รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด

(ภาษาไทย) BLOG 5 : 19-4-60 การตัดสินใจปิดดำเนินงานกิจการก่อสร้างชั่วคราว

BLOG  5  :  19-4-60   การตัดสินใจปิดดำเนินงานกิจการก่อสร้างชั่วคราว การดำเนินงานของกิจการงานก่อสร้างนั้น บางครั้งอาจจะเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ทั้งจากสาเหตุภายในและภายนอกกิจการ  สาเหตุภายในกิจการอาจเกิดจากปัญหา  เช่น  การจัดหาวัสดุก่อสร้าง การขาดแคลนวัสดุก่อสร้างหรือวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น ปัญหาการจ้างแรงงานการก่อสร้าง  ปัญหาการควบคุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และปัญหาเกี่ยวกับประสิทธิภาพการผลิต ส่วนสาเหตุจากภายนอกกิจการ อาจเกิดจากภาวะเศรษฐกิจ  ตกต่ำ ทัศนคติของลูกค้าเปลี่ยนแปลง ภาวะการณ์แข่งขัน ภาวะการเมือง  เกิดจากจลาจล เกิดสงคราม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้มีผลกระทบต่องานการก่อสร้างของกิจการ ทำให้ยอดรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ดังนั้น เพื่อความอยู่รอดของกิจการฝ่ายบริหารจึงจำเป็นต้องทำการตัดสินใจว่าในระหว่างที่เกิดปัญหาเหล่านี้กิจการควรหยุดการดำเนินงานการก่อสร้างชั่วคราวหรือยังคงดำเนินการต่อไปแต่มีการปรับแผนงานการดำเนินงาน   ข้อมูลที่นำมาใช้ในการพิจารณาตัดสินใจการปรับแผนการดำเนินงานหรือปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราวได้แก่ ต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และต้นทุนที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการหยุดการดำเนินงานการก่อสร้างชั่วคราว ผลขาดทุนที่กิจการจะได้รับถ้ายังคงดำเนินการต่อไป อนึ่ง ต้นทุนที่กิจการสามารถหลีกเลี่ยงได้เมื่อปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราว เช่น ค่าแรงงานคนงาน ค่า สาธารณูปโภค  เป็นต้น ส่วนต้นทุนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  เช่น ค่าเสื่อมราคาอาคาร  ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร ค่าภาษีทรัพย์สิน ค่าเบี้ยประกันภัยทรัพย์สินต่างๆ  ค่าเช่าอาคารโรงงาน เป็นต้น การพิจารณาปัญหาที่เกี่ยวกับการดำเนินการต่อไปหรือปิดกิจการก่อสร้างชั่วคราวนั้น  ฝ่ายบริหารจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ […]

216 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด | รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด
DETAIL

(ภาษาไทย) BLOG 4 : 19-4-60 การตัดสินใจรับคำสั่งซื้อเป็นกรณีพิเศษสำหรับกิจการก่อสร้าง

