มาเรียนรู้ให้ไว แค่ใน 20 ชั่วโมงกันเถอะ! (Learn anything fast in just 20 Hrs)

ถ้าวันดีคืนดี หรือ อาจเป็นวันดีคืนร้ายก็ได้ ที่จู่ๆเจ้านาย
ก็เสนอโอกาสให้คนในทีมของเราได้ทำงานใหญ่ ได้ทำงานโปรเจ็คใหม่ที่สำคัญ
เป็นการไปทำงานร่วมกับต่างชาติ ได้ไปต่างประเทศด้วย เป็นโปรเจ็คที่ใครๆ ในที่ทำงานก็อยากจะไป ทุกคนในทีม รวมทั้งตัวเราก็รู้ดีว่า…หากใครที่ทำโปรเจ็คนี้ได้สำเร็จ จะได้ทั้งเงินเดือนและโบนัสเพิ่มปลายปี แถมดีไม่ดี น่าจะได้เลื่อนตำแหน่งอีกด้วย 
แต่แน่นอนว่า…ไม่ได้ให้ทุกคนไป จะมีแค่คนที่ผ่านเงื่อนไขของบริษัทเท่านั้นที่จะได้ร่วมโปรเจ็คใหญ่นี้


ตัวเราเองถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวเต็ง ที่จะได้เข้าร่วมงานนี้ เสียดายที่…มีอุปสรรคแค่อย่างเดียวที่ขวางกั้นเรากับโอกาสดีๆนี่ไว้ ก็คือ เราดันเป็นคนนำเสนองานไม่เก่ง power point ที่ใช้พรีเซนต์งานก็ทำไม่ค่อยเป็น แถมพูดต่อหน้าคนเยอะๆทีไร เหงื่อไหล ปากคอสั่น ลิ้นไก่สั้นขึ้นมากทุกที

 พูดง่ายๆคือ เรารู้ดีว่าตัวเองขาดทักษะในการนำเสนอ  แต่เราก็อยากเข้าร่วมโปรเจ็คนี้มาก….
แถมมีเวลาอีกแค่ 10 วันเท่านั้น  ที่เจ้านายจะให้เรากับเพื่อนที่เป็นตัวเต็งคนอื่น ได้ลองนำเสนองานให้ฟัง…
ถ้าเป็นเรา เราจะทำยังไงต่อดีค่ะ?….จะถอดใจ  หรือว่า…ลองไปเสี่ยงดวงดูดี

 

ถ้ามาถามคำแนะนำจาก อ.ก้อย ก็จะบอกว่า…ไม่ต้องทำทั้ง 2 แบบ!

ไม่ต้องทั้งถอดใจ และ ไม่ต้องทั้งไปเสี่ยงเอา เพียงเพราะเรามีเวลาเหลือน้อย

ทำไมน่ะเหรอค่ะ? ก็เพราะ….ทักษะ มันแปลว่า เรามีเราสร้างมันขึ้นมาได้จากการฝึก

แน่นอน บางคนอาจจะคิดหรือเถียงว่า…จะฝึกทักษะอะไรมันก็ต้องใช้เวลาทั้งนั้น 
ถ้าเป็นเมื่อก่อน อาจารย์ก็คงเห็นด้วย แต่ตอนนี้ มีข่าวดีมากๆ เลย สำหรับคนที่อยู่ในภาวะคับขัน
ต้องการทำงาน ต้องการทำอะไรบางอย่างให้เป็นให้เก่งขึ้นแบบด่วนๆ ก็คือว่า…
ทุกวันนี้ มันมีวิธีที่ทำให้เราเรียนรู้และฝึกทักษะอะไรก็ได้แค่ใน 20 ชั่วโมงแล้วค่า! เย้…

 

ตัว อ.ก้อยเอง ก็เคยเจอกับสถานการณ์คล้ายๆแบบนี้

เพราะงั้น พอก้อยได้อ่านเจอแนวคิดของจอร์ช คอฟแมน(Josh Kaufman)
จากหนังสือขายดี best seller ระดับโลกอย่าง
“The First 20 hrs…How to Learn Anything Fast ” ของ Josh Koffman
ก้อยถึงกับ ร้อง “ว้าวๆๆ โอ้ พระเจ้าจอร์ช มันยอดมาก! “ (อาจดูเว่อร์…แต่จริงนะเออ!)
ก็เพราะว่า มันตอบโจทย์ มันช่วยให้เราทำอะไรบางอย่าง ที่เรายังไม่เคยทำ ทำไม่เป็น ทำยังไม่เก่ง ได้จริงๆ ยังไงล่ะค่ะ

