รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช

ความหมายและลักษณะของการกำหนดราคาในการตลาดร่วมสมัย

ถึงแม้ว่าการตลาดร่วมสมัยจะมีแนวคิดคล้ายคลึงกับหลักการตลาดแบบดั้งเดิม แต่มีความแตกต่างที่สำคัญคือ การตลาดร่วมสมัยเป็นการตลาดที่เน้นการสื่อสารอย่างมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและสามารถสื่อสารแบบสองทาง (Two-way communication) โดยเน้นการส่งสารที่กระชับและสอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าเฉพาะราย หรืออีกนัยหนึ่งอาจกล่าวได้ว่า การตลาดร่วมสมัยเป็นการตลาดที่เชื่อมโยงการตลาดแบบดั้งเดิมซึ่งเป็นการตลาดเชิงการซื้อขายเข้ากับการตลาดสายสัมพันธ์ โดยอาศัยระบบสารสนเทศสมัยใหม่ที่เอื้อต่อการเข้าถึงผู้บริโภคจากทั่วโลกแบบออนไลน์อย่างมีปฏิสัมพันธ์ การที่ผลิตภัณฑ์จะสามารถขายได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่ความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าตามที่ลูกค้าคาดหวังหรือผลประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับจากผลิตภัณฑ์ ดังนั้น การกำหนดราคาจึงขึ้นกับความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยการกำหนดราคาที่เหมาะสม คือ การกำหนดราคาที่สอดคล้องกับคุณค่าที่ลูกค้ารับรู้นั่นเอง คุณค่าที่ลูกค้ารับรู้เกิดจากการเปรียบเทียบผลประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับจากผลิตภัณฑ์กับราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันจากพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยจากเดิมที่เป็นเพียงใช้สินค้าตามที่ผู้ผลิตกำหนด มาเป็นผู้กำหนดคุณภาพว่ามีความต้องการแบบใด ดังนั้น ธุรกิจต้องมีการปรับตัวและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ ธุรกิจจึงต้องค้นหาว่าลูกค้าคาดหวังคุณภาพสินค้าอย่างไร เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าและลูกค้าเต็มใจจะจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าและบริการนั้น จะเห็นได้ว่าคุณค่าสินค้าที่ลูกค้ารับรู้เป็นตัวกำหนดราคาที่เหมาะสม โดยความหมายของคำว่า “ราคา” คือ ราคา คือ สิ่งที่กำหนดคุณค่าหรือผลประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับจากการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการ ดังนั้น ผู้บริหารทางการตลาดที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดราคาสินค้า ต้องพิจารณาจากคุณค่าสินค้าที่ลูกค้ารับรู้ในตัวผลิตภัณฑ์ และนำมาเป็นปัจจัยประกอบการพิจารณาในการกำหนดราคาสินค้า 522 total views, 5 views today

522 total views, 5 views today

By รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช | รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช
DETAIL

