(ภาษาไทย) องค์ประกอบของการท่องเที่ยว

องค์ประกอบของการท่องเที่ยว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัชพล ทรงสุนทรวงศ์                  องค์ประกอบของการท่องเที่ยวเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เกิดการท่องเที่ยว และช่วยขับเคลื่อนให้การท่องเที่ยวขยายตัว ในที่นี้แบ่งองค์ประกอบของการท่องเที่ยวออกเป็น 2 กลุ่ม คือ องค์ประกอบหลัก และองค์ประกอบที่สนับสนุนการท่องเที่ยว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ (ราณี อิสิชัยกุล 2546: 33-62; สุวัฒน์ จุธากรณ์ และจริญญา เจริญสุกใส 2547: 90-115)
  1. องค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยว ประกอบด้วย นักท่องเที่ยว   ทรัพยากรการท่องเที่ยว ธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และประชาชนในท้องถิ่น   มีรายละเอียดต่อไปนี้
1.1 นักท่องเที่ยว    ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการท่องเที่ยว การศึกษาเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยว ทัศนคติและลักษณะพื้นฐานของนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการนำข้อมูลมาใช้วางแผนทางการตลาด ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่ควรศึกษา ได้แก่ 1) ลักษณะพื้นฐาน หรือลักษณะทางประชากรศาสตร์ของนักท่องเที่ยว  จำแนกตามลักษณะของเพศ อายุ อาชีพ ระดับการศึกษา ระดับรายได้ สถานภาพสมรส  และถิ่นพำนัก ซึ่งแต่ละปัจจัยจะส่งผลถึงพฤติกรรมการเดินทาง และการเลือกแหล่งท่องเที่ยว                                                2)  การกระจายตัวของนักท่องเที่ยว  ศึกษาจากสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีการเดินทางเข้าไปในแต่ละพื้นที่  โดยพิจารณาดูว่ามีการเดินทางเข้าไปยังสถานที่ใดบ้าง   มีการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในบางแหล่งท่องเที่ยวหรือไม่    เพื่อนำมาวางแผนด้านขีดความสามารถในการรองรับของแต่ละพื้นที่  โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก  รวมถึงการวางแผนที่จะกระจายนักท่องเที่ยวออกไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ  ที่มีศักยภาพรองลงมา 3)  กิจกรรมต่างๆ ของนักท่องเที่ยว          ศึกษาข้อมูลเหล่านี้เพื่อนำมาวางแผนการสร้างและพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว 4)  ฤดูกาลท่องเที่ยว    สภาพภูมิอากาศในแหล่งท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปยังแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงจำนวนวันหยุดพักผ่อนของนักท่องเที่ยวด้วย  ช่วงที่สภาพภูมิอากาศเหมาะกับการเดินทางและตรงกับช่วงวันหยุดยาวของนักท่องเที่ยว  มักมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปยังแหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก  การศึกษาฤดูกาลท่องเที่ยว ดูได้จากสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปยังแหล่งท่องเที่ยวในแต่ละเดือน ช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามามาก  เรียกว่า ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High  Season หรือ Peak Season) 5)  รูปแบบการเดินทาง       ขึ้นอยู่กับลักษณะการจัดการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ       (1)  การท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ  (Group  Inclusive  Traveler:  GIT)   นักท่องเที่ยวจะเลือกซื้อรายการนำเที่ยว  (Package  Tour)     ที่บริษัทนำเที่ยวจัดทำสำเร็จเพื่อขายทั่วไป  ซึ่งจะรวมค่าใช้จ่ายส่วนต่างๆ คือ ค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน  ค่าที่พัก ค่าอาหาร  ค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวพร้อมค่าเดินทางในแหล่งท่องเที่ยว      (2) จัดการท่องเที่ยวเอง  (Frequent Individual Traveler หรือ Foreign Independent Traveler: FIT)  โดยนักท่องเที่ยวจะศึกษาและจัดกำหนดการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง  โดยอาจสำรองที่นั่งเครื่องบินและที่พักเองหรือผ่านบริษัทนำเที่ยว  อาจเดินทางคนเดียวหรือรวมกลุ่มเพื่อนและญาติไม่เกิน 10-15  คน  นักท่องเที่ยวประเภทนี้มักเป็นผู้ที่เคยเดินทางไปในแหล่งท่องเที่ยวหรือมีคนใดคนหนึ่งเคยไปมาแล้ว           