อ.ก้อยเองเคยได้ลองทำตามแล้วก็ได้ผลด้วยล่ะ

เลยต้องนำเทคนิคเคล็ดลับจากจอร์ช มาบอกต่อ
โดยขอสรุป เคล็ดลับ 4 ขั้น เพื่อจับความรู้+ ทักษะไว้กับตัว อย่ามัวรอช้า  
ใช้เวลาแค่ 20 ชั่วโมงก็ทำได้ ตามนี้เลยค่า

ขั้นแรก :พุ่งเป้าให้ตรงใจ จะฝึกเรื่องไหนเอาให้มันชัด

 ( Deconstruct & Focus the Skills)
ขั้นแรกนี้ ก็คือ เมื่อเราสนใจว่าเราอยากลองเรียนรู้ด้านไหนแล้ว
เราก็เลือก+แยกแยะทักษะย่อยๆ ที่เราต้องใช้ และแน่ใจว่าสำคัญ
แล้วเราก็ต้องเตรียมตัวหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เราอยากรู้ไว้ให้พร้อม
อย่าทำหน่อมแน้ม ฝึกไปอย่างสะเปะสะปะ ให้เปลืองเวลา

อย่างถ้าเราอยากเรียนรู้ “การนำเสนองานให้มีประสิทธิภาพ”
เราก็ต้องแยกแยะทักษะสำคัญๆ อย่าง

ต้องจับประเด็นสำคัญที่จะนำเสนอให้ได้
ต้องพูดจาให้กระชับ อธิบายให้รู้เรื่อง
ต้องทำสื่อที่ใช้ประกอบการนำเสนอให้น่าสนใจ อะไรประมาณนี้


หรือถ้าอย่างเราสนใจด้านอื่น อยากเรียนรู้ “ทักษะการเป็นนักร้อง”
เราก็ต้องแยกแยะทักษะสำคัญๆ อย่าง

ต้องร้องเพลงถูกโน๊ตถูกจังหวะ
ต้องมีทักษะควบคุมลมหายใจ
ต้องวางหน้าตาท่าทางยังไงให้โดนใจผู้ชม อะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ
แล้วก็เริ่มโฟกัส เตรียมตัวเอาไว้ว่าเราจะฝึกทักษะพวกนี้ ยังไงดีน้า

ขั้น 2:ทดสอบให้เข้าใจว่า…”เราเรียนรู้แบบไหน? ถึงโดนใจกว่า″
(Learn to know what right or wrong)

ต้องถือว่าเราโชคดีที่เกิดมาเป็นหนุ่มสาวในยุคนี้
ยุคที่มีเทคโนโลยีต่างๆมากมาย มีสื่อ มีข้อมูลฟรีๆเพื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย สำหรับในขั้นนี้ ก็คือ หลังจากเตรียมข้อมูลแล้วว่าทักษะอะไรที่เราต้องเรียนรู้แล้ว เราก็ลองค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

แล้วก็ลองเรียนรู้ดู จากสื่อและข้อมูลต่างๆที่เราเองสะดวกและเข้าถึงได้

เช่น เรียนจากหนังสือ, วิดีโอสอน online, ไปลองเข้า class อบรม
หรือไปทำอะไรๆ ที่ทำให้เราพอจะรู้ว่า เราจะเรียนรู้แบบไหนดี
จะฝึกฝนยังไงต่อไปดี ให้มันพอดี+มีสุข สนุกกับตัวเรา
เช่น จะเรียนทำขนม เรานิยม+ถนัดเรียนรู้จากคุณครูในชั้น
หรือว่า สนุกกับการเรียนมันอยู่บ้าน ผ่าน Youtube กันนะ