แนวคิดราคาในตลาดร่วมสมัย

ปัจจุบันสภาพแวดล้อมทางการตลาดและธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก อย่างรวดเร็ว และมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น เนื่องจากทางเลือกของสินค้ามีความหลากหลาย และลูกค้าความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและธุรกิจต่าง ๆ ได้ง่าย ทำให้การดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตลาดจึงมีบทบาทที่สำคัญต่อความอยู่รอดของธุรกิจ ปัจจุบันลูกค้าเป็นผู้กำหนดลักษณะของผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของตนเอง ดังนั้น ธุรกิจที่สามารถออกแบบและวางแผนการดำเนินการให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุดจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในทางธุรกิจ ตามหลักการลูกค้าจะแสวงหาสินค้าหรือบริการที่ดีที่สุดสำหรับตนเองทั้งในด้านคุณภาพ บริการและการส่งมอบ ทำให้ธุรกิจจะต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านผลิตภาพ คุณภาพ บริการหลังการขาย และต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตามแม้ว่าสินค้าหรือบริการของธุรกิจจะมีความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ในการตัดสินใจซื้อของลูกค้าก็ยังมีปัจจัยอื่นที่มีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าไม่น้อยไปกว่ากัน นั่นคือ ราคาซึ่งเป็นทรัพยากรทางการเงินที่ลูกค้าต้องใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการนั้น ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์จะมีคุณภาพตรงตามความต้องการของลูกค้าแล้วก็ตาม แต่หากคุณค่าที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้ารับรู้เมื่อเทียบกับราคาที่ธุรกิจกำหนดไม่สอดคล้องกัน ลูกค้าก็จะแสวงหาทางเลือกผลิตภัณฑ์อื่นหรือตราสินค้าอื่นที่ทดแทนกันได้ ดังนั้น การกำหนดราคาจึงนับว่ามีความสำคัญที่ธุรกิจต้องให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง นักการตลาดระดับมืออาชีพจะมีกลยุทธ์ในการกำหนดราคาที่มีประสิทธิภาพ และจะใช้ราคาเป็นเครื่องมือตัวหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ โดยนักการตลาดจะใช้กลยุทธ์ในการกำหนดราคาเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนสถานะจากผู้เยี่ยมชมสินค้า (Visitor) มาเป็นลูกค้าใหม่ (New customer) เปลี่ยนลูกค้าใหม่ให้เป็นลูกค้าที่มีการซื้อสินค้าอย่างสม่ำเสมอ (Regular purchaser) เปลี่ยนลูกค้าที่มีการซื้อสินค้าอย่างสม่ำเสมอให้เป็นผู้สนับสนุนที่มีความจงรักภักดี (Royal supporter) และผู้สนับสนุนที่มีความจงรักภักดีให้เป็นลูกค้าที่พร้อมจะบอกต่อสินค้าให้กับผู้อื่น (Advocate) ของธุรกิจได้ทันที (Kurtz D.L., 2015) ภายใต้บริบทของการตลาดร่วมสมัยจะแบ่งออกเป็น การตลาดเชิงการซื้อขาย (Transaction marketing) และ การตลาดสายสัมพันธ์ (Relationship marketing) […]

575 total views, 3 views today

By รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช | รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช
DETAIL

(ภาษาไทย) ปัจจัยในการเลือกทำเลที่ตั้งในอุตสาหกรรมอาหาร ตอนที่5

8. สภาพแวดล้อมในการทำงาน สภาพแวดล้อมในการทำงาน หมายถึง สภาพแวดล้อมรอบข้างของสถานประกอบการ อาทิ ระดับเสียง การจราจร หรือมลภาวะต่าง ๆ สภาพแวดล้อมในการทำงานมีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน ดังนั้นการเลือกทำเลที่ตั้งที่มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีและปลอดภัยต่อสุขภาพของพนักงานจะส่งผลให้พนักงานมีขวัญและกำลังใจในการทำงานอันเป็นประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน และลดปัญหาทางด้านแรงงานอันเนื่องมาจากการลาออกและความยุ่งยากในการจัดหาคนงานได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายชดเชยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามข้อบังคับทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย ตัวอย่างเช่น ด้านสถานที่ตั้งและอาคารผลิต ผู้ประกอบการต้องมีการจัดให้มีแสงสว่างและการระบายอากาศที่เหมาะสมเพียงพอสำหรับการปฏิบัติงานภายในอาคารผลิต ด้านการสุขาภิบาล ผู้ประกอบการต้องจัดให้มีห้องส้วมและอ่างล้างมือหน้าห้องส้วมให้เพียงพอสำหรับผู้ปฏิบัติงาน และต้องถูกสุขลักษณะ มีอุปกรณ์ในการล้างมืออย่างครบถ้วน และต้องแยกต่างหากจากบริเวณผลิต หรือไม่เปิดสู่บริเวณที่ผลิตโดยตรง เป็นต้น 9. สังคมและชุมชน ปัจจัยทางสังคมและชุมชน ประกอบด้วย (1) ความแออัดของประชากร ที่อยู่อาศัย และสถานประกอบการ (2) คุณภาพชีวิต อันได้แก่ การศึกษา (โรงเรียนและมหาวิทยาลัย) การสาธารณสุข (โรงพยาบาลและคลินิก) ความปลอดภัย (สถานีตำรวจและสถานีดับเพลิง) และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจต่าง ๆ (สวนสาธารณะและสถานบันเทิง) (3) การยอมรับของชุมชน ได้แก่ ทัศนคติของผู้ประกอบการ ค่าครองชีพ สภาพสังคมโดยรวม วัฒนธรรมชุมชน จำนวนคนว่างงาน […]

216 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช | รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช
DETAIL

