(ภาษาไทย) เป้าหมายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่ประเทศไทย 4.0

เป้าหมายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่ประเทศไทย 4.0 โดย รองศาสตราจารย์ ดร. กิ่งพร  ทองใบ ประเทศไทย 4.0 เป็นยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เน้นในเรื่องการพัฒนาสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ด้วยการสร้าง “ความเข้มแข็งจากภายใน” ขับเคลื่อนตามแนวคิด “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ผ่านกลไก “ประชารัฐ” ภารกิจประการสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ ก็คือ การขับเคลื่อนการปฏิรูป เพื่อให้สามารถรับมือกับโอกาสและภัยคุกคามชุดใหม่ในศตวรรษที่ 21 นี้ หลายประเทศได้กำหนดโมเดลเศรษฐกิจรูปแบบใหม่เพื่อสร้างความมั่งคั่งในศตวรรษที่ 21 อาทิ สหรัฐอเมริกาพูดถึง A Nation of Makers อังกฤษกำลังผลักดัน Design of Innovation ขณะที่จีนได้ประกาศ Made in China 2025 ส่วนอินเดียก็กำลังขับเคลื่อน Made in India หรืออย่างเกาหลีใต้ก็วางโมเดลเศรษฐกิจเป็น Creative Economy เป็นต้น สำหรับประเทศไทยเอง ปัญหาการพัฒนาเศรษฐกิจที่ผ่านมาคือเรื่อง“กับดักประเทศรายได้ปานกลาง” จะเห็นได้จากในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ในช่วงระยะแรก (พ.ศ.2500-2536) เศรษฐกิจไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 7-8% ต่อปี อย่างไร ก็ตาม ในช่วงระยะถัดมา (พ.ศ.2537-ปัจจุบัน) เศรษฐกิจไทยเริ่มมีการเติบโตในระดับเพียง 3-4% ต่อปีเท่านั้น ประเทศไทยจึงมีอยู่แค่ 2 ทางเลือก หากเราปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจได้สำเร็จ ประเทศไทยจะกลายเป็น “ประเทศที่มีรายได้ที่สูง” แต่หากทำไม่สำเร็จ ก้าวข้ามกับดักนี้ไปไม่ได้ ประเทศไทยก็จะตกอยู่ในภาวะที่เรียกกันว่า “ทศวรรษแห่งความว่างเปล่า” ไปอีกยาวนาน สร้างการเปลี่ยนแปลงประเทศ ในอดีตประเทศไทยเองมีการปรับโมเดลเศรษฐกิจอยู่หลายครั้ง เริ่มจาก “โมเดลประเทศไทย 1.0” ที่เน้นภาคการเกษตร ไปสู่ “โมเดลประเทศไทย 2.0” ที่เน้นอุตสาหกรรมเบา และก้าวสู่ “โมเดลประเทศไทย 3.0” ในปัจจุบันที่เน้นอุตสาหกรรมหนัก “ประเทศไทย 4.0” เป็นความมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่ “Value–Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” กล่าวคือ ในปัจจุบัน เรายังติดอยู่ในโมเดลเศรษฐกิจแบบ “ทำมาก ได้น้อย” เราต้องการปรับเปลี่ยนเป็น “ทำน้อย ได้มาก” นั่นหมายถึงการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน้อยใน 3 มิติสำคัญ คือ
  1. เปลี่ยนจากการผลิตสินค้า “โภคภัณฑ์” ไปสู่สินค้าเชิง “นวัตกรรม” 2.เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม 3.เปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้า ไปสู่การเน้นภาคบริการมากขึ้น
“ประเทศไทย 4.0” จึงเป็นการเปลี่ยนผ่านทั้งระบบใน 4 องค์ประกอบสำคัญ คือ 1.เปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิม (Traditional Farming) ในปัจจุบัน ไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยี (Smart Farming) โดยเกษตรกรต้องร่ำรวยขึ้น และเป็นเกษตรกรแบบเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneur) 2.เปลี่ยนจาก Traditional SMEs หรือ SMEs ที่มีอยู่ที่รัฐต้องให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ไปสู่การเป็น Smart Enterprises และ Startups ที่มีศักยภาพสูง 3.เปลี่ยนจาก Traditional Services ซึ่งมีการสร้างมูลค่าค่อนข้างต่ำ ไปสู่ High Value Services 4.เปลี่ยนจากแรงงานทักษะต่ำไปสู่แรงงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะสูง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม “ประเทศไทย 4.0” จึงเป็นวิธีการพัฒนา “เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจชุดใหม่” (New Engines of Growth) ด้วยการแปลง “ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ” ของประเทศที่มีอยู่ 2 ด้าน คือ “ความหลากหลายเชิงชีวภาพ” และ “ความหลากหลายเชิงวัฒนธรรม” ให้เป็น “ความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน” โดยการเติมเต็มด้วยวิทยาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนา แล้วต่อยอดความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบเป็น “5 กลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย” ประกอบด้วย 1.กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ (Food, Agriculture & Bio-Tech) 2.กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Health, Wellness&Bio-Med) 3.กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกลที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม (Smart Devices, Robotics & Mechatronics) 4.กลุ่มดิจิตอล เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว (Digital, IoT, Artificial Intelligence & Embedded Technology) 5.กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง (Creative, Culture & High Value Services) ทั้ง 5 กลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย จะเป็นแพลทฟอร์มในการสร้าง “New Startups” ต่างๆมากมาย อาทิ เทคโนโลยีการเกษตร (Agritech) เทคโนโลยีอาหาร (Foodtech) ในกลุ่มที่ 1 เทคโนโลยีสุขภาพ (Healthtech) เทคโนโลยีการแพทย์ (Meditech) สปา ในกลุ่มที่ 2 เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotech) ในกลุ่มที่ 3 เทคโนโลยีด้านการเงิน (Fintech) อุปกรณ์เชื่อมต่อออนไลน์โดยไม่ต้องใช้คน (IoT) เทคโนโลยีการศึกษา (Edtech) อี–มาร์เก็ตเพลส (E–Marketplace) อี–คอมเมิร์ซ (E–Commerce) ในกลุ่มที่ 4 เทคโนโลยีการออกแบบ (Designtech) ธุรกิจไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Business) เทคโนโลยีการท่องเที่ยว (Traveltech) การเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ (Service Enhancing) ในกลุ่มที่ 5 เป็นต้น   ใช้พลังประชารัฐเดินไปข้างหน้า “ประเทศไทย 4.0” จึงเป็นการถักทอเชื่อมโยงเทคโนโลยีหลักที่ต้นน้ำ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมเป้าหมายที่อยู่กลางน้ำ และ Startups ต่างๆที่อยู่ปลายน้ำ โดยใช้พลัง “ประชารัฐ” ในการขับเคลื่อน ผู้มีส่วนร่วมหลักจะประกอบด้วยภาคเอกชน ภาคการเงิน การธนาคาร มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยต่างๆ โดยเน้นตามความถนัดและจุดเด่นของแต่ละองค์กร และมีภาครัฐเป็นตัวสนับสนุน เมื่อกล่าวถึงองค์กรย่อมเกี่ยวพันถึงทรัพยากรมนุษย์ เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าทรัพยากรมนุษย์ หรือคนเป้นผู้ขับเคลื่อนการพัฒนา ซึ่งการพัฒนาองค์กรประกอบด้วย 3 ด้าน คือ การพัฒนาคน พัฒนาระบบงานและพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงาน ( อังคณา ภิญโญกุล, 2016 น. 16)   เป้าหมายการพัฒนาคนแบบใหม่           ปัจจุบันทุกองค์กรเน้นการพัฒนาให้ความรู้แก่ทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ พัฒนาทักษะตามความรับผิดชอบที่หลากหลายและเน้นการพัฒนาที่เชื่อมโยงกับการจัดการทรัพยากรมนุษญ์ด้านอื่น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แบบใหม่          สรุปเป็น 5 ด้านดังนี้ ( อังคณา ภิญโญกุล, อ้างแล้ว )
  1. เน้น Competency
  2. พัฒนาทักษะที่หลากหลาย
  3. พัฒนาแบบไม่เป็นทางการ
  4. พัฒนาเป้นรายบุคคล
  5. เน้นการพัฒนาที่เชื่อมโยงกับการจัดการทรัพยากรมนุษย์ด้านอื่น
        เป้าหมายการพัฒนาคนแบบใหม่มี 3 ประการ คือ การพัฒนาให้เป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข การพัฒนาให้เป็นคนเก่ง ประกอบด้วย เก่งคน หมายถึงมีมนุษย์สัมพันธ์เข้าได้กับทุกคน เก่งงาน หมายถึงมีความรู้ความสามรถและทักษะในงานที่ตนรับผิดชอบ และเก่งคิด หมายถึงการมีความคิดเชิงบวก เชิงสร้างสรรค์ และเชิงระบบและสุดท้ายคือ เก่งการดำรงชีวิต หมายถึงสามารถบริหารจัดการตนเองได้ทั้งในงานและนอกงาน การพัฒนาให้เป็นคนดี หมายถึงคนที่สามารถปฎิบัติตามค่านิยมและวัฒนธรรมขององค์กรได้เป็นอย่างดี การพัฒนาให้เป็นคนมีความสุข หมายถึงคนที่มีความสุขกาย คือร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง สุขใจ คือมีจิตใจที่เป็นสุข ผ่อนคลายไม่เครียด มีสติ มีความเมตตากรุณา สนุกกับการทำงาน สุขด้วยปัญญา หมายถึงการใช้ปัญญาสำหรับการดำรงชีวิตทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ลดความเห็นแก่ตัว และสุขด้วยสังคม คือสังคมที่ช่วยเหลือกัน แบ่งปันและส่งเสริมกัน การพัฒนาคนตามเป้าหมายทั้งสามนี้จะทำให้คนมีความรักและผูกพันต่อองค์กร ทุ่มเทให้การทำงาน อยู่กับองค์กรยาวนาน และมีประสิทธิภาพการทำงานตามเป้าหมายขององค์กร ซึ่งส่งผลต่อเป้าหมายของสังคมและประเทศชาติต่อไป   บรรณานุกรม ประเทศไทย 4.0 สืบค้นจาก http://www.admissionpremium.com/news/1377 อังคณา ภิญโญกุล  ( 2016) “อุตสาหกรรมจะก้าวหน้าถ้าหมั่นพัฒนาองค์กร” วารสาร แวร์ ฉบับที่ 19 กรกฎาคม – กันยายน สมาคมอุตสสสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม     กรุงเทพมหานคร อิมเพรส ปริ้นนติ้ง

240 total views, 1 views today

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.