(ภาษาไทย) สถานการณ์การดำเนินธุรกิจก่อสร้างของประเทศไทยในกลุ่มประเทศ CLMV ตอนที่ 2

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) (Laos: L) สปป.ลาว ถือเป็นตลาดส่งออกสินค้าไทยที่ยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก เนื่องจาก สปป.ลาว ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศในระดับสูง ทั้งนี้ สินค้าไทยยังสามารถครองตลาด สปป.ลาว ได้อย่างไม่ยากนัก เนื่องจากชาวลาวสามารถเข้าใจและสื่อสารภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ประกอบกับชาวลาวให้การยอมรับและนิยมสินค้าไทยค่อนข้างสูง นอกจากนี้ อาณาเขตที่ติดต่อกันของทั้งสองประเทศยังเอื้อต่อการขนส่งสินค้าอีกด้วย การเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใน สปป.ลาว อาทิ ถนน ระบบไฟฟ้า และระบบชลประทาน เพื่อให้ สปป.ลาว หลุดพ้นจากการเป็นประเทศพัฒนาน้อยที่สุดภายในปี 2563 ทำให้วัสดุก่อสร้างจากไทย โดยเฉพาะเหล็กและผลิตภัณฑ์และปูนซีเมนต์ เป็นที่ต้องการมากขึ้นอย่างต่อเนื่องใน สปป.ลาว ขณะที่รถบรรทุกและรถแทรกเตอร์จากไทยซึ่งเป็นสินค้าทุนที่จำเป็นก็เป็นที่ต้องการในระดับสูง ขณะเดียวกันการที่ชาวลาวมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ชาวลาวเริ่มนำเข้ารถยนต์จากไทยมากขึ้น จึงเป็นที่คาดว่ารถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ จะเป็นสินค้าที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นใน สปป.ลาว ในระยะข้างหน้า รัฐบาล สปป.ลาว สนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ
  1. อุตสาหกรรมผลิตเพื่อส่งออก เช่น อุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป และอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ โดยต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ และส่งออกไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของปริมาณการผลิต
  2. อุตสาหกรรมกสิกรรมป่าไม้ เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์กสิกรรม ป่าไม้ และหัตถกรรม โดยต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  3. อุตสาหกรรมแปรรูป เช่น อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ กิจการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการพัฒนา โดยต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ และใช้เครื่องจักรกลใหม่ 100% ที่มีใบรับรองจากผู้ผลิตและสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ สำหรับในส่วนของงานวิจัย จะต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  4. โครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสุขอนามัยของประชาชน ต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  5. โครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน ต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  6. โครงการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตวัตถุดิบและอุปกรณ์เพื่อป้อนอุตสาหกรรม ต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  7. โครงการที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจและบริการด้านการขนส่ง ต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ประเทศไทยมีศักยภาพในการเข้าไปลงทุนใน สปป.ลาว ในธุรกิจเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โดยธุรกิจเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำนี้สร้างรายได้ให้แก่ สปป.ลาว เป็นจำนวนมหาศาล สปป.ลาว เป็นประเทศที่มีศักยภาพสำหรับการก่อสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำในระดับสูง เนื่องจากมีแหล่งน้ำเป็นจำนวนมาก โดยมีแม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำโขงไหลผ่านจากภาคเหนือจรดภาคใต้ของประเทศ และยังมีแม่น้ำสายน้อยใหญ่ที่เป็นสาขาของแม่น้ำโขงแตกแขนงออกไปอีกมาก อาทิ แม่น้ำเทิน แม่น้ำบุน และแม่น้ำงึม ประกอบกับมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาจึงเหมาะแก่การสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ปัจจุบัน สปป.ลาว มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่กว่า 1 MW จำนวน 36 โครงการประกอบด้วยโครงการที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อส่งออกมาขายยังไทยจำนวน 7 โครงการ เช่น โครงการเขื่อนน้ำเทิน 2 และโครงการเขื่อนน้ำงึม 2 เป็นต้น ปัจจุบัน สปป.ลาว เร่งพัฒนาธุรกิจพลังงานและพลังงานทดแทนในประเทศโดยตั้งเป้าเพิ่มอัตราการเข้าถึงไฟฟ้าของประชาชนจากราวร้อยละ 89 ณ สิ้นปี 2558 เป็นร้อยละ 95 ภายในปี 2563 พร้อมทั้งก้าวสู่การเป็น Battery of Asia ภายในปีเดียวกัน ในปี 2558 รัฐบาล สปป.ลาว อนุมัติโครงการลงทุนก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของนักลงทุนท้องถิ่นและนักลงทุนต่างชาติรวม 357 โครงการ (กำลังการผลิตรวม 26,147 MW) และตั้งเป้าหมายโครงการที่จะดำเนินการแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2562 จำนวน 45 โครงการ ซึ่งจะทำให้ สปป.ลาว มีเขื่อนพร้อมสำหรับการผลิตไฟฟ้ารวม 74 โครงการ ปัจจัยเกื้อหนุน