6)   ลักษณะรูปแบบตามจุดประสงค์หลักของการเดินทาง         เป็นการแบ่งตามจุดมุ่งหมายหลักของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวนั้น จำแนกเป็นกลุ่มย่อยๆ ดังนี้ (1)  เพื่อธุรกิจหรือการประชุมสัมมนา          เป็นกลุ่มที่เดินทางไปทำธุรกิจหรือเข้าร่วมประชุม หลังเสร็จภารกิจแล้วใช้เวลาว่างท่องเที่ยวในพื้นที่นั้นหรือพื้นที่ใกล้เคียง (2) เพื่อการพักผ่อน  เป็นกลุ่มที่มีจุดมุ่งหมายเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่เลือกเพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง (3) เพื่อการเยี่ยมเพื่อนหรือญาติ  กลุ่มนี้อาจพักที่โรงแรมหรือพักที่บ้านเพื่อนหรือบ้านญาติที่ไปเยี่ยมเยือนก็ได้ (4) เพื่อจุดประสงค์พิเศษ (Special Interest)   กลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มเฉพาะทาง  (Niche Market)  มีวัตถุประสงค์เพื่อการใดการหนึ่ง เช่น ศึกษาศิลปวัฒนธรรม ศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์ หรือทำกิจกรรมพิเศษ เช่น ดูนก ถ่ายภาพ ดำน้ำ ปีนเขา เล่นกีฬา นั่งสมาธิ 1.2 ทรัพยากรการท่องเที่ยว หมายถึง  สถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรม และวัฒนธรรมประเพณีที่สะท้อนให้เห็นถึงอารยธรรมท้องถิ่นที่มีลักษณะเด่น และสามารถดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้ ทรัพยากรการท่องเที่ยวแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ                                                        1)  ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ   ทรัพยากรประเภทนี้ ได้แก่  สภาพภูมิอากาศ  ชายทะเล น้ำตก ภูเขา ป่าไม้   เป็นทรัพยากรที่ดึงดูดความต้องการพื้นฐานของนักท่องเที่ยวทั้งหลาย                                                        2)  ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น   ได้แก่   ทรัพยากรการท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์  วัฒนธรรมและสังคม ความบันเทิงและความเพลิดเพลิน ซึ่งมีรายละเอียดโดยสังเขปดังนี้                                                       (1)  ทรัพยากรการท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์  เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีต โบราณวัตถุ โบราณสถาน สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ซึ่งเกี่ยวข้องกับสงคราม ศาสนา บุคคลสำคัญที่อาศัยในท้องถิ่น ชนชั้นการปกครอง (รัฐบาลหรือพระมหากษัตริย์)                                                       (2) ทรัพยากรการท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมและสังคม เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของผู้คน  วัฒนธรรม เทศกาล ประเพณี พิธีกรรมทางศาสนา  ศิลปหัตถกรรม  การแต่งกาย การละเล่นและการบันเทิงต่างๆ สภาพบ้านเรือน และสิ่งที่แสดงออกทางด้านความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ ภูมิปัญญาชาวบ้าน ทรัพยากรการท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังรวมถึงอัธยาศัยไมตรีและการต้อนรับของผู้คนในท้องถิ่น (3) ทรัพยากรการท่องเที่ยวด้านความบันเทิงและความ เพลิดเพลิน  เกี่ยวข้องกับสถานที่ที่สร้างความบันเทิงและความเพลิดเพลินให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น สวนสนุก แหล่งบันเทิงยามค่ำคืน  โรงละคร โรงภาพยนตร์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ  สถานที่เหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนในการก่อสร้างสูง จึงมักเป็นการลงทุนของภาคเอกชนมากกว่าภาครัฐ  มีเพียงส่วนน้อยที่ลงทุนโดยภาครัฐ เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ประชาชนให้ใช้ร่วมกัน  เช่น  สวนสาธารณะ ทรัพยากรกลุ่มนี้มีพัฒนาการตามความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ผู้ประกอบการพยายามตอบสนองความต้องการของลูกค้า ก่อให้เกิดการบริการใหม่ๆ ได้แก่ สปา สถานบริการสุขภาพ การพักในโรงแรมที่สร้างเลียนแบบวังโบราณ  เช่น โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่  หรือการเข้าไปรับประทาน Brunch ที่โรงแรมดาราเทวี เป็นต้น ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นมีต้นทุนในการผลิต