จะเลือกเดินทางท่องเที่ยวไปยังภาคเหนือของประเทศไทย เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน เป็นต้น หรือนักท่องเที่ยวที่ชอบลักษณะภูมิประเทศที่เป็นทะเล ชอบวิถีชีวิตชาวเล ชอบกิจกรรมทางน้ำก็จะเลือกเดินทางท่องเที่ยวไปยังภาคใต้ของประเทศไทย เช่น จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฏร์ธานี จังหวัดชุมพร เป็นต้น

1.2 การใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์เพื่อประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ หมายถึง เครื่องมือในการตรวจสอบและศึกษาสิ่งที่อยู่บนพื้นผิวโลกและบรรยากาศของโลก ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบและบันทึกข้อมูลทางด้านภูมิศาสตร์ทั้งทางด้านข้อมูลเชิงปริมาณและข้อมูลเชิงคุณภาพ ตัวอย่างเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ เช่น

1) ลูกโลกจำลอง (Globe) ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อจำลองลักษณะของโลก แสดงที่ตั้งอาณาเขต และพรมแดนของประเทศต่าง ๆ

2) แผนที่ท่องเที่ยว (Tourist Map) เป็นแผนที่ที่จัดทำขึ้นเพื่อแนะนำสถานที่ที่กำหนดเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว โดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งและสถานที่ที่จำเป็นและเกี่ยวข้องสำหรับการท่องเที่ยว เช่น เส้นทางการคมนาคมทั้งทางบก เรือ อากาศ ที่พัก ร้านอาหาร ภัตตาคาร สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ชายหาด น้ำตก เกาะ แก่ง ภูเขา อุทยานแห่งชาติ เป็นต้น

3) เข็มทิศ (Compass) ใช้หาทิศทางโดยเข็มทิศจะชี้ทิศเหนือแม่เหล็กโลกเสมอ และหน้าปัดของเข็มทิศจะบอกตำแหน่งทิศหรือค่ามุมที่กำหนด เช่น นักท่องเที่ยวสามารถใช้เข็มทิศเพื่อนำทางในการเดินป่า

4) การใช้ระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (Global Positioning System: GPS) เพื่อหาพิกัดหรือข้อมูลของสถานที่ต่าง ๆ เช่น Google Maps เป็นแอพลิเคชันของ Google ที่นำทางด้วย GPS แบบเวลาจริง (Real Time) สามารถดูข้อมูลการจราจร การขนส่งสาธารณะ และรายละเอียดของสถานที่ต่าง ๆ หรือ GPS สำหรับค้นหาร้านอาหาร เช่น แอปพลิเคชัน GPS Food Navigator & Restaurant Finder เป็นต้น

  1. ภูมิศาสตร์มีความสำคัญต่ออุปทานทางการท่องเที่ยว (Tourism Supply) อุปทานทางการท่องเที่ยวคือภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ด้านภูมิศาสตร์กับการท่องเที่ยวได้ ดังนี้

2.1 การกำหนดแนวทางการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยว ประเทศไทยมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายและแตกต่างกันกระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นการวางแผน การกำหนดนโยบาย การกำหนดระเบียบข้อบังคับ และการกำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาทรัพยากรทางการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่จึงมีความแตกต่างกัน ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ตัวอย่างที่ 1 การกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ออกประกาศปิดการท่องเที่ยวหรือดำเนินกิจกรรมใด ๆ ในบริเวณอ่าวมาหยาและอ่าวโละซามะ ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและโครงสร้างชายหาดในบริเวณดังกล่าว ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 จนกว่าทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ (ไทยโพสต์, 2561)

ตัวอย่างที่ 2 การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาและทรัพยากรการท่องเที่ยวที่แตกต่างกันของแต่ละท้องถิ่น เช่น การขับเคลื่อนโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี โดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดรายได้กับชุมชน โดยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง กระตุ้นเศรษฐกิจและสังคมภายในประเทศให้มีความเข้มแข็ง 2) เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางในการท่องเที่ยว (กระแสหลัก เมืองรอง ชุมชน) ให้มีความโดดเด่น มีความพร้อมบนอัตลักษณ์ของชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และ3) เพื่อสร้างและพัฒนาบุคลากร ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ให้มีขีดความสามารถในการคิดเชิงสร้างสรรค์ และนำมาต่อยอดการบริหารจัดการชุมชนได้อย่างเหมาะสม (กรมการพัฒนาชุมชน, 2561)

2.2 การเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว แต่ละพื้นที่ของประเทศไทยมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีจุดเด่นแตกต่างกันตามลักษณะภูมิศาสตร์กายภาพและภูมิศาสตร์มนุษย์ที่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการท่องเที่ยวก็ยังสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของแหล่งท่องเที่ยวในแต่ละภาคของประเทศได้ ตัวอย่างการจัดเส้นทางการท่องเที่ยวในช่วงเดือนเมษายนโดยเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกลุ่ม 4 จังหวัดในภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังจังหวัดเหล่านี้ในคราวเดียวกันได้ ดังนี้ 1) จังหวัดชุมพรมีกิจกรรมท่องเที่ยวที่เด่น คือ ประเพณีขึ้นเบญจา งานเปิดโลกทะเลละแม และงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทยทรงดำ 2) จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีกิจกรรมท่องเที่ยว คือ งานประเพณีสงกรานต์โบราณขึ้นถ้ำใหญ่ (อำเภอท่าชนะ) งานประเพณีศูนย์เรียนรู้และอนุรักษ์ประวัติศาสตร์เคียนซา และงานสมโภชศาลหลักเมือง (อำเภอเมือง) 3) จังหวัดนครศรีธรรมราชมีกิจกรรมท่องเที่ยว คือ งานรวมใจอนุรักษ์มรดกไทย วอลเลย์บอลชายหาดนานาชาติขนอม งานประเพณีสงกรานต์แห่นางดานเมืองนคร (อำเภอเมือง) 4) จังหวัดพัทลุงมีกิจกรรมท่องเที่ยว คือ งานเทศกาลล่องเรือ แลนกทะเลน้อย ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย (อำเภอควนขนุน) และงานวันอนุรักษ์มรดกไทย (อำเภอเมือง) เป็นต้น (นนทิภัค เพียรโรจน์, สิริภัทร์ โชติช่วง, และณัฐมน ราชรักษ์, 2558)

 

ที่มา : วรรณา ศิลปอาชา (2562) ภูมิศาสตร์การท่องเที่ยวไทย (หน่วยที่ 2) ในเอกสารการสอนชุดวิชาการจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน. นนทบุรี: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

177 total views, 1 views today