การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ: พุน้ำร้อนลิ่นถิ่น

“พุน้ำร้อน” (Hot spring หรือ Thermal spring) เป็นคำที่ระบุในพจนานุกรมศัพท์ภูมิศาสตร์ ว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น้ำไหลพุขึ้นมาจากใต้ดิน  และมีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิของร่างกายมนุษย์  น้ำที่พุขึ้นมาอาจมีอุณหภูมิ รส และสีที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และปริมาณของแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำ อย่างไรก็ตาม คนทั่วไปนิยมเรียกแหล่งทรัพยากรธรรมชาตินี้ว่า “น้ำพุร้อน” มากกว่าพุน้ำร้อน

พลังงานที่ได้จากธรรมชาติของน้ำพุร้อนมีประโยชน์หลายอย่าง และแหล่งน้ำพุร้อนหลายแห่งได้ถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในประเทศไทย ได้แก่ น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง น้ำพุร้อนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ น้ำพุร้อนคลองท่อม จังหวัดกระบี่ น้ำพุร้อนรักษะวาริน จังหวัดระนอง และน้ำพุร้อนลิ่นถิ่น จังหวัดกาญจนบุรี

การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกองอุทยาน พันธุ์พืช และสัตวป่า และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากแหล่งน้ำพุร้อนในประเทศไทยส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานดังกล่าว นอกนั้นจะอยู่ในพื้นที่ของเอกชน

กรณีศึกษาที่น่าสนใจจะกล่าวถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวพุน้ำร้อนลิ่นถิ่น ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเจริญ ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยการดูแลของเทศบาลตำบลลิ่นถิ่น ซึ่งแต่เดิมชุมชนบ้านลิ่นถิ่น เป็นหมู่บ้านของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่อยู่อาศัยมาแต่ดั้งเดิม โดยชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเลี้ยงช้าง และปลูกข้าว เนื่องจากบริเวณนี้มีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และมีแม่น้ำแควน้อยไหลผ่าน ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมเมื่อมีคนจากต่างถิ่นอพยพเข้ามาอาศัยเพิ่มขึ้น

น้ำพุร้อนลิ่นถิ่น เป็นน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นในบริเวณริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย โดยมีน้ำพุร้อนกระจายทั่วบริเวณริมน้ำ และในลำน้ำ จากผลงานวิจัย (นิพล เชื้อเมืองพาน และคณะ 2557) พบว่าเป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่เกิดจากการแทรกดันของน้ำขึ้นมาตามแนวรอยเลื่อนด่านเจดีย์สามองค์ซึ่งวางตัวในแนวเดียวกันกับแม่น้ำแควน้อย น้ำร้อนที่แทรกดันขึ้นมาตามแนวรอยแตกของหินผุดบริเวณกลางแม่น้ำแควน้อย เป็นน้ำพุร้อนที่มีอัตราการเกิดที่สม่ำเสมอ โดยมีอัตราการเกิดประมาณ 1.2 ลิตรต่อวินาที อุณหภูมิของน้ำพุร้อนอยู่ที่ 48 องศาเซลเซียส

ในอดีตจากการสำรวจ ใน พ.ศ. 2555 พบว่า สภาพทั่วไปบริเวณน้ำพุร้อน เป็นธารน้ำขนาดใหญ่ ใกล้ริมตลิ่ง ซึ่งบริเวณริมฝั่งมีกอไม้ไผ่ขนาดใหญ่ให้ความร่มรื่น และเป็นแหล่งพักผ่อนสำหรับชาวบ้านในชุมชน บริเวณตลิ่งมีการทำเขื่อนเพื่อป้องกันการพังทลายของริมฝั่ง ปรับพื้นที่ให้เป็นที่จอดรถ แต่ยังไม่มีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ดังนั้น แหล่งน้ำพุร้อนลิ่นถิ่นจึงเป็นแหล่งพักผ่อนของคนในพื้นที่เท่านั้น

ต่อมา เทศบาลตำบลลิ่นถิ่น ได้มีการปรับภูมิทัศน์และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อน และเปิดให้บริการแก่คนทั่วไปใน พ.ศ. 2561 ด้วยระยะเวลาเพียงไม่นานก็ได้รับความนิยม จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเป็นสถานที่ศึกษาดูงานของหน่วยงานอื่น กรณีน้ำพุร้อนลิ่นถิ่นนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทศบาลลิ่นถิ่น ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจและสังคมให้กับประชาชนในท้องถิ่น

อ้างอิง
นิพล เชื้อเมืองพาน และคณะ. (2557). รายงานฉบับสมบูรณ์ การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวแหล่งน้ำพุร้อนในภาคตะวันตกของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

น้ำพุร้อนลิ่นถิ่น. (2562). สืบค้นจาก https://bit.ly/2lVJrtz

 

188 total views, 1 views today