ในขณะที่ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไม่มีต้นทุนการผลิต  แต่ทรัพยากรทั้ง 2 อย่าง ต่างก็มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเหมือนกัน ซึ่งทรัพยากรการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจะต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากกิจกรรมการท่องเที่ยวอาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากร เมื่อทรัพยากรเกิดความเสื่อมโทรมหรือเสียหายแล้วจะไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ 1.3 ธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าและการให้บริการ เพื่อตอบ สนองความต้องการของนักท่องเที่ยวโดยตรง ธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประกอบด้วยหลายธุรกิจ แต่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงและมีความสำคัญมากมี 6 ธุรกิจ คือ ธุรกิจนำเที่ยว ธุรกิจที่พักแรม ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึก ธุรกิจคมนาคมขนส่ง และธุรกิจนันทนาการ ในบรรดา 6 ธุรกิจนี้ มีธุรกิจนำเที่ยวและธุรกิจที่พักแรมเท่านั้นที่มีลักษณะการบริการที่มุ่งรองรับนักท่องเที่ยวเป็นหลัก  ในขณะที่ธุรกิจอื่นๆ ให้บริการลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ได้เน้นลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยว ทั้ง 6 ธุรกิจมีรายละเอียดโดยสังเขปดังนี้ 1) ธุรกิจนำเที่ยว   เป็นการพานักท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ   โดยมีมัคคุเทศก์ทำหน้าที่ให้ความรู้และคอยแนะนำระหว่างที่นักท่องเที่ยวอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว นอกจากนี้ธุรกิจนำเที่ยวยังมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในเรื่องตั๋วเครื่องบิน จัดยานพาหนะ หาที่พัก และการบริการนำเที่ยวไปสู่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ  บริษัทนำเที่ยวทุกแห่งในประเทศไทยจะต้องขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ภายใต้การควบคุมและกำกับของสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา            2) ธุรกิจที่พักแรม  มีหลายประเภท เช่น โรงแรม รีสอร์ท โมเต็ล เกสท์เฮาส์ บังกะโล บ้านพักตากอากาศ สถานที่พักจะต้องสะอาด ปลอดภัย และมีความสะดวกสบายตามสภาพของประเภทที่พัก รวมถึงมีราคาที่ไม่แพง        3)  ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม      สิ่งที่สำคัญของธุรกิจนี้คือ การบริการที่มีคุณภาพ สะอาด ถูกหลักอนามัย ราคาเหมาะสมกับคุณภาพ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ ภัตตาคารหรือร้านอาหารเดี่ยว ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในโรงแรม ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในสถานประกอบการอื่นๆ และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในระหว่างการเดินทาง        4) ธุรกิจจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึก  มีวัตถุประสงค์ในการจำหน่ายสินค้าให้แก่นักท่องเที่ยว จำหน่ายสินค้าและของที่ระลึกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของท้องถิ่น นักท่องเที่ยวซื้อเป็นของฝาก หรือซื้อเก็บไว้เพื่อรำลึกว่าครั้งหนึ่งได้เคยมาเยือนสถานที่แห่งนั้น หลายประเทศได้นำเอาสินค้าและของที่ระลึกมาเป็นจุดขายในการท่องเที่ยว        5) ธุรกิจคมนาคมขนส่ง      มีความสำคัญมากต่อการพานักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ การขนส่งจะต้องมีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย การขนส่งผู้โดยสารเกี่ยวข้องกับการขนส่งมี 3 ประเภท คือ (1) การขนส่งทางอากาศ มีองค์ประกอบหลัก 2 ประการ คือ  สนามบิน-อาคารบริการผู้โดยสาร และสายการบิน                                                                 (2)  การขนส่งทางบก ประกอบด้วยการขนส่ง 2 ลักษณะ   คือ  การขนส่งทางถนน และการขนส่งทางรถไฟ (3)  การขนส่งทางน้ำ  ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมี 2 ลักษณะ   คือ   เรือท่องเที่ยวทางแม่น้ำ และเรือท่องเที่ยวทางทะเล        6) ธุรกิจนันทนาการ    เป็นธุรกิจที่สร้างความสนุกสนานและความเพลิดเพลินให้แก่นักท่องเที่ยว ประกอบด้วยธุรกิจ  3  ประเภท คือ ธุรกิจสวนสนุก ธุรกิจบันเทิง/สถานบันเทิง ธุรกิจการกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว บางครั้งธุรกิจนันทนาการได้รวมเอาพิพิธภัณฑ์ อุทยานประวัติศาสตร์ สวนสัตว์ เข้าไปด้วย เนื่องจากเป็นสถานประกอบการที่สามารถให้ทั้งความบันเทิง ความเพลิดเพลิน และให้ความรู้ไปพร้อมๆ กัน 1.4 ประชาชนในท้องถิ่น   ประชาชนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการท่องเที่ยวด้วยการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยไมตรีจิต บางโอกาสอาจทำหน้าที่เป็นผู้ให้ข้อมูลและบริการนักท่องเที่ยวโดยตรง ประชาชนในท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจการท่องเที่ยวด้วยการเข้ามาทำงานเป็นพนักงานบริการและผู้อำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ส่วนผู้ประกอบการท่องเที่ยวในท้องถิ่น นอกจากจะดำเนินธุรกิจเพื่อมุ่งหวังผลกำไรแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างประโยชน์ต่อชุมชนด้วย เช่น มีบทบาทในการเป็นหูเป็นตาช่วยสอดส่องดูแลความเรียบร้อย เข้าร่วมกิจกรรม ช่วยสนับสนุนงบประมาณในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของชุมชน
  1. องค์ประกอบที่สนับสนุนการท่องเที่ยว ประกอบด้วย ข้อมูลข่าวสารทางการท่องเที่ยว ความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกในการเข้าเมือง โครงสร้างพื้นฐานเพื่อการท่องเที่ยว การสนับสนุนจากองค์การภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ (สุวัฒน์ จุธากรณ์, 2553: 39-47)
2.1 ข้อมูลข่าวสารทางการท่องเที่ยว      มีประโยชน์ต่อการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทั้งนักท่องเที่ยวและคนในท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้ให้บริการทางการท่องเที่ยว ข้อมูลข่าวสารและสื่อที่เผยแพร่แก่นักท่องเที่ยวและคนในท้องถิ่นมีหลายลักษณะดังนี้ 1) นักท่องเที่ยว (1) ข้อมูลข่าวสารที่เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว งานเทศกาล รวมทั้งแผนที่ท่องเที่ยว เพื่อใช้เป็นคู่มือประกอบการเดินทางท่องเที่ยว เช่น สิ่งพิมพ์ ได้แก่ แผ่นพับ หนังสือ  นิตยสาร ซีดีรอม ซึ่งสามารถให้ข้อมูลได้ทั้งภาพ เสียง    และข้อความ  อินเทอร์เน็ต ได้แก่ เว็บไซต์ของหน่วยงานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว  เครื่องคอมพิวเตอร์ระบบจอสัมผัส (2) ข้อมูลข่าวสารที่เป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์       เพื่อชักจูงนักท่องเที่ยว เช่น การนำเสนอรายการนำเที่ยวในราคาพิเศษ การลดราคาค่าห้องพัก เช่น สิ่งพิมพ์ ได้แก่ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุ โทรทัศน์ ป้ายโฆษณา สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น เว็บไซต์ของบริษัทนำเที่ยวและโรงแรม แถบพาดหัวบนเว็บเพจ (banner) (3) ข้อมูลข่าวสารที่เป็นการแนะนำสิ่งที่นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติ (Do and Don’t) เพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและประเพณีในท้องถิ่นที่ไปเยือน สื่อเช่น เดียวกับข้อ (1) (4) ข้อมูลข่าวสารอันเป็นการเตือนสิ่งที่นักท่องเที่ยวควรให้ความ ระมัดระวังและแนะนำการป้องกัน เช่น การหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ โรคระบาด สื่อเช่นเดียวกับข้อ (1) 2) คนในท้องถิ่น                                                                 (1) ข้อมูลข่าวสารที่เป็นการสร้างความตระหนักถึงความ สำคัญของการท่องเที่ยวและนำเสนอสิ่งที่คนในท้องถิ่นควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยว รวมทั้งสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว เช่น การณรงค์ไม่ทำลายแหล่งท่องเที่ยว ไม่โก่งราคา ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว เช่น สิ่งพิมพ์ ได้แก่ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หนังสือแบบเรียน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ทวิสเตอร์ วิทยุ  โทรทัศน์   ผู้นำท้องถิ่น  สถาบันการศึกษาในท้องถิ่น (2) ข้อมูลข่าวสารที่เป็นการอบรมการนำเที่ยวให้แก่คนในท้องถิ่น โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและความสำคัญของท้องถิ่น เพื่อให้สามารถเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่ให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่นักท่องเที่ยวได้  