(ภาษาไทย) Blog 4 (8 กุมภาพันธ์ 2559) กิจการก่อสร้าง กับ การตัดสินใจปิดดำเนินงานชั่วคราว เมื่อภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย

Blog 4 (8 กุมภาพันธ์ 2559) กิจการก่อสร้าง กับ การตัดสินใจปิดดำเนินงานชั่วคราว เมื่อภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย การดำเนินงานของกิจการงานก่อสร้างนั้น บางครั้งอาจจะเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ทั้งจากสาเหตุภายในและภายนอกกิจการ สาเหตุภายในกิจการอาจเกิดจากปัญหา เช่น การจัดหาวัสดุก่อสร้าง การขาดแคลนวัสดุก่อสร้างหรือวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น ปัญหาการจ้างแรงงานการก่อสร้าง ปัญหาการควบคุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และปัญหาเกี่ยวกับประสิทธิภาพการผลิต ส่วนสาเหตุจากภายนอกกิจการ อาจเกิดจากภาวะเศรษฐกิจ ตกต่ำ ทัศนคติของลูกค้าเปลี่ยนแปลง ภาวะการแข่งขัน ภาวะการเมือง เกิดจากจลาจล เกิดสงคราม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้มีผลกระทบต่องานการก่อสร้างของกิจการ ทำให้ยอดรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ดังนั้น เพื่อความอยู่รอดของกิจการฝ่ายบริหารจึงจำเป็นต้องทำการตัดสินใจว่าในระหว่างที่เกิดปัญหาเหล่านี้กิจการควรหยุดการดำเนินงานการก่อสร้างชั่วคราวหรือยังคงดำเนินการต่อไปแต่มีการปรับแผนงานการดำเนินงาน ข้อมูลที่นำมาใช้ในการพิจารณาตัดสินใจการปรับแผนการดำเนินงานหรือปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราวได้แก่ 1. ต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และต้นทุนที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการหยุดการดำเนินงานการก่อสร้างชั่วคราว 2. ผลขาดทุนที่กิจการจะได้รับถ้ายังคงดำเนินการต่อไป อนึ่ง ต้นทุนที่กิจการสามารถหลีกเลี่ยงได้เมื่อปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว เช่น ค่าแรงงานคนงาน ค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น ส่วนต้นทุนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เช่น ค่าเสื่อมราคาอาคาร ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร ค่าภาษีทรัพย์สิน ค่าเบี้ยประกันภัยทรัพย์สินต่างๆ ค่าเช่าอาคารโรงงาน เป็นต้น การพิจารณาปัญหาที่เกี่ยวกับการดำเนินการต่อไปหรือปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราวนั้น ฝ่ายบริหารจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะการปิดโรงงานจะไม่เกิดรายได้เลย แต่ยังคงมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแม้ว่าจะหยุดการดำเนินงานการก่อสร้างชั่วคราวแล้วก็ตาม การพิจารณาเรื่องนี้ฝ่ายบริหารสามารถนำเทคนิคการวิเคราะห์จุดคุ้มทุนที่กล่าวรายละเอียดแล้วในตอนที่ 6.1 มาประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจ ได้ กล่าวคือ ณ จุดที่กิจการมีต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้นทุนที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการหยุดการดำเนินงานการก่อสร้างชั่วคราวเท่ากับผลขาดทุนที่จะได้รับ ถ้ายังดำเนินการต่อไป จะเป็นจุดที่กิจการต้องทำการตัดสินใจว่าจะยังคงดำเนินการต่อไปหรือการปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว เกณฑ์ในการตัดสินใจ เป็นดังนี้ 1. กรณีที่การปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว มีต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และต้นทุนที่จะเกิดเนื่องจากการปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องจ่ายเมื่อกลับมาดำเนินงานใหม่ หากต้นทุนเหล่านี้มีมากกว่าผลขาดทุนที่จะได้รับถ้ายังดำเนินการแล้ว กิจการควรดำเนินการต่อไป เพราะผลขาดทุนของการดำเนินงานต่อไปจะมีน้อยกว่าการหยุดการดำเนินงานการก่อสร้างชั่วคราว 2.กรณีที่การปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว มีต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และต้นทุนที่จะเกิดเนื่องจากการปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราวมีน้อยกว่าผลขาดทุนที่จะได้รับ ถ้ายังดำเนินการแล้ว กิจการควรปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว เพราะถ้าดำเนินการต่อจะขาดทุนมากกว่า กล่าวโดยสรุป เกณฑ์การตัดสินใจเกี่ยวกับการพิจารณาในการปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว ได้แก่ • การวิเคราะห์ถึงจุดปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว ที่ทำให้กิจการเกิดผลขาดทุนที่ต่ำที่สุด ดังสูตรที่ใช้ในการคำนวณดังนี้ ปริมาณ ณ จุดปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว = ผลต่างของต้นทุนคงที่ระหว่าง 2 ทางเลือก กำไรส่วนเกินต่อหน่วย นั่นคือ จุดที่กิจการตัดสินใจดำเนินการต่อหรือปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว ได้แก่ จุดที่ต้นทุนที่ หลีกเลี่ยงไม่ได้และต้นทุนที่เกิดเมื่อปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว เท่ากับผลขาดทุนที่กิจการจะได้รับหากยังคงดำเนินการต่อไป • กิจการควรดำเนินการต่อไป ถ้าต้นทุนหลีกเลี่ยงไม่ได้และต้นทุนที่เกิดเมื่อปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว มากกว่า (หรือเท่ากับ) ผลขาดทุนที่กิจการจะได้รับหากยังคงดำเนินงานต่อไป • กิจการควรปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว ถ้าต้นทุนหลีกเลี่ยงไม่ได้และต้นทุนที่เกิดเมื่อปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว น้อยกว่า ผลขาดทุนที่กิจการจะได้รับหากยังคงดำเนินงานต่อไป ทั้งนี้ก่อนทำการตัดสินใจฝ่ายบริหารควรพิจารณาถึงข้อมูลเชิงคุณภาพด้วย เช่น ขวัญและกำลังใจของพนักงานที่ให้ออกจากงาน ผลกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่ตามมา ความรับผิดชอบต่อสังคม การสูญเสียลูกค้าประจำให้คู่แข่งขัน เป็นต้น ตัวอย่าง บริษัทปรีดาการก่อสร้าง จำกัด ทำการผลิตและจำหน่ายแผ่นพื้นสำเร็จรูป โดยมียอดขายเดือนละ 3,000 แผ่น ราคาขายแผ่นละ 1,000 บาท ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายดำเนินงานผันแปรแผ่นละ 700 บาท ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายดำเนินงานคงที่เดือนละ 500,000 บาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและแผ่นพื้นดังกล่าวมีคู่แข่งมากขึ้น ฝ่ายการตลาดประมาณว่า ยอดขายจะลดลงจากเดือนละ 3,000 แผ่น เหลือเพียงเดือนละ 600 แผ่น ผู้บริหารของบริษัทกำลังพิจารณาเพื่อตัดสินใจเลือกทางเลือกดังนี้ ทางเลือกที่ 1 ดำเนินงานการต่อไปตามปกติ ต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายดำเนินงานคงที่ (ไม่ปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว) เท่ากับ 500,000 บาท หรือ ทางเลือกที่ 2 ปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว ต้นทุนคงที่ในการปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว เท่ากับ 260,000 บาท (คำนวณจาก 210,000 + 50,000 บาท) ในการปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว ต้นทุนคงที่บางรายการได้ลดลงทำให้ต้นทุนคงที่เหลือ 210,000 บาท แต่ในขณะเดียวกันมีต้นทุนคงที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ต้นทุนในการเดินเครื่องจักรใหม่เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท เนื่องจากต้องเผื่อไว้ในการเดินเครื่องใหม่ นั่นคือ ต้นทุนคงที่ในการปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว เท่ากับ 260,000 บาท จากการวิเคราะห์ของบริษัทปรีดาการก่อสร้าง จำกัด พบว่าจุดหยุดการดำเนินงานชั่วคราวหรือจุดที่กิจการตัดสินใจจะดำเนินงานต่อไป คือ ณ ระดับการผลิตและจำหน่ายที่ 800 แผ่น กล่าวคือ หากบริษัท สามารถดำเนินการและจำหน่ายมากกว่า 800 แผ่นต่อเดือน ก็ควรดำเนินการต่อไป แต่ถ้ากิจการดำเนินการและจำหน่ายได้น้อยกว่า 800 แผ่น บริษัทก็ควรจะหยุดการดำเนินงานชั่วคราว เพราะจะเกิดผลขาดทุน ซึ่งในปัจจุบันบริษัทมียอดขายเพียง 600 แผ่น การคำนวณผลขาดทุนแสดงได้ดังนี้ หน่วย:บาท ทางเลือกที่ 1 ดำเนินการต่อไป ทางเลือกที่ 2 ปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว รายได้ (600 × 1,000) 600,000 หัก ต้นทุนผันแปร (600 × 700) 420,000 กำไรส่วนเกิน 180,000 หัก ต้นทุนคงที่ 500,000 ขาดทุนสุทธิ (320,000) ต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 210,000 ต้นทุนการเดินเครื่องจักรใหม่ 50,000 ต้นทุนคงที่ 260,000 สรุป บริษัทควรปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว เพราะต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้นทุนที่จะเกิดเมื่อมีการปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว น้อยกว่าผลขาดทุนที่บริษัทจะได้รับถ้ายังดำเนินงานต่อไป = 320,000 – 260,000 = 60,000 บาท การวิเคราะห์ข้อมูลจะเป็นดังนี้ ปริมาณ ณ จุดปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว = ผลต่างของต้นทุนคงที่ระหว่าง 2 ทางเลือก (หน่วย) กำไรส่วนเกินต่อหน่วย หรือ ปริมาณ ณ จุดปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว = ต้นทุนคงที่ทางเลือกที่ 1 – ต้นทุนคงที่ทางเลือกที่ 2 (หน่วย) รายได้ต่อหน่วย – ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย = 500,000 – (210,000 + 50,000) 1,000 – 700 = 240,000 300 ปริมาณ ณ จุดปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว = 800 แผ่น จากการวิเคราะห์ของบริษัทปรีดาการก่อสร้าง จำกัด พบว่า ถ้าบริษัทยังดำเนินการต่อไป จะเกิดการขาดทุนสุทธิ 320,000 บาท แต่ถ้าปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว จะเสียต้นทุน 260,000 บาท ดังนั้น บริษัทควรเลือกที่จะปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว เอกสารอ้างอิง Hilton , Ronald W., Managerial Accounting, Mc Graw-Hill, Inc. 2013. Horngren ,Charles T., Sundem, Gary L. and . Stratton ,William O, Introduction to Management Accounting, Prentice Hall International, Inc., 2012.

170 total views, 1 views today

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.