ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา

วัฒนธรรมของประเทศราชอาณาจักรกัมพูชา

เอกลักษณ์ของประเทศกัมพูชามีพื้นฐานมาจากศาสนาทั้งศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู รวมทั้งได้รับอิทธิพลจากอินเดีย ทั้งทางด้านภาษาและศิลปะผ่านทางแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจากการค้าทางทะเลทางไกลกับอินเดียและจีนจนเกิดอาณาจักรฟูนันขึ้นเป็นครั้งแรก ศาสนา ประเทศกัมพูชากำหนดให้ศาสนาพุทธนิการเถรวาทเป็นศาสนาประจำชาติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มีผู้นับถือศาสนาพุทธมากถึง 95% ของประชาชนทั้งหมด รองลงมา คือ ศาสนาอิสลาม 3% ศาสนาคริสต์ 1.7% ศาสนาพราหมณ์และฮินดู 0.3% ภาษา ประเทศกัมพูชาใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาราชการ ส่วนภาษาที่ใช้โดยทั่วไป ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเวียดนาม ภาษาไทย และภาษาจีน ปัจจุบันชาวกัมพูชารุ่นใหม่สามารถใช้ภาษาเหล่านี้ได้ดีมาก โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวภาษาเขมรเป็นภาษาที่ได้รับอิทธิพลมาจากภาษาสันสกฤต และภาษาบาลี ผ่านทางศาสนาพุทธและฮินดู ภาษาเขมรจัดเป็นภาษาโบราณภาษาหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อภาษาไทย เช่น คำราชาศัพท์ของไทย ภาษาเขมรเป็นภาษาที่แตกต่างจากภาษาในประเทศเพื่อนบ้านอย่างภาษาไทย ภาษาลาว และภาษาเวียดนาม เนื่องจากภาษาเขมรไม่มีเสียงวรรณยุกต์ ภาษาเขมรเขียนด้วยอักษรเขมรและเลขเขมร ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเลขไทย และเป็นที่นิยมมากกว่าการใช้เลขอารบิก การแต่งกาย ประเทศกัมพูชามีชื่อเสียงในเรื่องผ้าไหมและผ้าฝ้าย การแต่งการประจำชาติ ชาวกัมพูชาจะนุ่งผ้าซัมปอต (Sompot) ซึ่งเป็นผ้าทอมือทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหม ข้าราชการผู้ใหญ่จะนุ่งผ้าโฮล (ผ้ามัดหมี่)กับเสื้อมีกระดุมสีทอง ในงานพิธีจะนุ่งผ้าโจงกระเบน เวลาไปวัดจะนุ่งผ้าม่วง ส่วนการแต่งกายโดยปกติ ผู้ชายจะใส่เสื้อคอกลมผ่าหน้า นุ่งโสร่งสีสันต่างๆ มีผ้าขาวม้าคาดพุงหรือคล้องไหล่ ผู้หญิงนุ่งผ้าถุงลายตั้งมีเชิงตามขวางสองชั้น […]

185 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL

ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของราชอาณาจักรกัมพูชา

ที่ตั้ง ประเทศกัมพูชามีชื่อทางการว่า ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia) ตั้งอยู่กลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทิศเหนือติดกับประเทศไทย (จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์) และประเทศลาว (แขวง อัตตะปือและจำปาสัก) ทิศตะวันออกติดกับประเทศเวียดนาม (จังหวัดกอนทูม เปลกู ซาลาย ดั๊กลั๊ก ส่องแบ๋ เตยนิน ลองอาน ด่งท๊าบ อันซาง และเกียงซาง) ทิศตะวันตกติดกับประเทศไทย (จังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และตราด) และทิศใต้ติดกับอ่าวไทย และมีแนวกั้นพรมแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ดังนี้ ด้านตะวันออกมีแนวเทือกเขาอันนัมใช้เป็นแนวพรมแดนกับประเทศเวียดนาม ด้านเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือมีแนวเทือกเขาพนมดงรักเป็นแนวพรมแดนกับประเทศไทย ด้านใต้และตะวันตกเฉียงใต้มีแนวเทือกเขาบรรทัดเป็นแนวพรมแดนกับประเทศไทย ลักษณะภูมิประเทศ ประเทศกัมพูชามีลักษณะภูมิประเทศคล้ายชามหรืออ่าง คือตรงกลางเป็นแอ่งทะเลสาบ และลุ่มแม่น้ำโขง โดยมีภูเขาล้อมรอบทั้ง 3 ด้าน พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศประมาณร้อยละ 75 เป็นที่ราบรอบทะเลสาบเขมร และดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง มีขนาดกว้าง 500 กิโลเมตร ยาว 450 กิโลเมตร พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 181,035 […]

