Knowing 5 Einstein’s secrets: How to maximize your memory 300%

มามะ มาเรียนรู้เทคนิค 5 ขั้น ปั้นความจำเพิ่ม 300%แบบไอน์สไตน์เราเองก็ทำได้!

มีใครเบื่อบ้างรึเปล่าคะ? กับการ…เรียนมาก็ตั้งเยอะ แต่พอเจอะเรื่องที่ต้องใช้ ดันตอบไม่ได้…ลืมซะงั้น!!!หรือ เราดันพลาดโอกาส สร้างความประทับใจ เพราะดันจำชื่อคนที่เราเพิ่งเจอกันไปไม่ได้!
อยากพรีเซ้นต์งานให้ดีๆ แต่เนื้อหามีเยอะจะตาย จำไม่ได้…โอ๊ย…เครียด!!

 

แล้วถ้ามีรุ่นน้องซักคน มาถามเราว่า…

“พี่ค่ะ  การมีความจำดีๆ นี่มันสำคัญกับชีวิตเราจริงหรือเปล่าค่ะ?”

เป็นคุณ  คุณจะตอบรุ่นน้องคนนั้นว่ายังไงดีค่ะ?

สำหรับตัวอาจารย์เอง  อาจารย์ตอบได้อย่างมั่นใจเลย ว่า…

“ก็ใช่ซิจ๊ะ จากประสบการณ์ของพี่นะ คนเราเติบโตมาได้ รอดตายมาได้ ก็จากการเรียนรู้ล้วนๆ

เพราะงั้น ถ้าเรามีความจำที่ดีๆ ก็ทำให้เราเรียนรู้ จดจำ อะไรได้ง่ายๆ อย่างที่ใจต้องการ

และ มันก็เลยทำให้เรามีชีวิตที่สำเร็จได้ไวกว่า คนที่มีความจำแย่ๆ เรื่องนี้มันก็แหง อยู่แล้ว”

(สรรพสัตว์ทั้งหลาย อาจรอดตายได้ด้วยสัญชาติญาณ แต่นั่น มันไม่ใช่วิถีชีวิตของคนเราค่ะ)

 

ลองนึกดูซิค่ะ ว่า…คุณๆ เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างหรือเปล่า? ที่…

ต้องรีบออกจากบ้าน เพราะจะไปทำงานสายอยู่แล้ว แต่ดันนึกไม่ออกว่า ไปวางซองเอกสารสำคัญไว้ไหน

(สุดท้ายเลยมัวแต่เสียเวลาหา โดนเจ้านายด่า เสียทั้งเวลา และเสียความน่าเชื่อถือไปพร้อมกัน)

ต้องเข้าไปทักทายลูกค้าคนสำคัญ แต่อยู่ๆ ดัน นึกชื่อของลูกค้าไม่ออก ไม่รู้จะทักเค้าว่ายังไงดี

ต้องขึ้นไปพรีเซ้นต์งานเรื่องสำคัญ  อุตส่าห์ท่องมาทั้งวัน แต่ทำยังไง๊ ยังไง มันก็ยังจำไม่ได้

ต้องเข้าไปสอบ และต้องสอบให้ผ่าน แต่ยิ่งคิดยิ่งนึกไม่ออก ทำได้แค่นั่งกรอกตาเลื่อนลอย

 

เพราะงั้น แม้ทุกวันนี้ เราจะมีอุปกรณ์เทคโนโลยีช่วยจำมากมาย

แต่ มันก็ยังเป็นความจริงอยู่ ที่ว่า…“ถ้าความจำเราดีกว่า ชีวิตก็รุ่งง่ายกว่า” 

เชื่อมั้ยค่ะ? ว่า…ปัญหาพวกนี้ ที่ทำให้ชีวิตเราแย่ แน่นอนว่า มันจะหายไปได้!