BLOG 4  :  19-4-60   การตัดสินใจรับคำสั่งซื้อเป็นกรณีพิเศษสำหรับกิจการก่อสร้าง   การตัดสินใจระยะสั้นนั้นมีบางครั้งที่กิจการได้รับข้อเสนอในลักษณะกรณีพิเศษ  นอกเหนือจากการก่อสร้างโดยปกติ เช่น การสั่งซื้อสินค้าหรือชิ้นส่วนของผลิตภัณฑ์ในราคาที่ต่ำกว่าราคาขายตามปกติของกิจการ ซึ่งในภาวะการณ์ปกติกิจการอาจปฏิเสธที่จะขายสินค้าตามใบสั่งซื้อในราคาพิเศษนี้ แต่ถ้าหากว่ากิจการมีกำลังการผลิตที่เหลืออยู่  มีคู่แข่งขันมากมาย หรือภาวะเศรษฐกิจไม่สู้ดีนัก กิจการอาจตัดสินใจยอมรับใบสั่งงานกรณีพิเศษไว้ เพราะอาจทำให้กิจการได้ผลการดำเนินงานโดยรวมหรือมีกำไรเพิ่มขึ้นก็ได้   เกณฑ์การตัดสินใจ   บริษัทเปรมชัยก่อสร้าง จำกัด  ควรจะรับในสั่งงานกรณีพิเศษดังกล่าว เพราะมีกำไรส่วนเกิน และทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น สรุป เกณฑ์ในการพิจารณาตัดสินใจการรับงานก่อสร้างในกรณีพิเศษ ถ้ารายได้ส่วนเพิ่มมากกว่าต้นทุนส่วนเพิ่ม กิจการจะมีกำไรส่วนเพิ่ม  ควรจะพิจารณารับงานพิเศษนั้น แต่ถ้ารายได้ส่วนเพิ่มน้อยกว่าต้นทุนส่วนเพิ่ม กิจการจะประสบผลขาดทุนส่วนเพิ่ม ไม่ควรจะรับงานพิเศษนั้น                 ตัวอย่าง  บริษัทเปรมชัยก่อสร้าง จำกัด เป็นกิจการผลิตเสาเข็ม  โดยปกติมีปริมาณการผลิตเสาเข็มปีละ 15,000  ต้น จำหน่ายในราคาปกติต้นละ   3,000 บาท บริษัทมีกำลังการผลิตสูงสุดได้ประมาณปีละ 22,000 ต้น ต้นทุนการผลิต และค่าใช้จ่ายดำเนินงานผันแปรต้นละ 2,100 บาท ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายดำเนินงานคงที่ปีละ   9,000,000 บาท ณ ระดับการผลิตและการขายดังกล่าวผลการดำเนินงานจะเป็นดังนี้ […]

225 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด | รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด
DETAIL

(ภาษาไทย) BLOG 3 : 19-4-60 การตัดสินใจซื้อหรือผลิตเองสำหรับกิจการก่อสร้าง

BLOG 3 :  19-4-60   การตัดสินใจซื้อหรือผลิตเองสำหรับกิจการก่อสร้าง สำหรับกิจการก่อสร้างนั้น การตัดสินใจที่จะผลิตวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในงานการก่อสร้างเองหรือซื้อจากบุคคลภายนอก  ถือเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับต้นทุนที่ฝ่ายบริหารต้องทำการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำการตัดสินใจ เพราะบางครั้งกิจการที่ทำการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมมีโอกาสที่จะทำการตัดสินใจระหว่างการใช้กำลังการผลิตและความสามารถในการผลิตที่มีอยู่ผลิตชิ้นส่วนเองแทนการสั่งซื้อจากบุคคลภายนอก การที่กิจการทำการผลิตเองนั้น อาจจะเป็นเพราะต้องการใช้กำลังการผลิตและเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีอยู่ทำการผลิตอย่างเต็มที่และต้องการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วยก็ได้ อย่างไรก็ตามกิจการต้องพิจารณาถึงต้นทุนที่เกิดจากการผลิตเองว่าเมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนซื้อมาวิธีใดจะประหยัดกว่ากัน ในการพิจารณาปัญหาเกี่ยวกับการผลิตเองหรือซื้อจากบุคคลภายนอกในที่นี้    จะใช้วิธีวิเคราะห์ข้อมูลส่วนเพิ่มหรือข้อมูลส่วนต่าง (The Incremental or Differential Approach)    ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ถึงต้นทุนส่วนที่แตกต่างกันในแต่ละทางเลือกของการตัดสินใจ  ซึ่งฝ่ายบริหารจะตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่กิจการ เช่น เสียค่าใช้จ่ายต่ำสุด หรือได้ผลตอบแทนที่สูงที่สุด เป็นต้น  ดังนั้น วิธีวิเคราะห์นี้กิจการจะไม่นำข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือข้อมูลที่มีลักษณะเป็นต้นทุนจม    เช่น  ค่าใช้จ่ายคงที่ที่ได้รับการจัดสรร   เป็นต้น ซึ่งไม่มีความแตกต่างกันในแต่ละทางเลือกมาพิจารณาในการวิเคราะห์แต่อย่างใด ตัวอย่าง บริษัทเจริญไทยการก่อสร้าง จำกัด เป็นกิจการรับเหมาก่อสร้างกำลังพิจารณาว่า กิจการควรผลิตเสาเข็มคอนกรีตเอง หรือซื้อจากผู้จำหน่ายภายนอก ปัจจุบันบริษัทสามารถซื้อเสาเข็มคอนกรีตนี้ได้ในราคาต้นละ 2,500 บาท จากผู้จำหน่ายภายนอก  ในแต่ละปีบริษัทมีความต้องการการใช้เสาเข็มคอนกรีตจำนวน 1,000  ต้น บริษัทคิดว่าถ้าทำการผลิตเองจะมีต้นทุนต่ำกว่าที่จะซื้อจากผู้จำหน่ายภายนอก  การผลิตเสาเข็มคอนกรีตนี้กิจการมีต้นทุนคงที่ที่ได้รับการจัดสรรต่อเดือน  350,000 บาท และมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยดังนี้ วัตถุทางตรง                                                                          550         บาท […]