220 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL

ผลกระทบของการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมที่หลายประเทศให้ความสำคัญ การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจึงอาจส่งผลกระทบต่อประเทศเหล่านั้นทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านวัฒนธรรม และด้านสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รายละเอียดดังนี้  ผลกระทบของการท่องเที่ยวทางด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวมีความสำคัญกับระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ระบบการไหลเวียนของการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวในเชิงเศรษฐศาสตร์เรียกว่า ผลกระทบทวีคูณ (Multiplier Effect) เป็นการศึกษาว่ารายได้จากการท่องเที่ยวทางตรงกระจายส่งผลไปจนถึงสิ้นสุดจะเป็นกี่รอบจึงจะทำให้ค่าของเงินที่กระจายนั้นเป็นศูนย์ ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบบัญชีประชาชาติเพื่อการท่องเที่ยว (Tourism Satellite Account – TSA) เพื่อใช้วัดผลกระทบทางการท่องเที่ยวเชิงเศรษฐศาสตร์ได้ชัดเจนมากขึ้น ผลกระทบทางเศรษฐกิจของการท่องเที่ยวอาจจำแนกตามประเภทของนักท่องเที่ยวในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 1.1 ผลกระทบจากนักท่องเที่ยวในประเทศ การใช้จ่ายเงินของนักท่องเที่ยวภายในประเทศ (Domestic Tourist) เป็นการใช้จ่ายเงินที่เกิดขึ้นภายในประเทศเดียวกันแต่อาจต่างท้องถิ่นกัน ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบที่สำคัญ ดังนี้ 1.1.1 ผลกระทบต่อรายได้ (Income) การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวจะกลายเป็นรายได้ของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และธุรกิจจะใช้เงินนี้ต่อไปเพื่อตอบสนองการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเกี่ยวเนื่องกันไปเป็นทอด ๆ ทำให้ระดับรายได้ของประชากรและรายได้โดยรวมของแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามอัตราค่าครองชีพในแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าวมักสูงขึ้นด้วย 1.1.2 ผลกระบต่อรายรับรัฐบาล (Government Revenue) การใช้จ่ายเงินของนักท่องเที่ยวในการซื้อสินค้าและบริการ ส่วนหนึ่งจะกลายเป็นรายรับของรัฐบาลในรูปของภาษีอากร เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้รัฐยังมีรายรับจากค่าธรรมเนียมการเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง 1.1.3 ผลกระทบต่อการจ้างงาน (Employment) อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจำเป็นต้องใช้แรงงานจำนวนมากทั้งแรงงานฝีมือและแรงงานไร้ฝีมือ จึงเป็นการสร้างงานและสร้างอาชีพต่าง ๆ แก่ประชากรในแหล่งท่องเที่ยวและท้องถิ่นใกล้เคียง อย่างไรก็ตามบางท้องถิ่นอาจเป็นการจ้างงานตามฤดูกาลของการท่องเที่ยวเท่านั้น ช่วงเวลานอกฤดูกาลท่องเที่ยวอาจเกิดการว่างงานได้ […]

1,238 total views, 4 views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL

องค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยว

องค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยว ได้แก่ นักท่องเที่ยว ทรัพยากรท่องเที่ยว ธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประชาชนในท้องถิ่น และองค์กรด้านการท่องเที่ยว (สุวัฒน์ จุธากรณ์, 2553: 24-38) รายละเอียดดังนี้ นักท่องเที่ยว (Tourist) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการท่องเที่ยวการศึกษาถึงลักษณะทางประชากรศาสตร์ของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการทำความเข้าใจนักท่องเที่ยวและเป็นประโยชน์เชิงการตลาด จำแนกเป็น 1) ลักษณะของเพศ พบว่าโดยทั่วไปนักท่องเที่ยวชายเป็นกลุ่มที่มีการเดินทางมากกว่านักท่องเที่ยวหญิง 2) อายุ พบว่าบุคคลที่มีช่วงอายุแตกต่างกันจะมีความสามารถในการเดินทางต่างกัน และกลุ่มวัยทำงานตอนต้นที่มีอายุระหว่าง 25-34 ปีเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายเงินได้สูงสุด กลุ่มวัยนี้จะมีการเดินทางท่องเที่ยวมากกว่ากลุ่มวัยอื่น เนื่องจากมีรายได้เป็นของตนเอง และเลือกทำกิจกรรมได้หลายอย่าง 3) อาชีพ พบว่ากลุ่มคนทำงานในอาชีพระดับสูงมีโอกาสเดินทางมากกว่ากลุ่มอื่น เพราะมีทุนทรัพย์มากกว่า 4) ระดับรายได้ กลุ่มบุคคลที่มีรายได้สูงหรือลุ่มระดับบนมีโอกาสเดินทางไกลและบ่อยครั้งกว่าบุคคลอื่น 5) ระดับการศึกษา เป็นตัวแปรที่สอดคล้องกับอาชีพและรายได้ บุคคลที่มีการศึกษาสูงมักมีอาชีพและรายได้ดี จึงมีโอกาสเดินทางบ่อยกว่ากลุ่มอื่น 6) สถานภาพสมรส กลุ่มคนโสดมีโอกาสเดินทางได้บ่อยครั้ง และลาพักได้นนกว่ากลุ่มที่แต่งงานแล้ว และ7) ถิ่นพำนัก บุคคลที่อยู่ในสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมที่ต่างกันย่อมมีความต้องการเลือกแหล่งท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังควรคำนึงถึงการกระจายตัวของนักท่องเที่ยว วัตถุประสงค์หลักของการเดินทาง เช่น เพื่อการพักผ่อน เพื่อธุรกิจ เพื่อเยี่ยมญาติ กิจกรรมต่าง […]