(ภาษาไทย) ปัจจัยในการเลือกทำเลที่ตั้งในอุตสาหกรรมอาหาร ตอนที่4

5. ราคาที่ดินและค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงที่ดิน ราคาที่ดินเป็นต้นทุนคงที่ของกิจการ และทำเลที่ตั้งจะมีราคาที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ราคาที่ดินมีความสำคัญในการตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้งเนื่องจากกิจการจะต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อการลงทุนในที่ดินซึ่งมีระยะเวลาคืนทุนยาวนาน บางกิจการต้องใช้พื้นที่มากในการจัดวางเครื่องจักรและอุปกรณ์ จัดเก็บสินค้าคงคลัง และพื้นที่ใช้สอย บางกิจการที่จำเป็นต้องตั้งอยู่ใกล้ลูกค้า แต่ทำเลที่ตั้งที่ใกล้ลูกค้าหรือย่านธุรกิจมีราคาแพง กิจการก็อาจต้องใช้เงินลงทุนในด้านที่ดินสูง บางกิจการที่เจ้าของมีที่ดินอยู่แล้วหรือที่ดินที่มีขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงที่ดินมาก 6. ทำเลที่ตั้งของคู่แข่งขัน องค์ประกอบหนึ่งที่มีผลต่อโอกาสในการสร้างยอดขายของแต่ละทำเลที่ตั้ง คือ ผลกระทบของคู่แข่งขัน หากทำเลที่ตั้งที่เป็นทางเลือกนั้น มีคู่แข่งที่เข้มแข็งและมีความสามารถสูงอยู่ หรืออาจมีผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจประเภทเดียวกันอยู่แล้วในทำเลที่ตั้งแห่งนั้น ก็อาจทำให้ความน่าสนใจของทำเลที่ตั้งนั้นลดน้อยลง อย่างไรก็ตามในกิจการบางประเภท การตั้งร้านค้าในบริเวณเดียวกันจำนวนมากอาจเป็นข้อได้เปรียบ เนื่องจากลูกค้าจะทราบว่าแหล่งที่ขายสินค้าหรือให้บริการประเภทนั้น ๆ อยู่บริเวณใด เมื่อต้องการสินค้าหรือบริการลูกค้าก็จะสามารถมาที่แหล่งสินค้าประเภทนั้นโดยมั่นใจว่าจะได้สินค้าหรือบริการที่ต้องการอย่างแน่นอน 7. ความพร้อมของสาธารณูปโภค ปัจจัยด้านสาธารณูปโภคเป็นปัจจัยหนึ่งที่ใช้ในการพิจารณาเลือกทำเลที่ตั้ง เนื่องจากเป็นสิ่งที่สนับสนุนการผลิตให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วและเหมาะสม สาธารณูปโภคที่พร้อมย่อมทำให้การจัดการดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หากปราศจากสาธารณูปโภคที่ดีย่อมจะไม่สามารถควบคุมต้นทุนสินค้าได้ ดังนั้นทำเลที่มีความพร้อมในด้านสาธารณูปโภคจึงได้เปรียบทำเลที่ตั้งอื่น ๆ เนื่องจากได้เปรียบทั้งด้านการแข่งขันและต้นทุนค่าโสหุ้ยการผลิตต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายด้านประปา ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ค่าใช้จ่ายด้านการติดต่อสื่อสาร และค่าใช้จ่ายในการบำบัดของเสีย การประปาหรือการใช้น้ำเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาที่สำคัญโดยเฉพาะกิจการที่ต้องใช้น้ำมาก อาทิ โรงงานผลิตน้ำอัดลม เนื่องจากหากทำเลที่ตั้งที่ไม่มีแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการผลิตจะส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในด้านนี้มาก พลังงาน โดยเฉพาะไฟฟ้า เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการผลิต ในการเลือกทำเลที่ตั้งสถานประกอบการต้องคำนึงถึงแหล่งกระแสไฟฟ้า หากตั้งสถานประกอบการในทำเลที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่สม่ำเสมอและไม่ไกลจากสถานีจ่ายไฟ จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบไฟฟ้าของสถานประกอบการลดลงได้ การติดต่อสื่อสารที่พร้อมทำให้การดำเนินงานของกิจการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ดังนั้นการเลือกทำเลที่ตั้งที่มีบริการการสื่อสารที่ดีและสะดวก […]

271 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช | รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช
DETAIL