183 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด | รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด
DETAIL

(ภาษาไทย) BLOG 2 : 19-4-60 ขั้นตอนการวิเคราะห์ทางเลือกเพื่อการตัดสินใจสำหรับกิจการก่อสร้าง

BLOG 2  :  19-4-60   ขั้นตอนการวิเคราะห์ทางเลือกเพื่อการตัดสินใจสำหรับกิจการก่อสร้าง การตัดสินใจเพื่อการดำเนินงานของฝ่ายบริหารนั้น ฝ่ายบริหารควรจะได้ทราบและตระหนักถึงขั้นตอนการตัดสินใจเพื่อการบริหาร  และวิธีการวิเคราะห์ทางเลือกเพื่อการตัดสินใจเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดแก่กิจการ ในการวิเคราะห์ทางเลือกเพื่อการตัดสินใจของฝ่ายบริหารนี้มักจะใช้ข้อมูลเชิงปริมาณมาพิจารณาวิเคราะห์  อย่างไรก็ดี ก่อนที่ฝ่ายบริหารจะทำการตัดสินใจควรจะต้องนำข้อมูลเชิงคุณภาพมาพิจารณาประกอบด้วย เมื่อฝ่ายบริหารจะตัดสินใจเลือกทางเลือกในการดำเนินงานของกิจการนั้น ฝ่ายบริหารควรทราบถึงขั้นตอนของการตัดสินใจเพื่อจะได้ทางเลือกที่ให้ประโยชน์สูงที่สุดแก่กิจการ และควรมีการประเมินผลของการตัดสินใจในแต่ละทางเลือก  ทั้งนี้เพื่อช่วยให้การตัดสินใจนั้นมีประสิทธิผล และมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนการตัดสินใจของฝ่ายบริหารมีดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การค้นหา  ศึกษาและระบุปัญหาที่จะทำการตัดสินใจ ขั้นตอนแรกของกระบวนการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร ได้แก่ การรับรู้  ศึกษาและระบุถึงลักษณะ  สภาพของปัญหาที่เกิดขึ้น   ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องการแก้ไข ตลอดจนสามารถระบุถึงสาเหตุต่าง ๆที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านั้นขึ้น ขั้นตอนที่ 2  การกำหนดทางเลือกในการแก้ปัญหา เมื่อสามารถค้นหาและระบุปัญหาที่จะทำการตัดสินใจแก้ไขแล้ว ขั้นตอนถัดไป  ได้แก่  การกำหนดทางเลือกที่จะใช้ในการแก้ไขปัญหา เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมักจะมีแนวทางการแก้ไขปัญหาได้หลายแนวทาง แต่บางครั้งการมีทางเลือกมากเกินไป มักสร้างความยุ่งยากใจให้กับฝ่ายบริหาร ดังนั้นฝ่ายบริหารจึงควรใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจเลือกทางเลือกที่น่าสนใจและคิดว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อการดำเนินงานของกิจการ โดยอาจเลือกไว้สักสองหรือสามทางเลือก และทำการวิเคราะห์ถึงผลดี ผลเสียในแต่ละทางเลือกนั้นด้วย ขั้นตอนที่ 3 การรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องในแต่ละทางเลือก เนื่องจากทางเลือกแต่ละทางเลือกมักจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้น ฝ่ายบริหารจึงควรรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของแต่ละทางเลือก โดยข้อมูลนั้นต้องเชื่อถือได้  ถูกต้อง  ครบถ้วนและสามารถรวบรวมได้ให้ทันเวลาในการตัดสินใจ  โดยฝ่ายบริหารควรพิจารณาถึงต้นทุนเสียโอกาสของแต่ละทางเลือกด้วย  แม้ว่าจะเป็นต้นทุนที่ไม่ได้บันทึกบัญชีก็ตาม  […]

