อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์

(ภาษาไทย) การประยุกต์ใช้ Traveling Salesman Problem ในการหาเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ตอนที่ 2

การทบทวนวรรณกรรม Traveling Salesman Problem  : TSP                 ปัญหา Traveling Salesman Problem (TSP)  เป็นรูปแบบปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ถูกพัฒนามาตั้งแต่1800 โดยMathematician Sir William Rowan Hamilton และ British Mathematician (จุฑาทิพย์,2557)ในปี 1930  ได้มีการศึกษา The General from of the TSP เป็นครั้งแรกโดย Karl MengerinVienna and Hardvard. โดยปัญหา TSP  จัดอยู่ในรูปแบบของ Non-Determinitid Polynomial Time Hard หรือที่เรียกว่า NP-HardHard ซึ่งไม่สามารถหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุดภายในระยะเวลาการคำนวณที่เหมาะสมได้ โดยเฉพาะเมื่อปัญหามีขนาดใหญ่ อาทิเช่น ถ้าหาเส้นทางการเดินทางที่เป็นไปได้ทั้งหมด 10 เมือง ซึ่งต้องอาศัยการคิดคำนวณคำตอบที่เป็นไปได้ 3,628,800 ครั้ง โดยรูปแบบปัญหาของ TSP […]

597 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL

(ภาษาไทย) การประยุกต์ใช้ Traveling Salesman Problem ในการหาเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองพัทยา (ตอนที่ 1)

  บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาเส้นทางของสถานที่ท่องเที่ยวในพัทยาให้ได้ระยะทางที่สั้นที่สุด และใช้ระยะเวลาในการเดินทางให้น้อยที่สุด โดยใช้ทฤษฎี Traveling Salesman Problem ในการวิเคราะห์ ผลจากการศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวพบว่า การเดินทางแบบเดิมใช้ระยะทางไป-กลับ รวม 352.8 กิโลเมตร เมื่อทำการจัดเส้นทางใหม่โดยใช้ทฤษฎี Traveling Salesman Problem นั้นได้ระยะทาง ไป-กลับ ลดเหลือ 312.3 กิโลเมตร ซึ่งพบว่า เมื่อนำทฤษฎี Traveling Salesman Problem มาใช้ในการจัดเส้นทาง ทำให้ระยะทางลดลง 40.5 กิโลเมตร คิดเป็น 12.97%  และเมื่อนำเส้นทางดังกล่าวไปคำนวณหาระยะเวลาในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายต่ำสุด ด้วย Linear Programing พบว่า ระยะเวลาเดินทางต่ำสุดมีค่าเท่ากับ 6 ชั่วโมง 3 นาทีต่อครั้ง และค่าใช้จ่ายต่ำสุด มีค่าเท่ากับ 1,122.124 บาทต่อครั้ง คำสำคัญ: Traveling Salesman Problem, เส้นทางการท่องเที่ยว, เมืองพัทยา […]

277 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL

(ภาษาไทย) แนวทางการสร้างองค์กรแห่งความสุข

การสร้างองค์กรแห่งความสุข ไปปฏิบัติให้ประสบความสำเร็จนั้นองค์กรจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  มีระบบการจัดการและการร่วมมือทั้งในด้านองค์ความรู้และการวิจัยปฏิบัติการ ซึ่งหลักสำคัญที่เป็นแกนกลางจะต้องปรากฏอยู่ในทุกขั้นตอนของกระบวนการ  คือ  ความเป็นผู้นำ (Leadership  engagement)  การมีส่วนร่วมของพนักงาน (worker involvement) ซึ่งขึ้นอยู่กับจริยธรรมและการให้คุณค่า (values and ethics)           ความเป็นผู้นำ (Leadership  engagement) Leo J Hindery (ทศ  คณนาพรและ พันโทอานันท์  ชินบุตร, 2555 :72-73) ได้เขียนหนังสือเรื่อง It  takes a CEO : It’s time to lead with  integrity ได้เขียนถึงคุณสมบัติของ “ผู้นำองค์การในอนาคต” ที่น่าสนใจมากคือ Well educated and  well-informed : เป็นคนเฉลียวฉลาด  การศึกษาดี และมีข้อมูลพร้อม An inquiring  mind  : […]