อย่างตัวก้อยนี่ ตอนจะฝึกภาษาอังกฤษให้เก่งขึ้นไวๆ  สุดท้าย มารู้ว่า ตัวเองเรียนรู้ได้ดีจากการดูหนังฝรั่งที่ชอบ
และมีพระเอกหล่อๆเป็นแรงบันดาลใจ  แล้วเชื่อไหมคะว่า มีรุ่นน้องสาวๆของก้อยหลายคน
ก็ฝึกภาษาเกาหลีได้เก่งไว๊ไวอย่างน่าอัศจรรย์ เพราะความหลงรักหลงใหลในโอปป้า
แล้วก็พบว่า…ตัวเองเรียนภาษาผ่านสารพัดซีรีย์ได้ดีเช่นกัน


สรุปง่ายๆ คือ เมื่อลองถึงขั้นนี้ ตัวเราเอง ก็จะเริ่มรู้ว่า “เรียนรู้แบบไหนดี แบบไหนแย่”
ถ้าแบบไหนดี ก็แค่ทำต่อ แต่แบบไหนทำให้ท้อ ก็หยุดมันซะ แล้วหาไปจนเจอว่าการเรียนรู้แบบไหน ที่ใช่และตรงใจ จนทำให้เราอยากเรียน อยากฝึกต่อนั่นเอง (Doing right = keep doing it / Doing wrong = stop it)

 

ขั้น3 :  อะไรกวนใจ…เอามันออกไปซะ
(Remove Practice Barriers
)
ในขั้นนี้ ขอเตือนพวกเรา เอาไว้เลยว่า…
คนเราตอนทำอะไรใหม่ๆ มันจะมีข้อด้อย มีเรื่องคอยทำให้น้อยใจ
มีความผิดพลาดจากการลองทำกันทั้งนั้น
เพราะงั้น จงออกไปให้ห่างจากผู้หวังดีประสงค์ร้าย
รวมทั้ง ไปให้ไกลๆ จากสิ่งก่อกวนใจทั้งหลาย อย่าง social network
หรือ อะไรก็ตามที่จะทำให้เราเปลืองเวลา
หรือว่า เรื่องที่จะทำให้เราหมดแรงใจไปง่ายๆ
อย่างคำนินทา คำสบประมาท ของใครต่อใคร ที่ไม่เข้าใจสิ่งที่เราทำอยู่
ข้อนี้ สำคัญจริงๆ นะคะ ก้อยกล้าพูดเลย
ในส่วนตัวก้อย ใช้คาถา “อยากอยู่เงียบๆคนเดียว”

และ การหา “ชั่วโมงต้องมนต์” เอาไว้

สำหรับใช้ในการฝึกทักษะหรือ เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ในขั้นนี้ค่า
(ใครจะทำอะไรในชั่วโมงนี้ จะมีละครเรตติ้งดีๆ อย่างนาคี บุพเพสันนิวาส หรือ กรงกรรม ก็ช่างมัน…เราขอสะสมกรรมดี ขอมีทักษะที่ต้องการไว้ก่อน ส่วนละคร ไว้คอยย้อนดูวันหลังก็ได้เนอะ )

ขั้น 4 :  ฝึกจริง ทำจริงในสิ่งที่เลือกให้ได้อย่างน้อย 20 ชั่วโมง!

          (Practice seriously at least 20 hours!)

ขั้นนี้คือ “หัวใจ” จองเคล็ดวิชาเรียนรู้ไว๊ไว
คือการทำมันไปให้ต่อเนื่องอย่างน้อยๆ 20 ชม.
และเป็นคำตอบสุดท้าย ของความสำเร็จทุกอย่างบนโลก
คือการ “ลงมือทำ สำคัญที่สุด”

ซึ่ง Josh ได้ทดลองกับตัวเค้าเอง และผองเพื่อน
แล้วพบว่า ถ้าเราเริ่มจาก 0 คือ ทำอะไรไม่เป็นเล้ย ไม่รู้เรื่องๆนี้ซักกะติ๊ด
แต่เมื่อเตรียมข้อมูล และยินดีจะฝึกฝน ลองผิดลองถูก
ฝึกไปอย่างจริงๆจังๆ ให้ได้ซัก 20 ชม.
จากที่ทำไม่ได้แม้แต่น้อย เราก็จะค่อยๆทำเป็น
เริ่มเห็นชัดว่าเรานี้ก็ “ทำได้”  และจะได้คำตอบว่า
เรื่องนี้เราจะทำต่อไปดีรึไม่ +ไหวรึป่าว? (การตอบโจทย์ข้อนี้ได้เนี่ย…ก้อยว่า…มันเลิศอ่ะ)