175 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด | รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด
DETAIL

BLOG 1 : 19-4-60 การประยุกต์ใช้ต้นทุนเพื่อการตัดสินใจระยะสั้นสำหรับกิจการก่อสร้าง

BLOG 1  :  19-4-60 การประยุกต์ใช้ต้นทุนเพื่อการตัดสินใจระยะสั้นสำหรับกิจการก่อสร้าง             ลักษณะข้อมูลเพื่อการตัดสินใจระยะสั้นสำหรับกิจการก่อสร้าง ข้อมูลทางการบัญชีถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง  ต่อการวางแผนและตัดสินใจของฝ่ายบริหาร  ซึ่งลักษณะของข้อมูลทางการบัญชีที่ใช้เพื่อการตัดสินใจ  จะต้องเป็นข้อมูลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต  และต้องมีความแตกต่างกันในแต่ละทางเลือก   การจำแนกประเภทข้อมูลที่ใช้เพื่อการตัดสินใจเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ต้นทุน  ซึ่งมีสามารถจำแนกประเภทของต้นทุนต่างๆ ได้ตามวัตถุประสงค์ในการใช้ ข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร มีทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและข้อมูลเชิงคุณภาพ แหล่งที่มาของข้อมูลได้มาจากภายในและภายนอกกิจการ  ข้อมูลจากภายในกิจการได้มาจากการบัญชีต้นทุนและการบัญชีทั่วไป ข้อมูลจากภายนอกกิจการได้มาจากข้อมูลที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ เทคโนโลยีการเมืองและสังคม  ฝ่ายบริหารจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการวางแผน การควบคุมและการประเมินผลการดำเนินงาน                 ลักษณะที่สำคัญของข้อมูลเพื่อการตัดสินใจของฝ่ายบริหารนั้น  จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์  เชื่อถือได้ และเป็นข้อมูลที่เพียงพอและรวดเร็วทันต่อการนำไปวิเคราะห์เพื่อใช้ในการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ  ลักษณะของข้อมูลเพื่อการตัดสินใจของฝ่ายบริหารนั้น จะต้องประกอบด้วยลักษณะที่สำคัญ  2  ลักษณะดังนี้คือ   ข้อมูลต้องเกิดขึ้นในอนาคต เป็นข้อมูลหรือต้นทุนหรือผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต  และ ข้อมูลต้องมีความแตกต่าง เป็นข้อมูลหรือต้นทุนหรือผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนั้นๆ จะต้องมีความแตกต่างกันในระหว่างทางเลือก หากข้อมูลที่มีลักษณะไม่ครบทั้ง 2 ประการข้างต้นแล้ว ฝ่ายบริหารก็ไม่ควรนำมาพิจารณาเพื่อการตัดสินใจ  ข้อมูลที่นำมาใช้เพื่อการตัดสินใจของกิจการนั้นไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพหรือข้อมูลเชิงปริมาณก็ตาม  ควรมีลักษณะที่สำคัญของข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ  ดังต่อไปนี้ มีความเกี่ยวข้องกับปัญหา เป็นข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาที่จะตัดสินใจหรือกำลังพิจารณา หากกิจการใช้ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหามาพิจารณาตัดสินใจ อาจก่อให้เกิดผลเสียหายต่อกิจการได้ ดังนั้นข้อมูลที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาฝ่ายบริหารไม่ควรนำมาพิจารณา มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ […]