248 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL

(ภาษาไทย) Happy 8 ความสุขแปดประการ

การสร้างความสุขในการทำงาน (Happy Workplace) การสร้างความสุขในการทำงาน (Happy Workplace) คือ กระบวนการพัฒนาคนในองค์กร อย่างมีเป้าหมายและยุทธศาสตร์ ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ องค์กร เพื่อให้องค์กรมีความ พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่ง จะนำไปสู่การพัฒนาเติบโตอย่าง ต่อเนื่องขององค์กร (การจัดการองค์กรโดยเน้น การจัดการ “คน” เป็นหลัก) เมื่อมนุษย์ทุกคนปรารถนาความสุข แล้วอะไรเล่าคือความสุข การมีเงินทองมากมาย การได้ในทุกสิ่งที่ปรารถนาเป็นความสุขที่แท้จริงหรือ วันนี้เรามองความสุขในแง่วัตถุและการกระทำในสิ่งที่ปรารถนามากไปหรือเปล่าต้องทำต้องเป็นอย่างที่หวังถึงจะเรียกว่าความสุขหรือ แล้วเมื่อไหร่ถึงจะพอใจในความสุข จะจัดการสร้างสมดุลแห่งความสุขได้อย่างไร คำถามเหล่านี้ล้วนมีอยู่ในจิตใจของมนุษย์ทุกคน หลายคนพยายามที่จะหาคำตอบ HAPPY 8 ความสุขแปดประการ เป็นแนวทางหนึ่งในการตอบคำถามที่ว่า ความสุขคืออะไร จะจัดการความสุขได้อย่างไร เพื่อให้เกิดสมดุลของชีวิตในการทำงานและใช้ชีวิต มีไอคิว (ความฉลาดทางสติปัญญา) สมดุลกับอีคิว (ความฉลาดทางอารมณ์และเหตุผล) Happy 8 ความสุขแปดประการ คือแนวคิดของการจัดสมดุลชีวิตของมนุษย์ผ่านความสุขในโลกสามใบที่ทับซ้อนกันอยู่ โลกส่วนตัวของมนุษย์ โลกครอบครัวของมนุษย์ และโลกสังคมของมนุษย์ เพื่อที่จะมองความสุขของมนุษย์ทั่วไปว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้างและจะจัดการได้อย่างไร โดยขีดวงรอบที่ตัวคน แล้วก็วงรอบของครอบครัวแล้วก็วงรอบของสังคม ซึ่งในส่วนของสังคมเราแบ่งเป็นส่วนสังคมภายในองค์กรกับนอกองค์กร มองความสุขเป็นสามส่วนคือ ความสุขของตัวเราเอง ความสุขของครอบครัว ความสุขขององค์กรและสังคม […]

411 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL

(ภาษาไทย) กรอบของสุขภาวะในที่ทำงาน (WHO : Healthy Workplace Framework)

องค์การอนามัยโลก (Burton, 2010) ได้กำหนดแนวทางของการสร้างเสริมสุขภาวะในที่ทำงานขึ้น เพื่อผลักดันให้เกิดประสิทธิภาพและความสามารถในการผลิตและการแข่งขัยขององค์กรนั้น องค์กรจะต้องพิจารณาแนวทาง 4 ด้าน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ สภาพแวดล้อมทางกายภาพ หมายถึง ส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกในที่ทำงาน เช่น สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ อากาศ เครื่องจักร  เฟอร์นิเจอร์  ผลิตภัณฑ์  เคมี  วัสดุ และกระบวนการที่ปรากฏในสถานประกอบการ  ซึ่งมีผลกระทบต่อความปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ  ตลอดจนสุขภาวะและความเป็นอยู่ของพนักงาน  สภาพแวดล้อมทางกายภาพนับเป็นพื้นฐานของความปลอดภัยและสุขภาวะในการประกอบอาชีพ และส่งผลกระทบต่อการทำงาน  ความเจ็บป่วย  การบาดเจ็บ และอาจก่อให้เกิดการพิการหรือเสียชีวิตได้ สภาพแวดล้อมทางจิตสังคม หมายถึง องค์กร  การทำงานวัฒนธรรมองค์กร  ทัศนคติ  ความเชื่อ  ค่านิยม และการปฏิบัติ และส่งผลกระทบต่อความผาสุกของพนักงานทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ  ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเครียดขึ้นได้ เช่น การขาดนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในองค์กร  ขาดการสนับสนุนรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มีสุขภาวะ  เป็นต้น แหล่งของสุขภาวะบุคคลในที่ทำงาน หมายถึง  สภาพแวดล้อมที่สนับสนุนบริการสุขภาพ  ข่าวสาร  ทรัพยากรและโอกาสที่บริษัทหรือองค์กรจัดเตรียมไว้สำหรับพนักงาน หรือสนับสนุน หรือกระตุ้นเพื่อปรับปรุง  หรือคงไว้ซึ่งวิธีปฏิบัติในการดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาวะ  มีการติดตามและสนับสนุนทั้งสุขภาพทางกายและสุขภาพจิต ชุมชนบริษัท เป็นความเชื่อมโยงของชุมชนและบริษัท อันประกอบด้วย […]