เช่น ผู้นำท้องถิ่น สถาบันการศึกษาในท้องถิ่น 2.2 ความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกในการเข้าเมือง 1) ความปลอดภัย เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางไปท่องเที่ยว หากแหล่งท่องเที่ยวมีภาวะสงคราม การก่อการร้าย การก่ออาชญากรรม แหล่งท่องเที่ยวจะไม่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว เช่น ภูมิทัศน์วัฒนธรรมและซากโบราณสถานแห่งหุบเขาบามียัน (Cultural Landscape and Archaeological Remains of the Bamiyan Valley) ซึ่งเป็นมรดกโลกประเภทวัฒนธรรมของประเทศอัฟกานิสถาน ยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกที่ตกอยู่ในสภาวะอันตราย เนื่องมาจากภาวะสงครามและการก่อการร้าย ผู้บัญชาการกลุ่มตาลีบันได้สั่งให้ทำลายพระพุทธรูปแห่งบามิยัน หรือการเกิดภาวะโรคระบาดในภูมิภาคที่เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว เช่น การเกิดโรคไข้หวัดนก โรคซาร์ส หรือโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง นักท่องเที่ยวจะหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าว                                 2) การอำนวยความสะดวกในการเข้าเมือง    เป็นปัจจัยหนึ่งในการดึงดูดนักท่องเที่ยว เพราะเป็นปัจจัยที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้เดินทางเข้าสู่ประเทศนั้น หน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกมีหลายหน่วยงาน เช่น ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง หน่วยงานด้านศุลกากร 2.3 โครงสร้างพื้นฐานเพื่อการท่องเที่ยว  เป็นองค์ประกอบที่สนับสนุนให้การท่องเที่ยวดำเนินไปได้ด้วยดี และทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวที่ขาดโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการท่องเที่ยวจะไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและนักท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐานเพื่อการท่องเที่ยวที่สำคัญ มีดังนี้ 1) ระบบไฟฟ้า ต้องใช้การได้ดี มีอย่างเพียงพอ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ประกอบการ ในช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากจะต้องมีแผนการเตรียมการและรองรับที่ดี                                                 2) ระบบประปา  มีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะให้บริการแก่นักท่องเที่ยว  สภาพน้ำสะอาดถูกหลักอนามัย แหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งจะมีความต้องการใช้น้ำในปริมาณที่แตกต่างกัน      3) ระบบสื่อสารและโทรคมนาคม  ต้องมีความสะดวก รวดเร็ว มีหน่วยบริการที่เพียงพอ แม้ว่านักท่องเที่ยวบางกลุ่มอาจต้องการความสงบ หลีกหนีจากระบบการสื่อสาร แต่ระบบการสื่อสารก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉิน แหล่งท่องเที่ยวควรมีทางเลือกในการสื่อสารให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น ที่ทำการไปรษณีย์ โทรศัพท์สาธารณะ โทรสาร เว็บไซต์ ไวไฟ ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการและมีอย่างเพียงพอ                                                 4) ระบบสาธารณสุข    มีสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวที่สามารถให้ บริการได้สะดวก รวดเร็ว คิดค่ารักษาพยาบาลไม่แพง สถานที่ท่องเที่ยวเองควรมีหน่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้รองรับ จัดเตรียมยาสามัญประจำบ้านและยารักษาโรคพื้นฐานให้สอดคล้องกับกลุ่มนักท่องเที่ยว เช่น เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ                                 5) ระบบคมนาคมและบริการขนส่งสาธารณะ   แหล่งท่องเที่ยวที่ดีควรมีเส้นทางและสถานีบริการขนส่งที่เชื่อมโยงกัน เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วให้แก่นักท่องเที่ยว ในการเคลื่อนย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง นอกจากนี้ ควรมีป้ายบอกเส้นทางที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และมีป้ายบอกเส้นทางเป็นระยะๆ ประเทศไทยมีความพยายามที่จะจัดบริการขนส่งสาธารณะให้เชื่อมโยงกัน เช่น จัดรถบัสปรับอากาศ (Airport Bus) จากท่าอากาศยานเข้าสู่เมือง