ถ้าเพียงเรา “มีความจำดี อย่างที่เราต้องการ” ค่ะ

 

ดังนั้น หนึ่งในเทคนิคการเรียนรู้ให้ไว ที่ยังไงเราก็ต้องมี เอาเคล็ดลับนี้ ไปใช้เลยค่า กับ
“เทคนิคการเพิ่มความจำ 300% ให้จำได้จำดี
จำได้ทั้งปี มีความจำ 3 เท่าแบบไอน์สไตน์” (เริ่ดเลิศอ่ะ)

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Einstein) นักคิดชื่อดังก้องโลก กล่าวไว้ว่า  “จินตนาการสำคัญกว่าความฉลาด
Imagination is more important than intelligence”




หลักการนี้ได้ผ่านบทพิสูจน์มานับครั้ง ไม่ถ้วน
“รอน ไวท์” แชมเปี้ยนความจำของโลก (World Memory Champion) 2 สมัย
ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ท้าพิสูจน์แนวคิดนี้ของไอน์สไตน์ ผ่านชีวิตจริง

ขณะที่ “รอน ไวท์” (Ron White) วัย 18 ใช้ชีวิตแบบนักศึกษาทั่วไป
อยู่ในมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร แห่งหนึ่งในรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา
“รอน” เป็นผู้ชายเดินดิน กินเบอร์เกอร์
ถ้าเจอก็จะรู้ว่าเป็นคนเบเบ (เอ่อ…มาจาก basic อ่ะคะ)
มีผลการเรียนแบบธรรมด๊าธรรมดา ค่อนไปทางเรียนห่วย ด้วยซ้ำไป
แต่ว่า เขานั้นมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ และมีเป้าหมายไว้นานแล้วว่า
วันหนึ่งจะมีความจำ มีหัวสมองล้ำเลิศให้ได้แบบไอน์สไตน์
หนึ่งใน idol ด้านความฉลาดล้ำค้ำโลก!
(แรงจูงใจเบื้องหลัง ไว้ไปฟังรอนเล่าเอาเองแล้วกันเนอะ)

รอนเล่าว่าตอนแรกๆที่ได้ยินข่าวว่ามีการเปิดอบรม
เรื่องการทำยังไง ให้มีความจำดีมีสมองแบบ “ไอน์สไตน์”
รอนยังไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่ตอนนั้นตกงาน
เจ้าของ บ.จัดฝึกอบรม อยากได้คนมาช่วยงานพอดี
รอนก็เลยไม่ยอมละทิ้งโอกาสดีๆ ที่มีเข้ามา
รีบไปสมัครงานทันที (จริงๆ คงเพราะอยากมีตังค์ใช้ 555)
แต่ซักพักเขาก็สังเกตได้ว่า การอบรมนี้มันเวิร์คอ่ะ
หลักสูตรนี้ เพิ่มความจำให้คนทั่วไปได้จริงๆ ไม่อิงนิยาย ไม่ใช่เรื่องเว่อร์
รอนก็รีบสมัครเข้าไปร่วมสัมมนา ทั้งยังเริ่มฝึกฝนอย่างจริงจังทันทีด้วย

จากวันนั้น จนวันนี้ ( 20 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก)
“รอน ไวท์” ได้กลายเป็นคนเก่งคนดัง
กลายเป็นที่รู้จัก ทั้งในบ้านเกิด และเป็นที่รู้จักของผู้คนมากมายในอีกหลายประเทศ
ในฐานะ “ผู้ที่มีความจำยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของโลก!”
มีตำแหน่งการันตี ได้เป็นถึง World Champion
ด้านความจำดี 2 ปีซ้อน (2009-2010)
จากคนธรรมด๊า ธรรมดา แต่ว่ากล้าไล่ล่า คว้าความฝัน
ทุกวันนี้ “รอน” กลายเป็นวิทยากรชื่อดัง
ด้านการทำยังไงให้มีความจำเพิ่มมากขึ้นได้ (memory maximizing expert)
ใครมาผ่านมือรอน อย่างน้อยๆจะมีความจำเพิ่มขึ้นได้อีก 3 เท่า
ด้วยเพราะมีสุดยอดเคล็ดวิชา การพัฒนาความคิดแบบไอน์สไตน์
ที่ทำให้ใครๆ ก็อยากฝากตัวเป็นศิษย์