1,639 total views, 3 views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL

(ภาษาไทย) องค์ประกอบของความสุขในการทำงาน

Manion (อ้างถึงในประทุมทิพย์ เกตุแก้ว, 2551) ได้กล่าวว่าความสุขในการทำงาน (Happiness at work) หมายถึง ผลที่เกิดจากการเรียนรู้ซึ่งเป็นผลตอบสนองจากการกระทำที่สร้างสรรค์ของตนเอง มีการแสดงออกโดยกานยิ้มหัวเราะมีความปลาบปลื้มใจซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นอารมณ์ในทางบวกที่เกิดจากพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน เช่นการให้ความช่วยเหลือกันซึ่งกันและกัน การมีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน การร่วมกันแสดงความคิดเห็นด้วยเหตุและผล ส่งผลให้สามรถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและผลจากการประสบความสำเร็จในการทำงานทำให้แสดงอารมณ์ในทางบวก เช่นความสุขสนุกสนาน ทำให้สถานที่ทำงานเป็นที่น่ารื่นรมย์ พนักงานที่ปฏิบัติงานร่วมกันด้วย ความสุขจะทำให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีในที่ทำงาน มีความรู้สึกดีต่องานที่ได้รับมอบหมายมีความผูกพันในงานที่ทำให้คงอยู่ในองค์การต่อไป ซึ่งมุ่งอธิบายด้วยด้วยองค์ประกอบของความสุขในการทำงานมี 4 ด้านดังนี้ 1) การติดต่อสัมพันธ์ (Connections) หมายถึง การรับรู้พื้นฐานที่ทำ ให้เกิดความสัมพันธ์ของพนักงานในสถานที่ทำงาน โดยที่บุคลกรมาร่วมกันทำงานเกิดสังคมการทำงานขึ้นเกิดสัมพันธภาพที่ดีกับพนักงานที่ตนปฏิบัติงาน ให้ความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกับและกันการสนทนาพูดคุยอย่างเป็นมิตร เกิดมิตรภาพระหว่างปฏิบัติงานกับพนักงานต่าง ๆ และความรู้สึกเป็นสุข ตลอดจนรับรู้ว่าได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนร่วมงานที่มีความรักและความปรารถนาดีต่อกัน 2) ความรักในงาน (Love of the work) หมายถึง การรับรู้ถึงความรู้สึกรักผูกพันอย่างแน่นเหนียวกับงาน รับรู้ว่าคนมีพันธกิจในการปฏิบัติงานให้สำเร็จ มีความยินดีในสิ่งที่เป็นองค์ประกอบของงาน กระตือรือร้น ดีใจ เพลิดเพลินในการที่จะปฏิบัติงานและปรารถนาที่จะปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ รู้สึกเป็นสุขเมื่อได้ปฏิบัติงานมีความภาคภูมิใจที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบในงาน 3) ความสำเร็จในงาน (Work achievement) หมายถึง […]