776 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL

รูปแบบการท่องเที่ยว

รูปแบบการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ (Natural Based Tourism) เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่เน้นการท่องเที่ยวที่อยู่ในแหล่งธรรมชาติเป็นสำคัญ มีรูปแบบที่สำคัญดังนี้ 1.1 การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เป็นการท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นและแหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศ โดยมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การจัดการสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมของท้องถิ่น เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดจิตสำนึกต่อการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน 1.2 การท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล (Marine Ecotourism) เป็นการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบในแหล่งธรรมชาติทางทะเลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศทางทะเล โดยมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การจัดการสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมของท้องถิ่น เพื่อมุ่งให้เกิดจิตสำนึกต่อการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน เช่น การเที่ยวชมป่าโกงกาง หมู่บ้านชาวเล และการเที่ยวชมที่อยู่ของปลาวาฬ เป็นต้น 1.3 การท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา (Geotourism) เป็นการท่องเที่ยวเพื่อดูความงามของภูมิทัศน์ที่มีความแปลกที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก เช่น อุโมงค์ ถ้ำบนหน้าผา ถ้ำน้ำลอด ถ้ำหินงอกหินย้อย ฟอสซิล รวมทั้งศึกษาธรรมชาติของหิน ดิน แร่ เป็นต้น นักท่องเที่ยวจะได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ บนพื้นฐานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ และมีจิตสำนึกต่อการรักษาสภาพแวดล้อม โดยประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมต่อการจัดการการท่องเที่ยว .1.4 การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agrotourism) เป็นการเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่เกษตรกรรมสวนเกษตร วนเกษตร สวนสมุนไพร ฟาร์มปศุสัตว์และเลี้ยงสัตว์ เช่น ชมทุ่งดอกทานตะวัน […]

491 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL

รูปแบบการท่องเที่ยวตามความสนใจพิเศษ

รูปแบบการท่องเที่ยวตามความสนใจพิเศษ (Special Interest Tourism) เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเน้นการสร้างสรรค์กิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่หลากหลายและแตกต่างตามความสนใจของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย มีรูปแบบที่สำคัญดังนี้ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism/Medical Tourism) เป็นการท่องเที่ยวที่เน้นกิจกรรมเพื่อเรียนรู้วิธีการรักษาสุขภาพกายใจ นักท่องเที่ยวจะได้รับความรู้ในการรักษาคุณค่า และคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ ความนิยมในการเดินทางมาประเทศอื่นเพื่อรับการรักษาทางการแพทย์ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากค่าใช้จ่ายถูกกว่าในประเทศของตนเอง ทั้งยังได้มีโอกาสในการท่องเที่ยวด้วยในคราวเดียวกัน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนี้บางแห่งอาจจัดรูปแบบเป็นการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพและความงาม (Health, Beauty and Spa) รวมเข้าไว้ด้วยกันในรูปของการทำสปา ตัวอย่างกิจกรรมของการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้ คือ การล้างพิษ การรับประทานอาหารดิบ ๆ ตามธรรมชาติ (Raw Food) การฝึกโยคะ การงดสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสมบูรณ์ทางกายและใจ เป็นต้น การท่องเที่ยวทางจิตวิญญาณ (Spiritual Tourism) เป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่มุ่งแสวงหาความสงบทางด้านจิตใจ การท่องเที่ยวรูปแบบนี้จะรวมถึงการท่องเที่ยวเชิงศาสนา (Religious Toursm/ Pilgrimage Tourism) ที่มุ่งเน้นการจาริกแสวงบุญในสถานที่สำคัญทางศาสนาของโลก เช่น การแสวงบุญที่นครเมกกะห์ นักท่องเที่ยวอาจมีการศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับปรัชญาทางศาสนา การค้นหาสัจธรรมแห่งชีวิต รวมทั้งในปัจจุบันกิจกรรมการฝึกทำสมาธิ (Meditation) การปฏิบัติธรรม […]

