(ภาษาไทย) การจัดการเงินสดรับและเงินสดจ่าย

การจัดการเงินสดรับและเงินสดจ่าย เงินสดมีความสำคัญต่อกิจการ ทำให้กิจการมีสภาพคล่องในการดำเนินงาน ทั้งนี้ กิจการจำเป็นต้องคำนึงถึงทั้งด้านการรับและการจ่ายเงินสดให้มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มมูลค่ากิจการให้สูงสุด ในเรื่องนี้จะพิจารณาประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเงินสด ดังนี้ 1) การเร่งกระแสเงินสดรับ และ 2) การควบคุมกระแสเงินสดจ่าย การเร่งกระแสเงินสดรับ ในการจัดการเงินสดรับให้มีประสิทธิภาพ กิจการจะต้องทำการเร่งกระแสเงินสดรับ (Acceleration of Receipts) ซึ่งเป็นการเร่งการเก็บเงินจากลูกหนี้ที่ครบกำหนดให้เร็วที่สุด ยิ่งกิจการได้รับเงินสดเร็วเท่าไหร่ กิจการยิ่งได้ประโยชน์จากเงินสดนั้นมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งกิจการจะเลือกวิธีใดนั้น กิจการก็ควรเปรียบเทียบระหว่างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการที่เงินสดเข้ามาเร็ว โดยกิจการอาจเลือกวิธีเรียกเก็บเงินวิธีหนึ่งวิธีใดหรือหลายวิธีรวมกัน วิธีเรียกเก็บเงินที่นิยมใช้มีดังต่อไปนี้
  1. การเรียกเก็บเงินเป็นเงินสด เป็นวิธีการเรียกเก็บเงินที่ง่ายและใช้กันมาช้านาน เนื่องจากมีความสะดวกและปลอดภัยมากที่สุด ทำให้กิจการสามารถรักษาสภาพคล่องในการดำเนินงานได้อย่างดี วิธีนี้จึงเหมาะกับลูกค้าที่ไม่ใช่ลูกค้าประจำของกิจการหรือลูกค้าขาจร เพราะกิจการไม่ได้รู้จักหรือทราบข้อมูลของลูกค้ามาก่อนเลย นอกการนี้วิธีนี้ยังเหมาะกับกิจการขนาดเล็กที่พึ่งเริ่มดำเนินการและยังไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในกิจการมากนัก ทำให้เงินสดมีความสำคัญในการอยู่รอดของกิจการนี้เป็นอย่างมาก
  2. เช็คสั่งจ่ายจากลูกค้า เป็นอีกวิธีที่สะดวกและมีความปลอดภัยสูงเมื่อเทียบกับการถือเงินสดปริมาณมากๆ โดยวิธีนี้กิจการจะตกลงกับลูกค้าให้ลูกค้าจ่ายเช็คชำระหนี้ (ถ้าเช็คมีการขีดคร่อมจะปลอดภัยมากขึ้น)แล้วกิจการจะนำเช็คจากลูกค้าไปขึ้นเงินตามจำนวนและวันที่ที่ระบุไว้บนเช็ค อย่างไรก็ตาม กิจการควรคำนึงถึงปัญหาเช็คคืนจากธนาคารถ้าลูกค้าไม่มีเงินในบัญชีจ่ายให้กับกิจการ
  3. การโอนเงินเข้าบัญชีผ่านธนาคาร เป็นอีกวิธีที่มีความปลอดภัยสูงเนื่องจากทำธุรกรรมผ่านธนาคาร และสามารถทำผ่านระบบ Online ได้ โดยลูกค้าจะโอนเงินผ่านธนาคารเข้าบัญชีของกิจการในจำนวนเงินที่ตกลงกันไว้ อย่างไรก็ตาม อาจมีปัญหาจากการโอนเงินไม่ครบจำนวนที่ตกลงไว้ หรือการที่ลูกค้าไม่พอใจที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหากมีการโอนต่างธนาคาร เป็นต้น