“รอน” บอกกับทุกคนและลูกศิษฐ์ลูกหา อยู่เสมอว่า
“ทุกคนก็สามารถจำได้จำดี จำได้ทั้งปีแบบไอน์สไตน์ได้
ถ้าเขาทำได้ ท่านทั้งหลายก็ทำได้แน่นอน!”

รอนให้กำลังใจเสมอว่า ขอเพียงรู้วิธี และมีมานะในการฝึก
คนทั่วไปอย่างเราๆ ก็สามารถจำหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย
ได้อย่างง่ายดาย แถมยังจำได้อย่างไวด้วย
เพียงแค่เรารู้จักเทคนิค รู้จักพัฒนาสมอง
จัดระเบียบความคิดและจิตใจในการเพิ่มความจำ

ตอนที่ก้อยไปเข้าสัมมนา
แบบทดสอบแรกที่ “รอน” ใช้ฝึกก้อยและเพื่อนๆ ผู้ที่อยากรู้วิธีมีความจำอันล้ำเลิศกะเค้าบ้าง
ก็คือ ชุดคำง่ายๆ 20 คำ คำพวกนี้ คือ
” ฟูจิ ,น้ำแข็ง ,ต้นไม้, จักรยาน, สุนัข ,น้ำ 1 แก้ว
รองเท้า, ทีวี, หมอน, สปริง, เครื่องบิน ,โตเกียว, แมว
หมวกสีดำ, แว่นตา, เสื้อสีน้ำตาล, เช็คมูลค่า 100,000 บาท,
รถคันใหม่, สุนัข และ กรุงเทพ”

เฮ้อ แค่อ่านยังแอบเหนื่อย แต่รอนจะให้จำทั้งหมดอ่ะ
ก็ใช่ คำง่ายๆ แต่ให้ตายเหอะ รอน! มันเยอะนะ เนียนะ
(จริงๆแล้ว รอน สอนพวกเราเป็นภาษาอังกฤษนะคะ)

เพื่อนๆ พี่ๆ หลายคนฟังแล้วก็รู้สึกหงุดหงิด ตะขิดหัวใจ
โห! คำตั้งแยะเยอะ ให้เวลาแค่ 2 นาที ใครจะไปจำได้?
แถมให้จำเอาลอยๆ ห้ามจดไว้ ให้จำจากความทรงจำล้วนๆ แล้วยังต้องจำให้ถูกตำแหน่ง ทุกคำอีกด้วย ถึงจะถือว่าจำได้อ่ะ ทุกคนพากันแอบบ่น แล้วใครมันจะไปจำหมดไหว ถ้าจำได้ ก็ไม่ต้องมาเรียนคอร์สนี้แล้วซิ! (ก็จริงนะ ฮะฮ่ะ)

แต่พอ รอน เฉลย เทคนิคง่ายๆในการจำคำพวกนี้ให้ฟัง เท่านั้นแหละ
พอลองเล่นอีกที ทุกคนก็จำได้กันหมด อย่างไม่น่าเชื่อ (ง่ายดี วุ้ย!)
เทคนิคง่ายๆ ที่ “รอน” บอกว่าเป็นพื้นฐานของการจำ
ก็คือ การผูกคำหรือวลีเหล่านี้ เป็นห่วงโซ่คล้องกัน
ผูกพันสร้างสรรค์ ให้มันกลายเป็นเรื่องราว (make a story)