อย่างตัวก้อยเองนี่ บอกเลยว่า ที่สร้างแฟน Facebook fanpage :Greater You by Dr.Koi จาก 0 Like จนถึงกว่า 100,000 Like ได้ในปัจจุบัน ก็เพราะได้ลองทำผ่าน 20 ชม.นี่ล่ะค่ะ
(ว่าแล้วผู้อ่านที่น่ารักทุกคน ไปช่วยกดไลค์ กดติดตาม อ.ก้อยด้วยนะค้า
ทางhttps://www.facebook.com/DoctorKoi/ ขอแอบ PR นิดนึง อิอิอิ)


ค่ะ…และนี่ก็คือ เคล็ดลับยอดวิชา 4 กระบวนท่า
เพื่อการเรียนรู้วิชา+ทักษะอะไรก็ตาม ให้ได้ง่ายและเร็วขึ้น
ที่่ก้อยเห็นว่าดี และตัวเองนี้ลองแล้ว ก็ได้ผลนะ

เคล็ดลับส่วนตัวอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งนอกเหนือจากของ Josh ก็คือ….

การฝึกครั้งนี้ มันเหมือนเป็นงานที่ท้าทายตัวเองอย่างนึงเลย

เพราะงั้น เราก็ควรมีสิ่งจูงใจ มีรางวัลมาล่อใจตัวเองด้วย

ว่า…เมื่อทำสำเร็จ….ก็ต้องให้รางวัลและฉลองชัยชนะเล็กนี้ๆให้ตัวเราด้วย

(ซึ่งในส่วนนี้ก้อย เป็นอะไรที่ก้อยชอบมาก…และพอแนะนำใครไป ทุกคนก็ชอบกันหมดเลย ฮ่าฮ่า )
พอได้ใช้เคล็ดลับนี้แล้วมันดี มันเวิร์ค ก็เลยต้องเอามาบอกต่อ เพราะก้อยว่ามันเป็นประโยชน์มากมาย
และใช้ได้ดี๊ดี กับหมู่เฮายุคนี้ ที่มีชีวิตยุ่งเหยิงวุ่นวาย มีอะไรต่อมิอะไร คอยดึงเวลาออกจากชีวิตเราเต็มไปหมด

เหนือสิ่งอื่นใดเลยนะคะ คือ ก้อยพิสูจน์แล้วว่า… แค่ลองทำอะไรใหม่ๆ ให้ได้ซัก 20 ชม. เนี่ย
มันประมาณว่า…เราแค่เปลี่ยนจากการดูละครหลังข่าว
นั่งเม้าท์มอยกับเพื่อน เดินเลื่อนลอยตามห้าง นั่งว่างๆ อ่านกระทู้
หรือ แอบส่องดูเฟซชาวบ้าน ประมาณ 20 ครั้งเอง  (ค่าเฉลี่ยคราวละ 1 ชม. เนอะ)
คิดดูซิค่ะ…ว่าถ้าเราได้ทักษะ หรืองานอะไรใหม่ๆ เลิศๆ
ที่ช่วยเปิดทางสร้างอนาคตและความฝันมาแทนเรื่องอะไรพวกนั้น มันแสนคุ้มค่า น่าลองทำตามดูขนาดไหน?

เพราะงั้นถ้าใครมีความฝัน แล้วยังไม่ได้เริ่มลงมือทำมันซะที
แถมไม่ค่อยแน่ใจว่า จะมีวิธีเริ่มต้นสร้างฝันมันยังไง
ก้อยแนะนำให้ลองมาใช้วิธีนี้ ที่ใช้แค่ 20 ชม. ที่ยังไง เราทุกคนก็มีเวลานี้ได้อยู่แล้ว ให้เป็นจุดเริ่มต้นง่ายๆ
ที่ทั้ง nice and easy จริงๆนะเออ กันเถอะ

29 total views, 1 views today