  4. การหักจากบัญชีโดยอัตโนมัติ เป็นการที่กิจการจะขอให้ลูกค้าทำสัญญายินยอมว่าจะหักเงินจากบัญชีของลูกค้าโดยอัตโนมัติในวันที่ครบกำหนดชำระหนี้และกิจการจะติดต่อกับธนาคารของลูกค้าเพื่อตัดยอดเงินในบัญชีของลูกค้า หรือการดำเนินการอีกวิธีหนึ่งคือ กิจการจะขอให้ลูกค้าดำเนินการด้วยตนเองที่ธนาคารก่อนเริ่มทำธุรกิรรมทางการเงินโดยกรอกเอกสารทางการเงิน เช่น จำนวนเงินที่จะชำระ วันที่จะทำการหักบัญชี ประเภทบัญชีที่จะให้ทำการหักเงิน และบัญชีของธนาคารที่ต้องการโอนเงินไป เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการทั้งสองวิธีนี้มีผลเหมือนกัน คือเมื่อถึงกำหนดเวลาตามที่ตกลงไว้ เงินจะถูกหักจากบัญชีของลูกค้าโดยอัตโนมัติและธนาคารจะโอนเงินดังกล่าวเข้าบัญชีของกิจการ โดยเมื่อตัดยอดในบัญชีของลูกค้าแล้ว กิจการจะนำใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานในการตัดเงินจากบัญชีของลูกค้า และทำรายงานแจ้งให้กับลูกค้าทราบในรูปแบบใบแจ้งยอดของธนาคาร วิธีนี้จึงช่วยลดขั้นตอนและเวลาในการเรียกเก็บเงินได้อย่างมาก รวมทั้งยังสะดวกต่อทั้งลูกค้าและตัวกิจการเอง
  5. การวางบิล เป็นการออกใบแจ้งหนี้ให้กับลูกค้าเพื่อเป็นเอกสารยืนยันในการเรียกเก็บเงินตามที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ โดยในใบแจ้งหนี้นี้จะแจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บ ทำให้สะดวกในการตรวจสอบของทั้งสองฝ่าย โดยลูกค้าจะลงลายมือรับรองและเก็บต้นฉบับไว้ นอกจากนี้ยังเป็นการให้เกียรติลูกค้าอีกด้วย
  6. การแบ่งจ่ายเป็นงวด เป็นการแบ่งจ่ายเป็นงวดๆตามที่ตกลงกันว่าจะแบ่งจ่ายกี่งวดและจำนวนเงินเท่าไหร่ในแต่ละงวดว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เหมาะกับกิจการที่มีการลงทุนจำนวนมากและใช้เวลาในการทำงานนาน ดังนั้น การแบ่งจ่ายเป็นงวดจึงช่วยป้องกันความเสี่ยงให้แก่กิจการได้
  7. การตั้งธนาคารศูนย์กลางหรือตัวแทนเก็บเงินจากลูกค้า วิธีการนี้จะจัดตั้งธนาคารผู้เก็บเงินหรือผ่านตัวแทนในการเก็บเงินจากลูกค้าที่กระจายตัวอยู่ในหลายท้องที่หลายๆที่มายังธนาคารศูนย์กลาง โดยการหักบัญชีของลูกค้าหรือเรียกเก็บเงินตามเช็คสั่งจ่าย จึงเป็นการระดัมเงินจากจุดรับเงินที่กระจายอยู่หลายที่ผ่านธนาคารผู้เก็บเงินหรือผ่านตัวแทนมายังธนาคารศูนย์กลาง ทำให้กิจการจัดการเงินสดได้รวดเร็วขึ้น
การควบคุมกระแสเงินสดจ่าย             ในการจัดการเงินสดจ่ายกิจการจะต้องพยายามควบคุมกระแสเงินสดจ่าย (Disbursement Control) ซึ่งสามารถกำหนดวิธีการจ่ายเงินได้หลายวิธี ดังนี้
  1. การรวมการจ่ายเงินไว้ที่ศูนย์กลาง เป็นวิธีที่กิจการกำหนดหน่วยงานกลางทำหน้าที่เป็นผู้จ่ายเงินแต่เพียงผู้เดียว ทำให้กิจการสามารถวางแผนและตรวจสอบการใช้จ่ายทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่วิธีนี้ก็อาจก่อให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานที่จะต้องรวบรวมและส่งใบแจ้งหนี้มายังศูนย์กลาง
  2. การเปิดบัญชีเงินฝากเป็นศูนย์ เป็นบัญชีเงินฝากชนิดพิเศษที่ยอดในบัญชีมีค่าเป็นศูนย์ โดยเปิดบัญชีนี้ได้เฉพาะที่ธนาคารศูนย์กลาง ซึ่งเมื่อมีผู้นำเช็คมาเบิกเงินจากบัญชีนี้ เงินสดจะถูกโอนโดยอัตโนมัติจจากบัญชีเงินฝากหลัก หากบัญชีเงินฝากหลักติดลบอยู่ จะต้องมีการหาเงินมาเพิ่มจากการกู้ยืมจากตราสารทางการเงินหรือลดการลงทุนเพื่อนำเงินมาเข้าในบัญชีหลัก การเปิดบัญชีเงินฝากเป็นศูนย์จึงเป็นวีธีที่พยายามลดจำนวนเงินสดที่ไม่ได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยให้เหลือน้อยที่สุด
