Blog 4 (11-4-63) การวิเคราะห์สินเชื่อ (Credit Analysis)

Blog 4 (11-4-63) การวิเคราะห์สินเชื่อ (Credit Analysis) การวิเคราะห์สินเชื่อ เป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าและประเมินความเป็นไปได้ว่าลูกหนี้จะชำระหนี้ได้หรือไม่ เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้บริหารในการตัดสินใจให้สินเชื่อแก่ลูกค้ารายนั้น 2.1 การรวบรวมข้อมูล แหล่งข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการประเมินคุณภาพของลูกค้าในการให้สินเชื่อ ได้แก่ 1) งบการเงินของลูกค้า ซึ่งนำมาวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญทำให้ทราบถึงความสามารถในการทำกำไร สภาพคล่องทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า 2) ข้อมูลเครดิตจากหน่วยงานที่เก็บรวบรวมไว้แล้ว ซึ่งมักจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับชนิดของธุรกิจที่ดำเนินการ วงเงินที่ให้สินเชื่อ และรูปแบบของการชำระหนี้ 3) ธนาคาร โดยทั่วไปธนาคารจะให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าของธนาคารที่ขอข้อมูลทางเครดิตกับกิจการที่เกี่ยวข้อง 4) ประวัติการชำระหนี้ในอดีตของลูกค้า แหล่งข้อมูลนี้อยู่ภายในกิจการเองซึ่งจัดเก็บข้อมูลการชำระหนี้ของลูกค้าในอดีตไว้ทำให้ทราบประวัติการชำระหนี้ว่าลูกหนี้รายนั้นชำระหนี้รวดเร็วภายในกำหนดหรือไม่ 2.2 การประเมินฐานะเครดิตของลูกค้า การประเมินความสามารถของลูกค้าในการชำระหนี้มักไม่มีสูตรที่กำหนดไว้ แต่โดยทั่วไปจะใช้การประเมินจากปัจจัยพื้นฐาน 5 ประการ ซึ่งเรียกว่า 5 ซี (5 Cs of Credit) ดังนี้ 1) ลักษณะนิสัย (Character) หมายถึง ลักษณะของความซื่อสัตย์และความตั้งใจของลูกหนี้ที่จะชำระภาระผูกหนี้เมื่อถึงกำหนด 2) ความสามารถ (Capacity) หมายถึง ความสามารถของลูกหนี้ที่จะชำระหนี้เมื่อถึงกำหนดโดยมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเพียงพอที่จะชำระได้ 3) เงินทุน (Capital) หมายถึง จำนวนเงินทุนของลูกหนี้ ซึ่งบ่งบอกถึงฐานะการเงินของลูกหนี้ 4) หลักประกัน (Collateral) หมายถึง หลักประกันในการชำระหนี้ ซึ่งมักจะเป็นสินทรัพย์ที่ลูกหนี้ใช้วางเป็นประกันในการขอสินเชื่อ กรณีที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ผู้ขายก็สามารถยึดหลักประกันนั้นแทนการชำระหนี้ 5) ภาวะการณ์ (Conditions) หมายถึง ภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไปที่จะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของลูกค้า ซึ่งอาจส่งเสริมให้ทำการค้าได้ดี หรืออาจเป็นไปในทางลบที่ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจของลูกค้าจนไม่สามารถชำระหนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องประเมินและเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ในการประเมิน 5 Cs of Credit นี้ อาจใช้วิธีการประเมินโดยกำหนดมาตรส่วนประมาณค่า เช่น กำหนดค่าตั้งแต่ 1 ถึง 10 ให้ 1 คะแนน หมายถึง แย่ที่สุด ให้ 10 คะแนน หมายถึง ดีที่สุดโดยประเมินในแต่ละ C แล้วนำมารวมกัน แล้วกำหนดให้ลูกค้าที่มีค่าประเมินรวม 5C แล้ว มากกว่า 30 คะแนนขึ้นไป ถือว่าใช้ได้คือสามารถให้สินเชื่อได้ นโยบายการเรียกเก็บหนี้ (Collection Policy) นโยบายการเรียกเก็บหนี้ เป็นองค์ประกอบสุดท้ายของนโยบายสินเชื่อซึ่งเกี่ยวข้องกับการติดตามทวงถามลูกหนี้ และความพยายามในการเรียกชำระหนี้ การติดตามทวงถามลูกหนี้ จะกระทำตามลำดับโดยทั่วไป ได้ดังนี้ 3.1 การส่งจดหมายเตือนให้ชำระเงิน 3.2 การโทรศัพท์ติดตามทวงหนี้ 3.3 การใช้บริการหน่วยงานที่ทำหน้าที่เก็บหนี้ให้ (Collection agency) 3.4 การส่งใบทวงหนี้โดยทนายความ 3.5 การฟ้องร้องเรียกชำระหนี้ตามกฎหมาย การติดตามทวงหนี้แต่ละวิธีดังกล่าวข้างต้นจะให้ผลที่แตกต่างกัน การใช้นโยบายเก็บหนี้ที่เข้มงวดจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการเรียกเก็บหนี้สูง ซึ่งมีผลดีคือระยะเวลาเก็บหนี้ลดลงและจำนวนหนี้สูญลดลง แต่มีผลเสียคือ ทำให้การสัมพันธ์กับลูกค้าแย่ลงและจะส่งผลทำให้ยอดขายลดลง ถ้าใช้นโยบายเก็บหนี้ที่ไม่เข้มงวดจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเรียกเก็บหนี้แต่ก็จะทำให้จำนวนหนี้สูญสูงขึ้น

521 total views, 1 views today