841 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL

วิวัฒนาการของการท่องเที่ยวโลก

การท่องเที่ยวโลกมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา ตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน แบ่งเป็น 4 ช่วงที่สำคัญ คือ การท่องเที่ยวในสมัยโบราณ การท่องเที่ยวในมัธยสมัย การท่องเที่ยวในช่วงประสบสมัย และการท่องเที่ยวในสมัยปัจจุบัน (นิศา ชัชกุล, 2555: 14-28) รายละเอียดดังนี้ การท่องเที่ยวในสมัยโบราณ (Ancient Time) ช่วงเวลาก่อนประวัติศาสตร์ (Prehistoric Period) ประมาณ 10,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช และสิ้นสุดประมาณ 4,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช มนุษย์เปลี่ยนการดำรงชีวิตแบบเดินทางร่อนเร่มาใช้ชีวิตที่มีที่พำนักถาวรและมีสังคมเกิดขึ้น ศิลปะเกิดขึ้นในปลายยุคหิน มีการสร้างหมู่บ้าน มีการค้าขายด้วยการแลกเปลี่ยนสินค้า มีการทำสงครมกันระหว่างเผ่า มีการทำเครื่องปั้นดินเผา นักวิชาการกำหนดยุคนี้เป็นยุคเริ่มต้นของอารยธรรม (Civilization) มีภาพวาดตามผนังถ้ำโดยผู้วาดอาจต้องการให้เป็นสื่อมวลชน (Mass Media) ชนิดหนึ่ง ภาพเหล่านี้เรียกว่าอักษรภาพ (Pictograms) โดยเขียนทีละภาพบนดินเหนียวเปียกด้วยปากกาที่ทำจากต้นกก อารยธรรมแรกได้เจริญขึ้นประมาณ 5,000 ปีก่อนคริสต์ศักราชในดินแดนชูเมอร์ (Sumer) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมโสโปเตเมีย (Mesopotamia) ที่ได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งแม่น้ำสองสาย เนื่องจากเมโสโปเตเมีย เป็นดินแดนอันกว้างใหญ่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำไทกริส (Tigris) และแม่น้ำยูเฟรติส (Euphrates) […]

1,134 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL

(ภาษาไทย) สภาพแวดล้อมของการดำเนินงานธุรกิจระหว่างประเทศด้านเทคโนโลยี

สภาพแวดล้อมด้านเทคโนโลยี (Technological Environment) หมายถึง ปัจจัยทางด้านวิทยาการใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกในแขนงต่าง ๆ ทั้งวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีในความหมายของการบริหารธุรกิจไม่ได้จำกัดอยู่ที่สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีทางการบริหารและการจัดการด้วย เช่น การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) ปัจจุบันเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก เนื่องจากภาวะการแข่งขันสูงในตลาดโลก แต่ละประเทศรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความเจริญทางเศรษฐกิจ เงื่อนไขด้านภาษีของรัฐ สถานการณ์การแข่งขัน ลักษณะการดำเนินงานของกิจการข้ามชาติ หรือกิจการท้องถิ่นที่มีความทันสมัยด้านเทคโนโลยี เป็นต้น (ชนงกรณ์ กุณฑลบุตร, 2552: 72-73) ปัจจัยด้านเทคโนโลยีแบ่งอย่างกว้างได้เป็น 2 ด้าน คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับด้านการผลิต และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีช่วยเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจ ธุรกิจสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาด และความสมารถในการแข่งขัน เทคโนโลยีช่วยพัฒนาคุณภาพของชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์รวมทั้งผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ช่วยประหยัดต้นทุน นอกจากนี้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้ธุรกิจมีอิสระในการเลือกทางเลือกในการจัดการธุรกิจ เช่น ระบบการจัดการความรู้ทำให้ธุรกิจได้รับข้อมูลที่ทันสมัยและรวดเร็ว (Real Time) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการตัดสินใจทางธุรกิจในยุคโลกาภิวัตน์นี้ (Team FME, […]

283 total views, no views today

By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ศิลปอาชา
DETAIL
TOP