รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย

(ภาษาไทย) การบริหารรายจ่ายของรัฐบาลและระบบงบประมาณ

แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารรายจ่ายของรัฐบาลและระบบงบประมาณ ด้วยเหตุที่สังคมมีทรัพยากรจำกัด การจะนำไปใช้จัดทำบริการสาธารณะให้แก่ประชาชนรัฐบาลจึงต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพ (efficiency) ในการใช้และการใช้อย่างประหยัด (economized) แต่จะต้องเกิดประสิทธิผลด้วย การที่จะดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้นั้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องจัดหาทรัพยากร กำหนดวิธีการดำเนินงานและแนวทางการนำเอาทรัพยากรไปใช้ในการจัดทำบริการสาธารณะการดำเนินการของรัฐบาลดังกล่าวเรียกว่า การวางแผนการจัดหารายได้ และการวางแผนการใช้จ่ายซึ่งเป็นการนำเอาทรัพยากรที่รัฐบาลจัดหามานั้นไปใช้ในการดำเนินงานตามแผน โดยที่แผนการจัดหารายได้และแผนการใช้จ่ายในภาครัฐนี้เรียกว่า งบประมาณ ซึ่ง Robert D. Lee Ronald W. Johnsonและ Philip G. Joyce (2013:13-14) ได้กล่าวไว้ในหนังสือ Public Budgeting Systems ว่า “งบประมาณเป็นเอกสารหรือที่รวมเอกสารซึ่งแสดงฐานะทางการคลังขององค์การ รวมถึงสารสนเทศเกี่ยวกับรายรับและรายจ่าย กิจกรรม และเป้าประสงค์หรือเป้าหมาย” (Budget is a document or a collection of documents that refers to the financial condition and future plans of an organization […]

1,078 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL

การบริหารหนี้สาธารณะ

มีเนื้อหาเฉพาะภาษาอังกฤษ กรุณาเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาอังกฤษ 1,135 total views, 2 views today

1,135 total views, 2 views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL

(ภาษาไทย) ลางร้าย 5 ประการของหน่วยงานที่ไม่น่าทำงานและวิธีการแก้ไข

ลางร้าย 5 ประการของหน่วยงานที่ไม่น่าทำงานและวิธีการแก้ไข ——————————————————————————————————————————— รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย/ Chaloemphong Misomnai. Ph.D., Associate Professor of Public Administration. มีสัญญาณ 5 ประการที่บ่งชี้ถึงสภาพของหน่วยงานหรือองค์การที่เลวร้าย 5 ประการที่พนักงานหรือบุคลากรควรหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปทำงานหรือหรือที่ทำงานอยู่แล้วก็น่าที่จะโยกย้ายเปลี่ยนไปทำงานที่อื่น เพราะเป็นหน่วยงานที่ยากจะ”ฝากผีฝากไข้” เข้าไปหรืออยู่ทำงานได้ สัญญาณ 5 ประการได้แก่ 1) การเข้า-ออกงานสูง (The turnover is high) 2) พนักงานหวาดกลัวผู้บังคับบัญชา(People are afraid of the boss) 3) คนจะกลับทันทีเมื่อเลิกงาน (People leaves exactly at quitting time) 4) คนไม่ค่อยคบค้าสมาคมกัน(Coworkers don’t socialize) และ 5) มีแต่คนที่เอาแต่ได้ แต่ไม่ยอมให้ (It’s […]