กรณีนี้ “รอน” ให้ทุกคนลองจินตนาการว่า…
(ลองเล่นตามกันดูก็ดีนะค่ะ ตอนก้อยเรียน รอนให้ทุกคนลุกขึ้นมาทำท่าทางประกอบด้วย
สนุกดีอ่ะ เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กๆ)

เราไปที่ภูเขาฟูจิ ที่นั่นมีน้ำแข็งอยู่บนยอด มีต้นไม้ แล้วก็มีจักรยานจอดอยู่ที่ตีนเขา
ลงจากเขา เราก็เจอสุนัข (ตรงนี้ ก้อยจิ้นไปถึงสนูปปี้)
มันใส่รองเท้าคู่หนึ่ง กำลังถือน้ำอยู่ในมือ 1 แก้ว
นอนดูทีวีอยู่บนหมอนและที่นอนสปริง
จากนั้น สุนัขก็ขึ้นเครื่องบินไปโตเกียว เจอแมว (ไม่รู้ทำไม ก้อยคิดไปถึงโดเรม่อน)
ใส่หมวกสีดำ ใส่แว่นตา ใส่เสื้อสีน้ำตาล ในมือมีเช็คมูลค่า 100,000 บาท
เตรียมไว้สำหรับซื้อรถคันใหม่
แล้วก็ไปเจอเพื่อนสุนัขอีกตัว (ก้อยคิดถึงกูฟฟี่ เพื่อนซี้ของมิคกี้ เมาส์)
ก่อนจะพากัน บินกลับมากรุงเทพ

เท่านี้ทุกคนก็สามารถที่จะจำคำต่างๆ 20 คำที่บอกไปได้ทั้งหมด!
เป็นเทคนิคง๊ายง่าย แต่เพิ่มความจำได้อย่างน่าอเมซิ่ง จริงๆ นะเออ
(ฟังดูง๊ายง่าย แต่ก่อนหน้านั้น ทำไมจำให้หมดไม่ได้ก็ไม่รู้ จนกระทั่งได้รู้เทคนิค 555)

ตอนสัมมนา รอนยังมีเกมส์เพิ่มความจำอีกมากมาย มาให้เล่นกันอย่างหนุกหนาน

เรียนๆเล่นๆกันไปซักพัก ในที่สุด “รอน” ก็เปิดเผย สุดยอดเคล็ดลับในการจำ 5 ขั้นตอนง่ายๆ
ที่คนทั่วไปไม่เคยได้รู้! นั่นก็คือ…

1. ใส่ใจในจุดที่จะจำ (Focus)
เราต้องโฟกัสสิ่งที่ต้องการจดจำให้ชัดเจนว่า คืออะไร?
ว่าเรื่องนั้นๆ มีความโดดเด่น มี keyword สำคัญอยู่ตรงไหน
ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้พลังของการจดจำมีประสิทธิภาพสูงสุดเลย

ข้อนี้ รอน ยังเล่าให้ฟังอีกว่า
จากประสบการณ์ตรงของเขา การที่คนเรามักจำอะไรไม่ค่อยได้
จริงๆ ไม่ใช่ว่าความจำหรือสมองไม่ดีหรอก แต่มักไม่มีโฟกัสที่ชัดเจน ตอนกำลังจะจำมากกว่า
ผลก็คือ คนเราเลย มักจะลืมว่า วางของนั้นนี่ไว้ที่ไหน?
คนนี้ คือใครอ่ะ? หน้าคุ้นๆแต่ดันลืมชื่อ
เมื่อกี้จะพูดอะไรหว่า? ติดอยู่ที่ปากเนี้ย ตอนนี้ดันลืม

รอน บอกว่าทั้งหมดทั้งปวงนี่ ก็เพราะตอนที่จะจำ
เรามัวทำอย่างอื่นๆไปด้วย ไม่ยอมใส่ใจ
ไม่ไปโฟกัสว่าจริงๆเราต้องการจำอะไรกันแน่
อันนี้ สารภาพเลย ก้อยก็เป็นอย่างที่รอนบอกเป๊ะ
บางทีมัวแต่เม้าท์ พอมีอีกคนมาแนะนำตัว ไม่ได้โฟกัส
ทิ้งไว้ไม่ทันไร ก้อยเลยลืมชื่อเพื่อนหรือคนที่เพิ่งจะรู้จักไปซะงั้น