(ภาษาไทย) ปัจจัยในการเลือกทำเลที่ตั้งในอุตสาหกรรมอาหาร ตอนที่ 3

3. ตลาด การทำธุรกิจย่อมต้องการกำไรจากการดำเนินงาน ดังนั้นนอกจากต้นทุนแล้วกิจการยังต้องคำนึงถึงความสามารถในการสร้างยอดขายที่น่าพอใจด้วย ซึ่งการตัดสินใจในการทำธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใด ๆ ต้องมีตลาดหรือลูกค้ารองรับก่อนเสมอ ดังนั้นควรตั้งสถานประกอบการให้ใกล้เคียงกับที่ตั้งของลูกค้ามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสะดวกในการขนส่งและสามารถบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะหากลูกค้าต้องการบริการจัดส่งแบบทันเวลาพอดี (JIT) เพื่อลดต้นทุนการจัดเก็บของลูกค้า นอกจากนี้การตั้งสถานประกอบการในทำเลที่ใกล้ลูกค้าจะสามารถสนองตอบความต้องการของลูกค้าและระบายสินค้าได้รวดเร็ว รวมถึงการตั้งสถานประกอบการในทำเลที่ใกล้ลูกค้าจะทำให้การขนส่งจากสถานประกอบการไปยังตลาดง่ายขึ้นด้วย โดยเฉพาะในกรณีที่สินค้าเน่าเสียได้ง่ายก็ยิ่งจำเป็นต้องตั้งอยู่ใกล้ลูกค้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น ร้านขายดอกไม้ ร้านขายอาหาร ฯลฯ ในธุรกิจบริการ ความใกล้ตลาดหรือลูกค้านับเป็นปัจจัยที่สำคัญในระดับต้น ๆ โดยเฉพาะในกรณีที่สินค้าหรือบริการมีความคล้ายคลึงกับคู่แข่งขัน ความสะดวกในการเข้าถึงบริการจะเป็นปัจจัยที่ลูกค้าใช้ในการตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการ ตัวอย่างเช่น ในธุรกิจจำจำหน่ายสินค้าเกษตรแปรรูปจะพิจารณาทำเลที่ตั้งที่มีถนนหนทางพร้อมและสมบูรณ์ พื้นที่ที่สามารถมองเห็นได้ง่าย มีการจราจรที่สะดวกไม่ติดขัด มีที่จอดรถที่เพียงพอ มีบริเวณโดยรอบไม่แออัด และมีทางเข้าและทางออกที่สะดวก 4. การขนส่ง การขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะสำหรับกิจการที่ต้องมีการขนส่งบ่อยครั้งและครั้งละจำนวนมากจากสถานประกอบการไปสู่ลูกค้า ซึ่งการขนส่งรวมถึงการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ คน เครื่องจักร อุปกรณ์ และสิ่งสนับสนุนการผลิตต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่สถานประกอบการ ดังนั้นสิ่งที่ต้องพิจารณาในการขนส่งประกอบด้วย ระยะทางระหว่างสถานประกอบการกับลูกค้า ระยะทางระหว่างสถานประกอบการกับแหล่งวัตถุดิบ และวิธีการขนส่งที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและกิจการได้ดีที่สุด ซึ่งการขนส่งแต่ละวิธีก็จะมีต้นทุนในการขนส่งที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยในการขนส่ง เนื่องจากจะมีผลต่อต้นทุนในการประกันสินค้าและค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความเสียหายของสินค้าในระหว่างการขนส่งซึ่งกิจการต้องรับผิดชอบ รวมถึงความสะดวกรวดเร็วในการขนส่ง ซึ่งจะขึ้นกับสภาพของเส้นทาง การจราจรที่สะดวก เหล่านี้จะส่งผลเป็นต้นทุนทางอ้อมของกิจการ อันเนื่องมาจากโอกาสในการสูญเสียลูกค้าจากที่ไม่สามารถขนส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ตามเวลาที่กำหนด 225 total […]

225 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช | รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช
DETAIL