235 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL

(ภาษาไทย) การจัดหารายได้ของรัฐโดยการจัดเก็บภาษี : แนวคิดและหลักการ

การจัดหารายได้ของรัฐโดยการจัดเก็บภาษี : แนวคิดและหลักการ ในการจัดหารายได้ของรัฐบาลไทยในหลายๆ ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่มาจากการจัดเก็บภาษี ส่วนรายได้จากการขายสิ่งของและบริการ รายได้จากรัฐพานิชย์ และรายได้อื่นนั้นมีมามากนัก ดังนั้น การที่จะจัดหารายได้จากการจัดเก็บภาษีอย่างไรจึงจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและประชาชนมากที่สุดจำเป็นต้องมีหลักการและวิธีการที่ดีและเป็นที่ยอมรับ ในหนังสือ An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of Nations นั้น อดัม สมิธ ได้กำหนดหลัก (maxim) 4 ข้อเกี่ยวกับการภาษีโดยทั่วไป ดังนี้ คนในบังคับของรัฐทุกรัฐพึงจ่ายเงินค้ำจุนรัฐบาลตามส่วนกับความสามารถของตน นั่นคือ ตามส่วนกับประโยชน์ที่ตนได้รับภายใต้การคุ้มครองของรัฐ ภาษีที่แต่ละคนต้องจ่ายพึงมีความแน่นอน ไม่ใช่กำหนดตามอำเภอใจ กำหนดเวลาชำระ วิธีชำระ และจำนวนที่ต้องชำระพึงมีความชัดเจน เข้าใจง่ายสำหรับผู้ชำระและทุกคน พึงเก็บภาษีทุกชนิดในเวลาหรือโดยวิธีที่น่าจะสะดวกที่สุดสำหรับผู้จ่าย พึงคิดหาวิธีที่สิ้นเปลืองน้อยที่สุดในการจัดเก็บภาษีทุกชนิดแก่ทั้งรัฐและผู้จ่ายภาษี ความสิ้นเปลืองนี้แบ่งได้เป็น 4 ประการ คือ 1) ใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมาก หรือต้องตั้งรางวัลมาก 2) ภาษีอาจขัดขวางความอุตสาหะของราษฎร(เพราะว่าทำงานมาก มายได้มาก เสียภาษีสูง)พลอยทำให้การมีงานทำและรายได้ลดลง 3) การริบทรัพย์หรือปรับผู้ที่พยายามหลบเลี่ยงภาษีมักทำให้พวกเขาหมดตัว […]

321 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL

(ภาษาไทย) การบริหารรายรับของรัฐบาล: เงินกู้

การบริหารรายรับของรัฐบาล: เงินกู้ ในกรณีที่รัฐบาลต้องการสร้างความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ หรือ การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รัฐบาลอาจใช้นโยบายขาดดุลทางด้านการคลัง ดังนั้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องก่อหนี้สาธารณะ ดังนั้นหนี้สาธารณะจึงถือเป็นรายได้ของรัฐบาลประเภทหนึ่ง เรียกว่า “รายได้จากเงินกู้” รายได้ประเภทนี้เป็นรายได้ที่ต้องชำระหนี้คืนพร้อมดอกเบี้ยแก่เจ้าหนี้ตามระยะเวลาที่กำหนด รายได้จากเงินกู้ แม้ว่าการก่อหนี้สาธารณะจะเป็นภาระสำหรับคนรุ่นต่อไปในอนาคตที่จะต้องชำระหนี้คืนให้แก่เจ้าหนี้เมื่อครบเวลาที่กำหนดนั่นคือ เมื่อครบวาระที่รัฐบาลต้องชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยรัฐบาลจำเป็นต้องตั้งงบปมระมาณเพาอการชำระหนี้ นั้นหมายถึงว่ารัฐบาลจำเป็นต้องจัดหาเงินมาชำระหนี้ซึ่งอาจจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นหรือกู้เงินใหม่เพื่อใช้หนี้เก่า หรือ อื่นๆ ก็ได้ แต่ด้วยเหตุที่รัฐบาลมีขีดจำกัดในการใช้ทรัพยากรของสังคมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ทำให้มีความจำเป็นหลายประการที่รัฐบาลจำเป็นกู้เงินมาใช้ในการพัฒนาประเทศ ความหมายของเงินกู้ เงินกู้ หมายถึง การกู้เงินของรัฐบาลในแต่ละปีงบประมาณเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณหรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 9 ทวิ ของพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และมาตรา 21 ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 ซึ่งกำหนดให้กู้ได้ร้อยละ 20 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกับอีกร้อยละ 80 ของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้ การกู้เงินดังกล่าวจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยหนี้สาธารณะ สาเหตุที่ทำให้รับบาลจำเป็นต้องกู้เงิน มีดังนี้ 1) การขาดดุลระหว่างรายได้กับรายจ่าย ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลต้องการใช้เงินเพื่อการจัดสรรทรัพยากรให้เป็นประโยชน์มากที่สุด แต่มีทรัพยากรโดยเฉพาะงบประมาณจำกัด รัฐบาลอาจจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อนำมาผลิตบริการสาธารณะให้แก่ประชาชนให้ความเป็นอยู่ที่ดี มีมาตรฐานในการดำรงชีพที่สูงขึ้นนอกจากนี้การกู้เงินอาจจะนำมาใช้ในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เกิดภาวะเงินฝืดในระบบเศรษฐกิจ หรืออาจต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการพัฒนา เกิดการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น และกระตุ้นให้ภาคเอกชนเพิ่มการลงทุน […]