  • ภูมิประเทศเหมาะแก่การก่อสร้างเขื่อน ราวร้อยละ 70 ของพื้นที่ของ สปป.ลาวเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนและที่ราบสูงโดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคใต้ ทำให้เอื้อต่อการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ นอกจากนี้ สปป .ลาว ยังมีแม่น้ำหลายสายที่มีศักยภาพในการก่อสร้างเขื่อน อาทิ แม่น้ำโขง แม่น้ำงึม แม่น้ำทา และแม่น้ำอู เป็นต้น
  • สปป.ลาว มีปริมาณน้ำฝนค่อนข้างสูง เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตรับลมมรสุมจาก 2 ทาง คือ อ่าวไทยและอ่าวตังเกี๋ย จึงทำให้เป็นเขตฝนตกชุก ทั้งนี้ สปป.ลาว มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,650 มิลลิเมตรต่อปี (เทียบกับไทยที่ราว 1,570 มิลลิเมตรต่อปี)
  • ความต้องการใช้ไฟฟ้าของ สปป.ลาว มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรม
  • ความต้องการใช้ไฟฟ้าของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ และการกระจายความเจริญไปสู่ชนบท ส่งผลให้ไทยต้องนำเข้าไฟฟ้าโดยเฉพาะจาก สปป.ลาว เพิ่มขึ้นในอนาคต
  • รัฐบาล สปป.ลาว มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาระบบไฟฟ้า ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ พื้นที่สัมปทานโครงการก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเป็นระยะเวลา 25-30 ปี รวมทั้งอนุญาตให้ผู้ประกอบการส่งผลกำไร เงินทุน และรายรับอื่นๆ กลับประเทศได้อย่างเสรี นอกจากนี้ ยังลดหย่อนหรือยกเว้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องจักร อุปกรณ์ และอะไหล่ที่เกี่ยวข้องด้วยเกร็ดน่ารู้สำหรับการประกอบธุรกิจเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว
  • สปป.ลาว ยังขาดความรู้ เทคโนโลยี รวมทั้งเงินทุน จึงจำเป็นต้องพึ่งเม็ดเงินและประสบการณ์ของนักลงทุนต่างชาติ เพื่อพัฒนาโครงการก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจึงเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยในการเข้ามาลงทุนในธุรกิจดังกล่าว
  • ปัจจุบัน สปป.ลาว มีโครงการก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทั้งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ที่ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยสิทธิในการพัฒนาโครงการ และลงนามทำสัญญาพัฒนาโครงการกับรัฐบาล สปป.ลาว แล้วกว่า 90 โครงการ กำลังการผลิตราว65 GWh/ปี
  • การก่อสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ รวมทั้งระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าย่อย เป็นโอกาสในการขยายตลาดวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้าของผู้ประกอบการไทย อาทิ ปูนซีเมนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และโดยเฉพาะสายส่งไฟฟ้า
  • ผู้ประกอบการไทยควรหาผู้ร่วมลงทุนชาวลาวที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการ ของ สปป.ลาว รวมถึงการติดต่อเพื่อทำธุรกรรมต่างๆ มีความสะดวกขึ้น
ผู้ประกอบการไทยควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น รวมทั้งประชาชนในพื้นที่เพื่อช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (Myanmar: M) เมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีศักยภาพทั้งด้านการค้าและการลงทุน เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งทรัพยากรสัตว์น้ำที่เอื้อต่อการเพาะปลูกในภาคเกษตรกรรมและการทำประมง ตลอดจนมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยงามในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งประเทศไทยนับว่ามีข้อได้เปรียบในการเข้าสู่ตลาดเมียนมามากกว่าชาติอื่น โดยเฉพาะการมีพื้นที่ติดต่อกับเมียนมาทั้งทางน้ำและทางบกระยะทางยาวถึง 2,401 กิโลเมตร และมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันจากการติดต่อค้าขายผ่านชายแดนมายาวนาน ประกอบกับมีแรงงานเมียนมาจำนวนมากเข้ามาทำงานในไทยกว่า 3 ล้านคน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยคุ้นเคยกับชาวเมียนมา ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการเจาะตลาดเมียนมา ขณะเดียวกันสินค้าไทยก็เป็นที่นิยมของชาวเมียนมาเป็นอย่างมาก เนื่องจากสินค้าไทยมีคุณภาพและราคาไม่สูง นอกจากนี้รัฐบาลเมียนมาเปิดรับและส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้นเป็นลำดับด้วยการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการค้าและการลงทุน ดังนั้น โอกาสทางธุรกิจของไทยในเมียนมายังมีอีกมาก ปัจจุบันไทยเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่อันดับ 