(ภาษาไทย) ปัจจัยในการเลือกทำเลที่ตั้งในอุตสาหกรรมอาหาร ตอนที่2

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้งที่จะได้กล่าวในที่นี้เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งโดยทั่ว ๆ ไปในกิจการเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามในการตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้งของแต่ละกิจการนั้นไม่จำเป็นต้องประกอบด้วยปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้ เนื่องจากแต่ละกิจการก็จะมีวัตถุประสงค์ในการตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้ง ลักษณะการดำเนินการธุรกิจ และสถานการณ์ในการตัดสินใจที่แตกต่างกัน ในกิจการการผลิตและกิจการบริการก็จะมีปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้งที่แตกต่างกันในบางปัจจัยและเหมือนกันในบางปัจจัย หรือแม้แต่ว่าจะอยู่ในกิจการการผลิตเหมือนกันแต่ถ้ามีลักษณะของธุรกิจที่แตกต่างกันก็จะมีปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการพิจารณาเลือกทำเลที่ตั้งแตกต่างกัน ปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยทั่วไปในการเลือกทำเลที่ตั้งอาจแบ่งได้เป็น 10 ปัจจัย ได้แก่ แรงงาน วัตถุดิบ ตลาด การขนส่ง ราคาที่ดินและค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงที่ดิน ทำเลที่ตั้งของคู่แข่งขัน ความพร้อมของสาธารณูปโภค สภาพแวดล้อมในการทำงาน สังคมและชุมชน และการสนับสนุนจากทางราชการ 1. แรงงาน แรงงานนับเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญปัจจัยหนึ่งต่อการดำเนินงาน ในการพิจารณาปัจจัยด้านแรงงานนั้นจะต้องพิจารณาทั้งในด้านการหาแรงงานได้ง่าย อัตราค่าแรงในแต่ละพื้นที่ ทักษะและทัศนคติของแรงงานในการทำงาน ดังนั้นในการพิจารณาด้านแรงงานจะต้องคำนึงถึงความต้องการแรงงานในการผลิตก่อน ซึ่งจะประกอบด้วยแรงงานไร้ฝีมือ แรงงานมีฝีมือหรือช่างเทคนิค และบุคลากรที่มีความรู้และทักษะสูง เช่น วิศวกรและผู้บริหาร ฯลฯ ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าในทำเลที่เลือกนั้นมีแรงงานเหล่านี้หรือไม่ เพราะหากไม่มีแล้วอาจจะมีปัญหาในการดำเนินงานได้ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงค่าจ้างแรงงาน อาทิ อัตราค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งจะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานและค่าใช้จ่ายในด้านแรงงานอื่น ๆ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายด้านที่พักอาศัย ค่าใช้จ่ายในการรับส่งพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการจัดหาแรงงานอันเนื่องมาจากการลาออกบ่อยหรือการขาดงาน และสวัสดิการอื่น ๆ ในบางกรณีเช่นการย้ายสถานที่จากที่ตั้งเดิมอาจต้องประสบกับปัญหาด้านแรงงานหากกิจการต้องการพนักงานเดิมไปทำงานยังที่ใหม่ เนื่องจากพนักงานจะต้องย้ายไปยังสถานที่ที่ห่างไกลจากครอบครัวและเพื่อนฝูง ทำให้เกิดการรีรอที่จะตัดสินใจและอาจทำให้กิจการเกิดปัญหาด้านแรงงานได้ ดังนั้นกิจการอาจต้องมีการจูงใจที่เพียงพออันจะทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 2. วัตถุดิบ ปัจจัยการผลิตที่สำคัญยิ่งอีกปัจจัยหนึ่งคือวัตถุดิบ […]

226 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช | รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช
DETAIL