235 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL

การสร้างความสุขในการทำงาน

การทำงานมีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง อาจกล่าวได้ว่า การทำงานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ปฏิบัติมากกว่ากิจกรรมใด ๆ จึงควรมีสภาวะการทำงานที่เหมาะสม อันจะทำให้เกิดความสุขทั้งร่างกาย และจิตใจ มีความรู้สึกมั่นคงทั้งสุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางอารมณ์สุขภาวะทางจิตวิญญาณ และสุขภาวะทางสังคม (กองสวัสดิการแรงงาน, 2547) ถ้าหากว่าเวลาส่วนมากของชีวิตในการทำงานนี้ ได้อยู่กับสิ่งที่ตนเองพอใจก็จะช่วยให้มีสภาพจิตใจ และอารมณ์ที่จะส่งเสริมให้เกิดสภาพการทำงานที่ดี ส่งผลต่อชีวิตโดยส่วนรวมของบุคคลผู้นั้นให้เป็นสุขอันเป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาประเทศโดยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (ผจญ เฉลิมสาร,2540) การทำงานอย่างมีความสุข (Happiness at the Workplace) เป็นสิ่งที่พนักงานทุกคนในองค์กรต่างปรารถนา หากพนักงานได้ทำงานในที่ทำงานที่มีความสุขแล้วนั้นจะรู้สึกผูกพัน สนุกสนาน ตรงกันข้ามหากพนักงานไม่มีความสุขย่อมส่งผลต่อการปฏิบัติงานไม่เพียงส่งผลให้กับตัวพนักงานเอง ยังส่งผลไปยังองค์กรอีกด้วย ซึ่งแสดงผลออกมาในรูปของอัตราการลาออก อัตราการป่วย สาย ลา ขาด ที่อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้แล้วยังสะท้อนถึงผลการดำเนินงานของทั้งพนักงานและองค์กรอีกด้วย  หลักคิดที่สำคัญของ องค์กรแห่งความสุข ก็คือ มุ่งดำเนินงานกับกลุ่มเป้าหมายหลักคือ “คนทำงานในองค์กร” ที่ถือเป็นบุคคลสำคัญและเป็นกำลังหลักของทั้งครอบครัว  องค์กร  ชุมชน และสังคม มีการส่งเสริมและพัฒนานโยบาย  การสร้างองค์ความรู้และการขับเคลื่อนเครือข่ายในการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตคนทำงาน  ด้วยเห็นความสำคัญว่า เมื่อคนทำงานในองค์กรมีความสุข  ย่อมส่งผลดีต่อผลประกอบการหรือผลผลิตขององค์กร  ความผาสุกในครอบครัว ชุมชน ส่งผลต่อสังคมที่มีความสุขที่ยั่งยืน แนวคิดความสุขในการทำงาน ความสุขคือสิ่งที่ปรารถนาของมนุษย์ทุกคน แต่ปัจจุบันด้วยสภาพการดำเนินชีวิตที่แข่งขันตลอดเวลา […]

336 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL

(ภาษาไทย) การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทาน

กิจกรรมทุกระยะภายในห่วงโซ่อุปทาน ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งการขนส่ง การนำเข้าวัสดุ การผลิต การจัดจำหน่าย การใช้งาน และหลังการใช้งาน องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องมีการจัดการและการหาหนทางที่จะปรับปรุงการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งกับกิจการเอง กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง และกับสังคมโดยรวม เราสามารถแบ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็น 3 กลุ่ม ได้ดังนี้ คือ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก (key stakeholders) คือ ผู้ซึ่งสามารถมีอิทธิพลที่สำคัญ หรือมีความสำคัญต่อความสำเร็จของ กิจกรรม เช่น ลูกค้า ผู้ส่งมอบ มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญต่อการผลิต และ/หรือการบริการตลอดจนการปรับปรุง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขั้นพื้นฐาน (primary stakeholders) คือ บุคคลหรือกลุ่มบุคคล ผู้ซึ่งได้รับผลกระทบจากกิจกรรม ซึ่ง อาจจะได้รับผลกระทบทางบวกหรือทางลบได้ โดยทั่วไปจะเป็นองค์การที่เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) เช่น ผู้บริโภค (consumer) ตัวแทนทางการค้า (dealer) ผู้ผลิตในขั้นต้น (primary production) จะได้รับผลกระทบจากการ […]

193 total views, no views today

By อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์ | อาจารย์ วราภรณ์ สุขแสนชนานันท์
DETAIL
TOP