จัดรถไฟด่วนเชื่อมโยงสนามบินสุวรรณภูมิกับใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร (Airport Link) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการสายการบิน 2.4 การสนับสนุนจากองค์การภาครัฐและเอกชน การพัฒนาการท่องเที่ยวจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งองค์การภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงองค์การที่ไม่ใช่ของรัฐ/ไม่แสวงหาผลกำไร (Non-government Organization : NGO) ประเทศใดที่องค์การของรัฐและเอกชนมีความเข้าใจกัน ร่วมมือกันในการวางแผนพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว ภาคการท่องเที่ยวก็จะพัฒนาเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว องค์การของรัฐ จำแนกออกเป็น  2  ลักษณะ คือ                                 1) องค์การของรัฐที่มีฐานะเป็นราชการ (Government Organization)  เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นมาในรูปแบบของกระทรวง ทบวง กรม การดำเนินงานขององค์การในลักษณะนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะโครงสร้างและนโยบายของรัฐที่มีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว                                 2) องค์กรที่มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจหรือกึ่งราชการ (State Enterprise)   เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการวางแผนการพัฒนาการท่องเที่ยว ลักษณะการบริหารงานจะมีลักษณะเป็นกึ่งรัฐบาลกึ่งเอกชน กล่าวคือ สามารถจัดหารายได้เป็นของตัวเอง ในขณะที่รัฐยังคงให้งบประมาณสนับสนุนในบางส่วน และเข้าไปควบคุมดูแลการดำเนินงานด้านต่างๆ อยู่  ในปัจจุบันมีการจัดตั้งองค์การในรูปแบบองค์การมหาชน เพื่อเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ นำไป สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน องค์การเอกชน จำแนกออกเป็น 2 ลักษณะ คือ 1) องค์การเอกชนที่ไม่หวังผลประโยชน์ทางการค้า (Non-profit Organization)   การดำเนินงานอาจมีลักษณะตั้งแต่เป็นองค์กรระดับโลก เช่น องค์การท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organization: UNWTO) หรือองค์กรระดับภูมิภาค เช่น องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (Pacific Asia Travel Association: PATA) สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA ) หรืออาจเป็นองค์กรระดับประเทศ เช่น สมาคมโรงแรมไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) องค์กรที่ดำเนินการบริหารจัดการพื้นที่โดยประชาชนมีส่วนร่วม เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล โดยให้อำนาจในการจัดเก็บภาษีหรือรายได้จากพื้นที่ของตนได้เพื่อให้นำมาใช้บริหารจัดการพื้นที่ของตนเองและรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณอีกส่วนหนึ่ง                                 2) องค์การเอกชนที่ดำเนินการในรูปของธุรกิจ (Profit Organization)   เป็นองค์การเฉพาะที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจ หรือหวังผลทางการค้า อาจจัดตั้งในรูปของการประกอบการเฉพาะเรื่อง ซึ่งแต่ละองค์การจะมีแนวนโยบายในการวางแผนเป็นของตนเอง เช่น ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมจะมีการจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจโรงแรมเฉพาะที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเอง เอกสารอ้างอิง ราณี อิสิชัยกุล. (2546). เอกสารชุดฝึกอบรมทางไกล หลักสูตรการจัดการการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช สุวัฒน์ จุธากรณ์. (2553). หน่วยที่ 2 แนวคิดเกี่ยวกับการท่องเที่ยว. ใน เอกสารการสอนชุดวิชา 32335 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นนทบุรี: สาขาวิชาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สุวัฒน์ จุธากรณ์ และจริญญา เจริญสุกใส. (2547). หน่วยที่ 2 แนวคิดเกี่ยวกับการท่องเที่ยว. ใน เอกสารการ สอนชุดวิชา 32335 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นนทบุรี: สาขาวิชาวิทยาการ จัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

1,085 total views, 1 views today

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.