(ภาษาไทย) ปัจจัยในการเลือกทำเลที่ตั้งในอุตสาหกรรมอาหาร ตอนที่1

การเลือกทำเลที่ตั้งในอุตสาหกรรมอาหาร ต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทั้งปัจจัยหลัก และปัจจัยรอง โดยปัจจัยหลัก (Dominant factors) คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำเลที่ตั้งที่เป็นทางเลือกจะต้องมี หากทำเลที่ตั้งใดขาดปัจจัยหลักเหล่านี้ก็จะไม่นำมาเป็นทางเลือกในการพิจารณา โดยปัจจัยหลักสามารถพิจารณาได้จากปัจจัยที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน คือ ต้นทุน คุณภาพ เวลา และความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง หรืออีกนัยหนึ่งคือปัจจัยหลักเป็นปัจจัยที่มีผลต่อรายได้และต้นทุนของกิจการนั่นเอง ตัวอย่างเช่น การเลือกทำเลที่ตั้งของบริษัทผลิตน้ำอัดลมจะต้องใกล้แหล่งน้ำ อุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็งต้องอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบคือทะเล ร้านอาหารต้องอยู่ในแหล่งที่ลูกค้าอยู่ ฯลฯ ส่วน ปัจจัยรอง (Secondary factors) เป็นปัจจัยที่ทำเลที่ตั้งที่เป็นทางเลือกควรมี เช่น สถานประกอบการควรมีการคมนาคมขนส่งที่สะดวก มีระบบสาธารณูปโภคที่ดี มีการส่งเสริมของภาครัฐในการลงทุน มีความปลอดภัยในการทำงาน ฯลฯ อย่างไรก็ตามการระบุว่าปัจจัยใดเป็นปัจจัยหลักหรือปัจจัยรองนั้นก็จะขึ้นอยู่กับประเภทหรือลักษณะของกิจการด้วย ตัวอย่างเช่น กิจการการผลิตอาจพิจารณาว่าปัจจัยต้นทุนการดำเนินงานเป็นปัจจัยหลัก แต่กิจการบริการพิจารณาปัจจัยต้นทุนการดำเนินงานเป็นปัจจัยรอง หรือกิจการการผลิตอาจพิจารณาปัจจัยตลาดเป็นปัจจัยรองแต่กิจการบริการพิจารณาปัจจัยตลาดเป็นปัจจัยหลักก็เป็นได้ การเลือกทำเลที่ตั้งเป็นการตัดสินใจที่ผู้ลงทุนหรือผู้บริหารต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและมีเหตุผล ซึ่งปัจจัยในการเลือกทำเลที่ตั้งมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเลือกทำเลที่ตั้งและลักษณะการดำเนินงานของแต่ละกิจการ รวมถึงนโยบายของผู้ประกอบการด้วย ซึ่งจะเห็นว่าแต่ละทำเลที่ตั้งจะมีลักษณะเฉพาะของทำเลที่ตั้งที่แตกต่างกันไป และโดยปกติแล้วปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้งจะมีหลายปัจจัย ในลักษณะของกลุ่มปัจจัย (Multi-Criteria) โดยมีจำนวน ความสำคัญ และลักษณะของปัจจัยที่แตกต่างกันไป ทำให้การตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้งมักจะใช้วิธีการตัดสินใจแบบพหุเกณฑ์ (Multi-Criteria Decision Making) ดังนั้นในการวิเคราะห์จะมีการให้น้ำหนักความสำคัญกับแต่ละปัจจัยที่แตกต่างกันไปในแต่ละเวลาและแต่ละสถานการณ์ แล้วเปรียบเทียบปัจจัยโดยใช้น้ำหนักความสำคัญประกอบด้วยเพื่อเลือกทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุดของทางเลือกที่นำมาเปรียบเทียบ 238 total views, […]

238 total views, 1 views today

By รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช | รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช
DETAIL

(ภาษาไทย) กลยุทธ์อิเล็กทรอนิกส์ในตลาดบริการ ตอนที่ 5

บทสรุป จะเห็นได้ว่าการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในตลาดบริการมีความสำคัญและส่งผลต่อการสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน อันจะนำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจได้ ซึ่งการสร้างคุณค่าแก่ลูกค้าในการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ทำได้โดยการ – ทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์เกี่ยวกับบริการ ลูกค้าจะตัดสินใจใช้บริการ ก็ต่อเมื่อลูกค้าต้องตระหนักถึงความต้องการของบริการนั้นก่อน ดังนั้นองค์กรบริการที่ใช้การตลาดอิเล็กทรอนิกส์จึงต้องแสวงหาวิธีการที่ทำให้เว็บไซต์ขององค์กรบริการปรากฎอยู่ในจุดที่ลูกค้าสามารถพบได้ง่าย เช่น การฝาก ลิ้งค์เว็บไซต์ขององค์กรบริการเข้ากับเว็บไซต์พันธมิตร หรือการส่งอีเมล์จากองค์กรบริการไปยังอีเมล์แอดเดรสของลูกค้า เป็นต้น โดยธุรกิจต้องออกแบบสื่อออนไลน์ที่ใช้งานได้สะดวกและง่ายในการใช้งาน – การสร้างความเชื่อมั่นและทัศนคติที่ดีของลูกค้า องค์กรบริการในตลาดอิเล็กทรอนิกส์ต้องเน้นการสร้างการรับรู้ของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ โดยอาศัยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ การออกแบบเว็บไซต์ที่ทำให้ลูกค้าเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับบริการขององค์กร – การบรรลุตามความคาดหวังของลูกค้า ถ้าประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับจากบริการ ต่ำกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง ลูกค้าจะเกิดความไม่พึงพอใจ ดังนั้นการสร้างคุณค่าแก่ลูกค้านั้น องค์กรบริการจะต้องทำให้บริการเหนือความคาดหวังของลูกค้า โดยใช้ประโยชน์จากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีความรวดเร็วและสะดวก 223 total views, no views today

223 total views, no views today

By รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช | รองศาสตราจารย์ ประภาศรี พงศ์ธนาพาณิช
DETAIL
TOP