2. ทำแฟ้มบันทึก (Files)
การสร้างไฟล์ (files)ในสมอง นี่ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ละเลยไม่ได้

รอนบอกเลยว่า หากคุณต้องการเรียกคืนไฟล์งาน
หรือ ข้อมูลเอกสารต่างๆ จากคอมพิวเตอร์กลับมาใช้อีก
คุณก็จะต้องบันทึกโฟลเดอร์หรือไฟล์งานนั้นไว้เพื่อเรียกใช้มันได้ในภายหลัง
ความจำในสมองของคุณๆก็เช่นกัน มันมีกลไกการทำงานที่คล้ายๆกันนั่นแหละ

ดังนั้น เพื่อให้สามารถเรียกข้อมูลกลับมาใช้ได้ ในระยะเวลาที่ต้องการ
แม้ว่าเรื่องนั้นจะผ่านไปค่อนข้างนานแล้ว ทุกคนจำเป็นต้องบริหารจัดการความทรงจำ
และจัดเก็บข้อมูลไว้ในตู้เก็บไฟล์แห่งความทรงจำอย่างมีระบบและมีระเบียบ
เพื่อเวลาเรียกใช้ จะได้ทำได้ง่าย และไวขึ้น
อีกทั้ง หากมีการฝึกฝนสร้าง และจัดไฟล์ในสมองกันบ่อยๆ
รอนบอกว่า จะไปได้ถึงขั้นเรียกความจำกลับมาใช้งานได้ง่ายๆ
เหมือนกับการคลิกเรียกไฟล์ขึ้นมาจากเครื่องคอมฯกันเลยทีเดียว
(รอน ทำได้และทำมาแล้วตอนไปแข่ง World memory championship นั่นไง)

รอน ยังย้ำด้วยว่า ไม่ต้องห่วง ว่าคุณจะมีพื้นที่ไว้เก็บบันทึกไฟล์ความจำไม่พอ
เพราะคนส่วนใหญ่ 99.99% ใช้พื้นที่ในสมองได้ยังไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ
(สงสัย ก้อยก็คงเป็นหนึ่งในนั้นด้วย 555)
เพราะงั้น พี้นที่ว่างในสมองยังเหลืออีกเยอะแยะมากมาย
จะสร้างไฟล์อะไรขึ้นมาไว้จำ ก็ทำไปเถอะ
แถมยังจะช่วยให้สมองได้ใช้งาน ไม่เสื่อมไปง่ายๆด้วย

3. ฝึกสร้างภาษาภาพ (Pictures)
ข้อนี้ รอน ให้นึกถึงว่า ตาของเราเป็นเหมือนกล้องถ่ายรูป และสมองคนเราเหมือนกล้องวิดีโอ
เพราะงั้น ให้เราฝึกรับรู้อะไรต่อมิอะไรเป็นภาพ แทนการจำเป็นคำหรือประโยค
เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ
ทุกคนจำเป็นต้องจินตนาการสิ่งที่ต้องการจำให้เป็นภาพที่คุ้นเคย
หรือภาพที่สะดุดตา พูดง่ายๆ อะไรก็ตามที่ต้องการจดจำ
เราจะต้องแปลงให้มันอยู่ในรูปแบบของภาษาภาพก่อนเสมอ
เช่น จะจำคำว่า การทำงานเป็นทีม (teamwork)
ให้ จำเป็นภาพคน 2-3 คนกำลังสุมหัว ร่วมด้วยช่วยกัน ทำงานอะไรอยู่อย่างตั้งใจ

