ต้นทุนทางการเงิน

ทุกการลงทุนของกิจการไม่ว่าจะเป็นการกู้เงิน หรือการนำเงินมาจากส่วนของเจ้าของมาลงทุน นอกจากดูโอกาสการทำผลกำไรของโครงการ ระยะเวลาคืนทุน ซึ่งมีสิ่งหนึ่งที่ทุกโครงการมีการศึกษาคือ ต้นทุนทางการเงินที่กิจการเลือกใช้ ทั้งต้นทุนของเงินกู้ยืม (Cost of debt) และต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น (Cost of equity) โดยหากเป็นใช้แหล่งเงินทุนทั้งสองแหล่ง ก็ต้องทำการคำนวณหาต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย หรือที่เรียกว่า Weighted Average Cost of Capital : WACC

ประโยชน์สำหรับการคำนวณเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจการเลือกรูปแบบเงินของแหล่งทุน ทราบข้อได้เปรียบเสียเปรียบของแหล่งต้นทุน และนำไปคำนวณเพิ่มเติมถึงความคุ้มค่าของการลงทุน สิ่งที่ผู้บริหารคาดหวังคือการได้ต้นทุนเทางการเงินที่มีตัวเลขต่ำที่สุด

                ต้นทุนเทางการเงิน ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 2 ประเภท คือ ประเภทที่ 1 ต้นทุนจากการเงินกู้ยืม นั่นคือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ส่วนประเภทที่ 2 คือต้นทุนจากเงินทุนของผู้ถือหุ้น  คืออัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล

                ตัวอย่างการคำนวณ:  กิจการมีเงินทุนในการจัดทำโครงการประกอบด้วย 1) เงินกู้จากเจ้าหนี้10 ล้านบาท ที่มีดอกเบี้ย  และ 2) เงินทุนจากผู้ถือหุ้น 10 ล้านบาท ดังนั้นเงินทุนทั้งหมดของกิจการ A คือ เงินกู้จากเจ้าหนี้ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น เท่ากับ 20 ล้านบาท

1) เจ้าหนี้ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (kd) เท่ากับ 10% ต่อปี  แต่เนื่องจากดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืมสามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อนำมาลดภาษีนิติบุคคลได้ ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่แท้จริงจะเท่ากับ

                kd x (1-อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล) โดยประเทศไทยใช้อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับ 20% กรณีนี้อัตราดอกเบี้ยจะเท่ากับ 10% x (1-20%) = 8%

2) ผู้ถือหุ้นต้องการผลตอบแทนจากเงินลงทุน หรือ อัตราผลตอบแทนจากปันผล (ke) เท่ากับ 10% ต่อปี

ดังนั้นต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย = (อัตราส่วนเงินกู้ x อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง) + (อัตราส่วนเงินทุน x อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล)

โดยที่      อัตราส่วนเงินกู้ = เงินกู้ / (เงินกู้ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น)

                อัตราส่วนเงินทุน = เงินทุน / (เงินกู้ + เงินทุนจากผู้ถือหุ้น)

จึงสามารถคำนวณได้ดังนี้

ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย = (10/20 x 8%) + (10/20 x 10%) = 9%  ต่อปี

124 total views, 1 views today