252 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด | รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด
DETAIL

(ภาษาไทย) (BLOG 5 : 9-1-60) การบัญชีการเงิน การบัญชีเพื่อการจัดการ การบัญชีต้นทุน การบัญชีภาษีอากร กฎหมายธุรกิจ และการางแผนภาษีอากร

(BLOG 5 : 9-1-60)   การบัญชีการเงิน การบัญชีเพื่อการจัดการ การบัญชีต้นทุน การบัญชีภาษีอากร กฎหมายธุรกิจ และการางแผนภาษีอากร   1.1 การบัญชีการเงิน  เป็นบัญชีที่จัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป (Generally Accepted Accounting Principle : GAAP) หรือมาตรฐานการบัญชี ทั้งนี้ เพื่อให้บุคคลภายนอกนำข้อมูลทางบัญชี อันได้แก่งบการเงินไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจต่างๆ 1.2 การบัญชีบริหารหรือการบัญชีเพื่อการจัดการ (Managerial Accounting) เป็นบัญชีที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทางบัญชีหรือรายงานสำหรับฝ่ายบริหารของกิจการ ในอันที่จะนำข้อมูลทั้งในส่วนที่เป็นข้อมูลทางการเงิน และที่มิใช่ข้อมูลที่เป็นตัวเงิน ไปใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ วางแผน ติดตามผล และควบคุมการปฏิบัติงานของพนักงาน รวมทั้งการแก้ไขปรับปรุงการปฏิบัติงานของกิจการ อาทิ การศึกษาสภาพคล่องของกิจการ การบริหารกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ โครงสร้างทางการเงินของกิจการ การจัดหาแหล่งที่มาทางการเงิน การหากำไร การลงทุนระยะสั้น การบัญชีเพื่อการจัดการ ประกอบด้วย การวางแผนควบคุม และตีราคาสินค้าคงเหลือ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุน ปริมาณ และกำไร ผลกระทบที่มีต่อรายได้หรือกำไรของ วิธีการตีราคาต้นทุนสินค้าที่ผลิตได้ที่แตกต่างกัน ต้นทุนที่มีความหมายและวิธีกำไรส่วนเกิน เพื่อใช้ในการตัดสินใจทางบัญชีต้นทุน การวิเคราะห์ต้นทุนและการงบรายจ่ายลงทุน […]

145 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด | รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด
DETAIL