194 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL

การบริหารรายรับของรัฐบาล:การบริหารการประมาณการรายรับ

การบริหารรายรับของรัฐบาล:การบริหารการประมาณการรายรับ แนวคิดทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารรายรับรัฐบาล ในทัศนะของ Richard Abel Musgrave, และ Peggy B. Musgrave นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันเชื้อสายเยอรมัน ได้มีผลงานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องการจัดการการคลังสาธารณะ โดยเฉพาะผลงาน “The Theory of Public Finance”ที่ยังคงมีอิทธิพลต่อการบริหารการคลังของประเทศต่างๆ หลายประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ มัสเกรฟ เห็นว่ารัฐบาลทำหน้าที่ทางเศรษฐกิจ 3 ประการคือ 1) หน้าที่ในการจัดสรรการใช้ทรัพยากรของสังคม (allocation function) เนื่องจากทรัพยากรของสังคม (เช่น ที่ดิน, แรงงาน, ทุน, เทคนิค และวิทยาการต่าง ๆ) มีอยู่อย่างจำกัด แต่ความต้องการในการบริโภคสินค้าและบริการของคนในสังคมมีไม่จำกัด เพื่อจัดทำ/จัดหา สินค้า และบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ในการนี้รัฐบาลจึงต้องเข้ามาจัดสรร วางระบบ และกำหนดวิธีการใช้ทรัพยากรของสังคมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย และต้องตอบสนองความต้องการของสมาชิกในสังคมให้ได้มากที่สุด และต้องมีความยุติธรรมและเท่าเทียมกัน สินค้าและบริการที่เป็นที่ต้องการของประชาชน มี 2 ประเภท ได้แก่ สินค้าเอกชน (private goods) และสินค้าสาธารณะ (public […]

993 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL

(ภาษาไทย) การบริหารรายรับของรัฐบาล: การประมาณการรายได้

การบริหารรายรับของรัฐบาล: การประมาณการรายได้ ในปีงบประมาณ 2560 นี้ การจัดหารายได้ของรัฐบาลนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องจัดหาให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายซึ่งในปีงบประมาณนี้กำหนดไว้ที่ 2,776,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลคาดว่าจะมีรายได้จากแหล่งต่างๆ 4 แหล่งที่สำคัญคือ 1) รายได้จากการจัดเก็บภาษีอากร จำนวน 2,144,083 ล้านบาท 2) รายได้จากการขายสิ่งของและบริการ จำนวน 28,333 ล้านบาท 3) รายได้จากรัฐพาณิชย์ จำนวน 131,000 ล้านบาท และรายได้อื่น จำนวน 39,584 ล้านบาท รวมจำนวน 2,343,000 ล้านบาทโดยในปีงบประมาณ 2560 นี้รัฐบาลจัดทำงบประมาณขาดดุล รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อให้เพียงพอกับเงินที่รัฐบาลจำเป็นต้องใช้จ่ายอีกจำนวน 390,000 ล้านบาท การจักหารายได้ของรัฐบาลในแต่ละปีจะได้มากน้อยเท่าใดนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องประมาณการรายได้โดยมีขั้นตอนการประมาณการรายได้ดังภาพต่อไปนี้ 1.จัดตั้งคณะทำงานประมาณการรายได้และติดตามผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาล 2.การประมาณการรายได้เบื้องต้น 3.การพิจารณาทบทวนการประมาณการรายได้เบื้องต้น 4.การติดตามผลการประมาณการรายได้ (1) ขั้นตอนแรกการจัดตั้งคณะทำงานประมาณการรายได้และติดตามผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาล มีโครงสร้างของคณะทำงาน ประกอบด้วย 1. ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ประธานคณะทำงาน 2. รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รองประธานฯ 3. รองอธิบดีกรมสรรพสามิต […]