และนี่คืออีกคำอธิบาย ที่ตอบได้ว่าทำไม๊ ทำไม
คนส่วนใหญ่ถึงมักจะจดจำหน้าตาของผู้คนได้ แต่ชอบลืมชื่อคนพวกนั้นไป ในเวลาไม่นาน
เอ๊ะ คุ้นๆหน้า ว่าแต่ชื่อไรอ่า นึกไม่ออก อารมณ์ประมาณนี้อ่ะคะ
นั่นก็เพราะ ทุกคนมองเห็นภาพหน้าคน
แต่มองไม่เห็นชื่อของคนคนนั้น
(ถ้ามีชื่อคนที่เราเจอ ลอยออกมาด้วย เราคงมีญาณพิเศษ อะไรบางอย่าง 555)
เวลาเจอหน้ากันอีกครั้ง จึงรู้สึกคุ้นตากับภาพใบหน้า แต่ว่าจำชื่อไม่ได้
การจำเป็นภาพก็ใช้หลักการเดียวกัน กับการจำหน้าคนนั่นแหละค่ะ

ดังนั้นหากคุณต้องการจดจำบทกวี ตัวเลข ที่อยู่
ข้อมูลจากชั้นเรียน ข้อความในหนังสือ หรืออะไรก็ตาม
จะต้องหาทางแปลงสิ่งเหล่านั้นให้เป็นภาพเสียก่อน
เพื่อให้สมองมองเห็นและจึงจดจำมันไว้ได้ดี และได้นาน

  1. ติดตรึง ให้ซาบซึ้งใจ (Glue)
    ข้อนี้เป็นเทคนิค ที่ก้อยเพิ่งรู้จริงๆ
    รู้แล้วจะร้อง อ๋อ! มิน่าคนเรา จึงมีอาการ “อยากลืมกลับจำ อยากจำกลับลืม” อยู่ตลอดๆ
    เพราะการจะจดจำบางสิ่งบางอย่าง
    สิ่งนั้นต้องมีความโดดเด่นเพียงพอที่จะติดตรึงอยู่ในความทรงจำ
    กระทบกับความรู้สึกของตัวเองเข้าอย่างจัง แล้วมันจะฝังเข้าไปในหัวเอง

    พูดง่ายๆ “ความทรงจำ” ที่มันมีฟิลลิ่ง หรือ ความรู้สึกแรงๆเข้ามาด้วยนั้น
    ยังไง ก็เอาชนะ “ความจำ” แบบแห้งแล้งอารมณ์ ไปแบบขาดลอย
    เลยล่ะค่ะ
    ที่นี้ ถึงได้เข้าใจ “ความจำ” มันไม่ใช่ “ความทรงจำ” อ่ะ
    หนังเรื่อง “ความจำสั้น แต่รักฉันยาว” คงเข้าใจดี เลยเอาเรื่องนี้ไปสร้างหนัง

    รอน ชวนให้คิดต่อว่า หากลองสังเกตช่วงชีวิตที่ผ่านมา
    จะเห็นได้ชัดว่าความจำของเราๆท่านๆ ที่มันติดตรึงอยู่ในความทรงจำ
    มันจะยังจำอยู่ได้ ก็ต่อเมื่อภาพนั้นมีความ เคลื่อนไหว มีความรู้สึก
    หรือมีสิ่งพิเศษบางอย่างมาเชื่อมโยงกับตัวเรา
    และนี่เป็นคำตอบว่าทำไมคุณจึงสามารถนึกถึงรายละเอียดของอุบัติเหตุทางรถยนต์
    เมื่อ 20 ปีก่อนได้อย่างแม่นยำ (อารมณ์กลัวตาย หัวใจจะวายมันพุ่งกระฉูด)
    หรือนึกย้อนถึงเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีก่อนก็ยังได้

    ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่คุณสามารถนึกถึงเหตุการณ์ดีๆ อย่างเช่น
    ตอนที่คุณให้กำเนิดลูก หรือ วันแต่งงาน
    ที่ยังจำได้ ก็มันมีอารมณ์ปริ่มเปรม ปลื้มใจ ปิติจนน้ำตาไหลออกมาเอง