  3. การเปิดบัญชีควบคุมการจ่ายเงิน เป็นการเปิดบัญชีอีกรูปแบบหนึ่งที่กิจการจะเปิดที่ธนาคารใดก็ได้ และบัญชีนี้จะไม่มีเงินในบัญชีจนกว่าจะถึงวันที่มีการนำเช็คมาเรียกเก็บเงินที่ธนาคาร ทางธนาคารก็จะรายงานจำนวนเช็คที่จะตัดจากบัญชีและทำการหักบัญชี
  4. กำหนดให้เจ้าหนี้นำบิลมาวางล่วงหน้า ซึ่งการที่เจ้าหนี้นำบิลมาวางล่วงหน้าจะทำให้กิจการวางแผนและเตรียมเงินสดสำหรับจ่ายไว้ให้แก่เจ้าหนี้ได้ตามกำหนดเวลาที่ตกลงกัน
    1. การชำระหนี้ด้วยเช็คเงินสด กิจการควรที่จะชำระหนี้ด้วยเช็คเงินสดแทนเงินสด เพราะสะดวกและปลอดภัยสูง เพราะกิจการไม่ต้องถือเงินสดเพื่อรอการชำระหนี้ โดยกิจการจะสั่งจ่ายเช็คขีดคร่อมและระบุชื่อผู้รับเช็ค ซึ่งผู้รับเช็คจะต้องนำเช็คเข้าฝากธนาคารในชื่อบัญชีของผู้รับและรอธนาคารเรียกเก็บเงินตามเช็ค จึงทำให้กิจการสามารถยืดเวลาที่เงินสดจะถูกเบิกไปชำระหนี้ได้
    2. การกำหนดเวลาจ่ายเงิน กิจการควรจ่ายเช็คช่วงบ่ายเพื่อให้ผู้รับเช็คนำเงินเข้าฝากในวันนั้นไม่ได้แต่จะได้เงินในวันทำการวันถัดไปแทน บางกิจการจึงกำหนดจ่ายเช็คทุกวันศุกร์ช่วงบ่ายของสัปดาห์เพื่อที่ลูกค้าจะได้รับเงินในวันจันทร์นั่นเอง
    3. การชำระเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด เงื่อนไขสินเชื่อมักจะมีการให้ส่วนลดถ้ากิจการชำระเงินเร็วภายในเวลาที่กำหนด แต่ถ้ากิจการไม่รับส่วนลดเงินสด กิจการก็ควรชำระเงินในวันสุดท้ายที่ครบกำหนดชำระตามเงื่อนไข นั่นคือ กิจการไม่ควรชำระเงินก่อนกำหนดเวลาถ้ากิจการไม่ได้รับส่วนลดนั่นเอง กิจการจึงควรเปรียบเทียบประโยชน์ที่ได้ว่าควรชำระเงินก่อนเพื่อจะได้รับส่วนลดหรือว่าควรนำเงินไปลงทุนอย่างอื่นแทนที่ได้ประโยชน์มากกว่าส่วนลดจากเงื่อนไขสินเชื่อนั้นหรือไม่
ดังนั้น กิจการจึงควรพยายามเร่งกระแสเงินสดรับให้กิจการได้รับเงินสดเร็วที่สุด และพยายามควบคุมกระแสเงินสดจ่ายโดยที่กิจการไม่เสียเครดิตหรือชื่อเสียงทางธุรกิจ ซึ่งจะทำให้กิจการสามารถจัดการเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เอกสารอ้างอิง ธนพร สวรรค์พิทักษ์ (2558) “หน่วยที่ 12 การจัดการสินทรัพย์หมุนเวียน” ในเอกสารการสอนชุดวิชา      เศรษฐศาสตร์             ธุรกิจและการเงินธุรกิจ นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เรวัตร์ ชาตรีวิศิษฏ์. (2536). Brealey, Richard A. and Myers, Stewart C. and Marcus, Alan J. (2004). Fundamentals of corporate finance             (4th ed.), New York: The McGraw – Hill Companies, Inc. Brigham, Eugene F. and Houston, Joel F. (1998). Fundamentals of financial management (8th ed.). Orlando: The Dryden Press. Emery, Douglas R., Finnerty, John D. and Stowe, John D.. (2004). Corporate financial management.          (2nd ed.), New Jersey: Prentice-Hall International.

352 total views, 1 views today

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.