3 ในเมียนมา รองจากจีน และสิงคโปร์ ด้วยสัดส่วนมูลค่าการลงทุนสะสม ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2559 ราวร้อยละ 16.5 ของมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสะสมทั้งหมดของเมียนมา เศรษฐกิจเมียนมามีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 8-9 ในช่วงปี 2559-2563 สะท้อนโอกาสการลงทุนในเมียนมาที่เปิดกว้างรับการลงทุนในทุกสาขา โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตร เกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมก่อสร้างและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ อาทิ โรงไฟฟ้า และโทรคมนาคม ตลอดจนอุตสาหกรรมการผลิต ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของเมียนมา อาทิ การพัฒนาท่าเรือขนส่งสินค้า นอกจากการพัฒนาท่าเรือขนส่งสินค้าของเมียนมาให้ได้มาตรฐาน อาทิ ท่าเรือริมแม่น้ำเมย ยังจะมีการเปิดใช้ท่าเรือขนาดเล็กเชิงพาณิชย์ของ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (มหาชน) จำกัด ทางฝั่งเมืองทวายของเมียนมา ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งสินค้ามีความสะดวกรวดเร็วขึ้น และยังช่วยกระตุ้นการค้า เนื่องจากเป็นท่าเรือที่ใช้ขนส่งสินค้าต่อไปยังเมืองย่างกุ้งของเมียนมา ทั้งนี้ การเปิดใช้ท่าเรือดังกล่าวคาดว่าจะช่วยให้มูลค่าการค้าชายแดนบริเวณด่านบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี มีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมาก โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 (อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และเมืองเมียวดี) ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างโดยอยู่ขนานไปกับสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ซึ่งจะเชื่อมต่อกับโครงการพัฒนาเส้นทางแม่สอด-เมียวดี-กอกาเร็ก ในเมียนมา เพื่อลดความแออัดในการใช้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ลง ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดตากมองว่าหากการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 แล้วเสร็จจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจอำเภอแม่สอด และช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนด่านแม่สอดเป็นราว 60,000 ล้านบาท เพราะนอกจากเส้นทางดังกล่าวจะเพิ่มช่องทางการขนส่งแล้ว ยังช่วยกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคอื่นของเมียนมาได้สะดวกรวดเร็วอีกด้วย (ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2559 โครงการมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 35) จากการที่รัฐบาลเมียนมามีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ภาคท่องเที่ยวจึงนับเป็นแหล่งรายได้และแหล่งจ้างงานสำคัญของเมียนมา รัฐบาลเมียนมาจึงให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศอย่างจริงจัง รวมทั้งเน้นการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานให้ได้มาตรฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่นักท่องเที่ยวมากขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยือนเมียนมามากขึ้น สะท้อนความมุ่งมั่นของภาครัฐที่ต้องการพัฒนาการท่องเที่ยวในประเทศอย่างเป็นรูปธรรมผ่านนโยบายต่างๆ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาการก่อสร้างโรงแรมและที่พักอาศัย ตลอดจนห้างสรรพสินค้าในเมียนมามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง อุตสาหกรรมก่อสร้างเมียนมามีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดย คาดการณ์อัตราการขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ราวร้อยละ 6 ในปี 2558-2562 ประกอบกับรัฐบาลเมียนมาเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ และการลงทุนก่อสร้างเขตอุตสาหกรรม ตลอดจนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความต้องการปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างในเมียนมายังมีโอกาสขยายตัวสูง บรรณานุกรม EXIM Thailand, (2016). Trade and Investment Guidebook: Cambodia. Retrieved on 8 August 2017, from http://www.exim.go.th/doc/newsCenter/48407.pdf EXIM Thailand, (2016). Trade and Investment Guidebook: Lao PDR. Retrieved on 8 August 2017, from http://www.exim.go.th/doc/newsCenter/47568.pdf EXIM Thailand, (2016). Trade and Investment Guidebook: Myanmar. Retrieved on 8 August 2017, from http://www.exim.go.th/doc/newsCenter/47570.pdf EXIM Thailand, (2016). Trade and Investment Guidebook: Vietnam. Retrieved on 8 August 2017, from http://www.exim.go.th/doc/newsCenter/47488.pdf

262 total views, 1 views today

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.