    ดังนั้น ภาพที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อจำ จะต้องเป็นภาพที่ติดตรึงในความทรงจำได้ดี
    ยิ่งจินตนาการจนมัน มีความเคลื่อนไหว ใส่ action
    หรือ ความรู้สึกร่วมด้วย แบบอินมาก แบบนึกถึงของกินสุดโปรด แล้วน้ำลายไหล
    และ หากเป็นภาพที่มีความพิเศษมากๆ ก็จะยิ่งช่วยให้จำได้ดีขึ้น
    ติดตรึงอยู่ในหัวสมอง แบบขี้เกียจจะจำ แต่มันดันไม่ลืม กันเลยที่เดียว

    5. ทบทวนเข้าไว้ จะได้จำนาน (Review)
    รอน บอกข้อนี้ สำคัญสุดๆ (อีกแล้ว)
    การทบทวนสิ่งที่อุตส่าห์บันทึกไว้ในความทรงจำ
    เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่จะทำให้สามารถจำ สิ่งต่างๆ ได้ในระยะยาว

    อย่างเรื่องการจำชื่อจำหน้าคน
    วิธีการง่ายๆ ตื่นเช้าขึ้นมาให้ถามตัวเองว่า เมื่อวานนี้เราได้พบใครบ้าง นึกถึงกิจกรรมที่เราได้ทำร่วมกับพวกเขา (อย่าลืมทำตามข้อ 4นะคะ ยิ่งคิดแบบใส่ฟิลลิ่ง จะยิ่งจำได้)
    เพื่อจะทบทวนรายชื่อของคนที่เราได้พบ
    แล้วดูว่ามีกี่คนที่คุณสามารถจำได้ ตรงนี้ถือเป็นแบบฝึกหัดที่ดีมากเลย
    แถมยังช่วยเพิ่มเติมข้อมูลไปในเมโมรี่ส่วนตัวไปพร้อมๆ กันด้วย

    รอนยังสอนเทคนิคขั้นเทพว่า
    ก่อนเข้าสู่กระบวนการจำ 5 ขั้นตอน ทุกคนจะต้องแบ่งพื้นที่ในสมองออกเป็นห้องๆ แล้วสร้างแฟ้มข้อมูล นำประเด็นต่างๆ มาแปลงให้เป็นรูปภาพที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน
    เช่น สิ่งต่างๆ ภายในบ้าน สถานที่ทำงาน เมืองสำคัญๆ
    หรือรายละเอียดของร่างกาย แล้วให้หมายเลขสิ่งของเหล่านั้นเพื่อช่วยในการจำให้ง่ายขึ้น
    ทักษะเหล่านี้เป็นเรื่องที่พัฒนาได้ เพียงแต่ขอให้ทุกคนต้องมีจินตนาการเข้าช่วย

    รอนบอกเลยว่า “ถ้าอยากจำอะไร ก็สร้างภาพแล้วใส่ทุกอย่างในแฟ้ม ไม่ว่าจะจำ 100 สิ่ง 1,000 อย่าง ไม่ว่าสิ่งที่อยากจำจะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรม ก็ใช้หลักการพื้นฐาน 5 ขั้นตอนเหมือนกัน”
    เราแค่ฝึกฝนในการสร้างสิ่งที่ต้องการจำด้วยรูปภาพหรือหมายเลข
    แทนข้อมูลดิบมากมายที่ไร้อารมณ์ และเยอะจนเราใส่เข้าไปในสมองไม่ไหว
    และหากต้องการจำได้ในระยะยาวจะต้องมีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ
    ผ่านไป 1 สัปดาห์กลับมาทบทวนครั้งหนึ่ง ผ่านไป 1 เดือนกลับมาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง
    แล้ว “ความจำก็จะคงอยู่กับเราตลอดไป” (ever and forever จบอย่าง happy ending จริงๆเลย)