163 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL

(ภาษาไทย) รัฐบาลกับการจัดการรายได้และใช้จ่าย

รัฐบาลกับการจัดการรายได้และใช้จ่าย ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่ารัฐบาลมีหน้าที่ทำอะไรและอย่างไรให้กับคนไทยบ้าง แต่การที่รัฐบาลจะทำอะไรจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรบริหารโดยเฉพาะงบประมาณซึ่งเป็นเรื่องการจัดหารายได้เพื่อนำมาใช้จ่ายทำอะไรต่อมิอะไรให้กับคนไทย การจัดหารายได้ของรัฐบาลนั้นจะได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับแหล่งรายได้ต่างๆ 4 แหล่งที่สำคัญได้แก่ รายได้จากการจัดเก็บภาษีอากร รายได้จากการขายสิ่งของและบริการ รายได้จากรัฐพาณิชย์ และรายได้อื่น โดยในปีงบประมาณ 2560 นี้รัฐบาลมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 78.5 จากการจัดเก็บภาษีอากร(2,144,083 ล้านบาท) ร้อยละ 1 จากการขายสิ่งของและบริการ(28,333 ล้านบาท) ร้อยละ 4.8 จากรัฐพาณิชย์(131,000 ล้านบาท) และร้อยละ 1.5 จากรายได้อื่น (39,584 ล้านบาท) ที่เหลืออีกร้อยละ 14.3 (390,000 ล้านบาท) รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อให้เพียงพอกับเงินที่รัฐบาลจำเป็นต้องใช้จ่ายจำนวน 2,776,000 ล้านบาทเพื่อไปทำในสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องต้องการ ด้วยเหตุที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากภาษีอากรซึ่งเกี่ยวพันโดยตรงกับภาวะทางเศรษฐกิจ เราเชื่อกันว่าถ้าปีใดเศรษฐกิจดี รัฐบาลจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากการจัดเก็บภาษีอากร หากมากพออาจทำให้ไม่จำเป็นต้องกู้เงิน หรืออาจกู้เงินในจำนวนที่น้อยลงเมื่อรัฐจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล สำหรับประเทศไทยนั้นในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2560 นี้รัฐบาลเห็นว่า “การขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวมยังมีข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกขยายตัวในเกณฑ์ต่ำ การลดลงของราคาสินค้าในตลาดโลก ค่าเงินบาทที่ยังมีความเสี่ยงที่จะผันผวนและแข็งค่าหากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯมีความล่าช้า รวมทั้งสถาบันการเงินยังมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่ออย่างต่อเนื่องนั้น….” ปัจจัยดังกล่าวนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะจัดเก็บภาษีอากรได้เพิ่มมากขึ้นขึ้นจากฐานภาษีและอัตราภาษีที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ฐานภาษี (Tax base) คือสิ่งที่เป็นมูลเหตุที่ทำให้บุคคลต้องเสียภาษีอากร […]

172 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย | รองศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพงศ์ มีสมนัย
DETAIL
TOP