(ภาษาไทย) (BLOG 4: 9-1-60) จรรยาบรรณทางวิชาชีพการบัญชี

(BLOG 4: 9-1-60)  จรรยาบรรณทางวิชาชีพการบัญชี                         จรรยาบรรณทางวิชาชีพการบัญชี ที่สำคัญและควรตระหนักถึงมี  3  ประเด็น ดังนี้ จรรยาบรรณของผู้บริหาร จรรยาบรรณของวิชาชีพ                    3.  มรรยาทของนักบัญชี จรรยาบรรณของผู้บริหาร (Management Ethic) ผู้บริหารที่มีจริยธรรม เป็นผู้ประกอบด้วยความมีระเบียบวินัย การรู้จักคิดสร้างสรรค์ การมีศีลธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติที่ชอบที่ควร มีคุณค่าควรยึดถือเป็นเยี่ยงอย่าง ปฏิบัติงานเพื่ออุดมการณ์ มีการใช้อำนาจอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ถูกต้องและสม่ำเสมอ เป็นผู้ที่สามารถรักษาความยุติธรรมระหว่างกิจการที่ทำกับบุคคลหรือองค์กร องค์ประกอบของจรรยาบรรณของผู้บริหาร มีดังนี้ จรรยาบรรณพื้นฐาน เป็นเรื่องปฏิบัติทั่วไป 1)เป็นพลเมืองดี เคารพกฎหมาย 2) มีความรับผิดชอบต่อสังคม ความอยู่ดีกินดีของสังคมมากกว่ามุ่งแสวงหากำไรอย่างเดียว 3) ละเว้นจากการปฏิบัติงานวิธีสกปรกหรือใช้อิทธิพลมืด จรรยาบรรณทางวิชาชีพ เป็นที่ยอมรับและต้องพัฒนาต่อไป 1) มีความซื่อสัตย์ ซื่อสัตย์ต่อองค์กร ต่อตนเอง ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง 2) บริหารงานด้วยเหตุผลและความชอบธรรม มีศีลธรรม 3) บริหารงานให้มีประสิทธิภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ […]

165 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด | รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด
DETAIL

(ภาษาไทย) (BLOG 3 : 9-1-60) การบัญชีการเงิน (Financial Accounting) กับ การบัญชีบริหาร (Managerial Accounting)

(BLOG  3 : 9-1-60)  การบัญชีการเงิน  (Financial Accounting)   กับ การบัญชีบริหาร  (Managerial Accounting) การบัญชีการเงิน  (Financial Accounting)   หมายถึง    การจดบันทึก การรวบรวมข้อมูลทางการเงินของกิจการซึ่งเป็นตัวเลขและได้เกิดขึ้นแล้วในอดีต โดยยึดหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป หรือมาตรฐานการบัญชี เพื่อจัดทำงบการเงินหรืองบการเงินเสนอต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกิจการ   โดยมีรูปแบบเป็นไปตามมาตรฐาน กิจการทั่วไปมีวัตถุประสงค์ในการจัดทำบัญชี    เพื่อแสดงผลการดำเนินงาน    และฐานะทางการเงินของกิจการ ซึ่งจะช่วยให้ฝ่ายบริหารและบุคคลภายนอกนำข้อมูลที่ได้จากรายงานทางการเงินไปใช้เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจในการดำเนินงานต่อไป ความสำคัญหรือประโยชน์ของการบัญชีการเงิน ได้แก่ เพื่อจดบันทึกรายการค้า จัดประเภทหรือหมวดหมู่ และรวบรวมข้อมูลทางการเงินที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทราบถึงฐานะการเงินของกิจการ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ที่จัดทำงบการเงินเพื่อแสดงว่ากิจการมีสินทรัพย์ หนี้สิน และทุนเป็นจำนวนเท่าใด เพื่อให้ทราบผลการดำเนินงานของกิจการในเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งรวบรวมจากรายได้และค่าใช้จ่ายของกิจการในงวดนั้นๆ เพื่อคำนวณหากำไรหรือขาดทุนสุทธิของกิจการ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ต่างๆ ของกิจการ  ได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมรักษาทรัพย์สินต่างๆ ของกิจการ   โดยมีการจดบันทึกรายการสินทรัพย์ แต่ละประเภทของกิจการ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกิจการในปีปัจจุบันกับอดีตได้ เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานในอนาคตได้ เพื่อให้ข้อมูลแก่ฝ่ายบริหารเพื่อนำไปใช้ในการวางแผนควบคุม และตัดสินใจแก้ปัญหาทางการเงิน ผลของงานบัญชีที่ได้ในแต่ละงวดกิจการ ก็คือ งบการเงินหรือรายงานบัญชีการเงิน   (Financial Statement)  […]

1,194 total views, 5 views today

By รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด | รองศาสตราจารย์ ดลพร บุญพารอด
DETAIL
TOP