    รอนยังเคยโชว์เทคนิคขั้นเทพข้อนี้ ออกสื่อด้วยนะ
    (มีคนเอาไปใส่ไว้ใน YouTube ด้วยนะ ลองไปหาดู)
    โดย รอนใช้เวลา 20 นาที จำหน้าและชื่อ คนที่เข้าสัมมนาเกือบ 200 คน ได้ถูกเป๊ะๆ !
    ดูแล้วตะลึงมาก อ้าปากค้างเลย ทำได้ไงอ่า ใช่คนป่ะเนี่ย
    แต่รอนบอกเลย ถ้าฝึกตามเขา เดี๋ยวเราก็จะทำได้ (งั้นก็ สู้โว้ย!)

    พอก้อยรู้เคล็ดวิชา 5 ขั้นเทพ ที่แอบเอามาฝาก นั่นคือ
    ” ใส่ใจในจุดที่จะจำ(Focus) ทำแฟ้มบันทึก (File) ฝึกสร้างภาษาภาพ (Picture)
    ติดตรึงให้ซาบซึ้งใจ(Glue) และ ทบทวนเข้าไว้จะได้จำนาน (Review)”
    รวมทั้งยังได้ลองฝึก ตามที่รอนสอนไว้ดูแล้ว
    ก้อยก็ค่อนข้างแน่ใจนะคะ
    ว่าถ้าเราทุกคนฝึกฝน ทำตาม 5 ขั้น ในการเพิ่มความจำ 3 เท่า นี้
    ต่อไปไม่ว่าจะเป็นการสอบ การพูดหน้าห้อง หรือพรีเซนต์งานต่างๆ
    การเรียนภาษา การสร้างความประทับว่าเราจำชื่อใครต่อใครได้
    หรืออะไรต่อมิอะไร ที่ต้องใช้ความจำเป็นพื้นฐาน เราก็จะทำได้อย่างน่าทึ่ง!
    (แต่ย้ำว่าต้องฝึกฝนนะคะ ถ้าเราไม่ใช่คนมีของ ที่อยู่ๆ ความจำจะเพิ่มขึ้นเองได้)

    และนี่เป็นอีกเคล็ดลับง่ายๆ อีกตำรา ในการเพิ่มพื้นที่และความสามารถในการจดจำ ให้กับสมองของทุกๆคน เคล็ดวิชานี้ ก้อยว่าเป็นของดี ที่ทำได้ ฝึกได้จริงๆ
    ก้อยเลยเอามาฝากทุกคนนี่ล่ะค่ะ

    ยังไงก็อยากให้คนธรรมดาอย่างเราๆ มั่นใจได้เลยนะคะ ว่า
    “เราก็สามารถจำดีจำได้แบบไอน์สไตน์
    โดยไม่ต้องอาศัยความมีอัจฉริยภาพอะไรเป็นพิเศษ!”
    นักปราชญ์ก็ยังพากันยืนยัน ว่า พรสวรรค์ไหนจะสู้พรแสวง!
    ดังนั้นเมื่อมีเทคนิคกันแล้ว ก็อย่าลืมเอาไปฝึกฝนกันต่อนะคะ
    (พอทำได้ บอกเลย มันรู้สึกดี๊ ดี เรานี่ ก็ยอดเยี่ยมอ่ะ)

    ก้อยไม่ใช่โยดา แต่ก็ขอให้ “ความจำจงสถิตย์อยู่กับท่าน”
    ให้จำได้ จำดี ตลอดปีตลอดไปเลยนะคะ
    Hope the memories will be with you ^^
    ด้วยรัก จาก ก้อยเอง

(ติดตามเรื่องราวดีๆแบบนี้ได้อีกทาง www.facebook.com/DoctorKoi กันนะคะ)

 


30 total views, 1 views today