(ภาษาไทย) การจัดการความรู้ในงานก่อสร้าง

เป็นที่ยอมรับกันว่าความรู้นั้นจำเป็นสำหรับองค์การทุกประเภท ทั้งที่เป็นองค์การเชิงธุรกิจและไม่ใช่ธุรกิจ ในธุรกิจก่อสร้างความรู้จะเกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงานและในทุกกระบวนการก่อสร้าง โดยมีทั้งความรู้โดยชัดแจ้ง (Explicit knowledge) และความรู้โดยนัย (Tacit knowledge) ความรู้โดยชัดแจ้ง ได้แก่ สิ่งที่เป็นกฎเกณฑ์หรือหลักเกณฑ์ในการทำงาน อาทิ หลักหรือกฎเกณฑ์การคำนวณเพื่อออกแบบวิศวกรรมโครงสร้าง หลักการออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อให้อาคารใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์ เป็นต้น สำหรับความรู้โดยนัย จะได้แก่ ความรู้ที่เกิดขึ้นในตัวบุคคลแต่ละฝ่าย เป็นความรู้ที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงาน อาทิ ผู้ประมาณราคาจะเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเองในการเผื่อเปอร์เซ็นต์ความเสียหายของวัสดุก่อสร้างประเภทต่างๆ เช่น เหล็กเส้น กระเบื้องเซรามิก ฯลฯ เป็นต้น ความรู้ที่เกิดขึ้นในงานก่อสร้างนั้นมีความหลากหลายยากแก่การเก็บรวบรวม หรือยากที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาแบ่งปันหรือถ่ายโอนระหว่างบุคคล หรือระหว่างองค์การได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าหากไม่มีระบบการจัดการความรู้ที่ดี จะมีความรู้ที่มีค่าที่สูญหายไประหว่างการทำงานก่อสร้างจำนวนมาก ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเนื่องจากเหตุผลที่ว่า
  • อุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และมีกระบวนการดำเนินงานที่ซับซ้อน มีสัดส่วนของบริษัทก่อสร้างขนาดเล็กจำนวนมาก และบริษัทขนาดเล็กดังกล่าวยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความรู้
  • งานก่อสร้างมีบุคลากรผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย และมีความรู้เกิดขึ้นในทุกฝ่าย หากแต่ละฝ่ายต่างคิดว่าความรู้ที่เกิดขึ้นในองค์การของตนเป็นความรู้ในกรอบและเงื่อนไขเฉพาะของตนหรือเกิดขึ้นตามข้อจำกัดเฉพาะองค์กรของตนซึ่งแตกต่างจากองค์การอื่น จึงไม่เห็นถึงความสำคัญในการแบ่งปันหรือถ่ายโอนความรู้ให้แก่กัน
  • ในกระบวนการคัดเลือกผู้ทำการก่อสร้างให้เข้ารับงานก่อสร้างนั้น จะพิจารณาจากการเสนอราคาที่ส่วนใหญ่เจ้าของโครงการจะเลือกผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดเป็นหลัก ผู้เสนอราคาแต่ละรายจึงเปรียบเสมือนคู่แข่งขันที่ต่างฝ่ายต่างต้องเก็บข้อมูลของตนไว้เป็นความลับ ดังนั้นการคัดเลือกผู้ทำการก่อสร้างวิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้เกิดการขัดขวางแนวคิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ระหว่างองค์การขึ้น
  • ลักษณะเฉพาะหรือธรรมชาติของงานก่อสร้าง ที่เปลี่ยนกลุ่มผู้ทำงานหรือทีมงานก่อสร้างไปตามโครงการ อาจกล่าวได้ว่าโครงการก่อสร้างทุกโครงการจะแตกต่างกันไป ถึงแม้ว่าจะใช้แบบรูปและรายการละเอียด (drawing and specification) แบบเดียวกันก็ตาม เพราะเมื่อสถานที่ก่อสร้างเปลี่ยน ทีมงานก่อสร้างเปลี่ยน เงื่อนไขทางด้านเวลาทำการก่อสร้างเปลี่ยน ก็จะทำให้โครงการนั้นมีความแตกต่างกัน ซึ่งมีผลทำให้แต่ละโครงการไม่ค่อยมีการเก็บรวบรวมความรู้อย่างเป็นทางการมากนัก นอกจากนี้องค์การก่อสร้างส่วนใหญ่มักขาดแรงจูงใจในการประเมินผลการทำงาน
ความท้าทายในการจัดการความรู้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างได้รับการจุดประกายใน Harvard Business Review ซึ่งให้ความหมายของการจัดการความรู้ว่า The way companies generate, communicate and leverage their intellectual assets.” ซึ่งถ้าวิเคราะห์ถึงความหมายดังกล่าวให้ละเอียดแล้ว พบว่ามีกุญแจสำคัญของการจัดการความรู้ในงานก่อสร้างอยู่ 5 ประการ คือ
  1. The way” : ซึ่งหมายความว่าองค์การก่อสร้างควรนำแนวทางการจัดการความรู้มาใช้ในองค์การ อย่างไรก็ตามไม่มีแนวทางการจัดการความรู้ใดที่ถูกต้องที่สุด หรือไม่มีแนวทางใดที่เป็นมาตรฐาน องค์การก่อสร้างจะต้องพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้ของตนขึ้นมาให้สอดคล้องกับบริบทและวัตถุประสงค์ขององค์การของตนเอง
  2. Generate” : จะบอกเป็นนัยให้เห็นว่าองค์การก่อสร้างจำเป็นต้องสรรหาและคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงาน เพื่อที่จะได้นำความรู้ที่อยู่ในตัวบุคลากรเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  3. Communicate” : เสริมให้เห็นว่าความรู้จะไม่งอกเงยขึ้น ถ้าไม่มีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันในองค์การ ในทีมงานของโครงการก่อสร้าง หรือแม้กระทั่งในวงการอุตสาหกรรมการก่อสร้าง
  4. Leverage” : เป็นการสนับสนุนให้เห็นถึงความจำเป็นของการใช้ความรู้ในโครงการก่อสร้าง ถ้าหากไม่มีการนำความรู้ที่เกิดขึ้นในโครงการก่อสร้างไปประยุกต์ใช้ ความรู้ที่เกิดขึ้นก็สูญเปล่าไม่เกิดประโยชน์
  5. Intellectual Assets” : เป็นการย้ำให้ตระหนักว่า บุคคลและความรู้ที่ได้รับจากบุคคลเหล่านั้นมีค่าเสมือนสินทรัพย์ องค์การก่อสร้างที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมให้มีการนำความรู้ของบุคคลทั้งจากภายในและภายนอกองค์การมาใช้นั้น จะส่งผลให้องค์การนั้นๆ มีความสามารถหรือศักยภาพในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี
การจัดการความรู้ในงานก่อสร้างที่ดีนั้นจะต้องอาศัยผู้ที่มีความรอบรู้ที่สามารถบูรณาการข้อมูลและสารสนเทศในองค์การให้เกิดเป็นความรู้ให้ได้ (ภาพที่ 1) p15 ภาพที่ 1  ความรู้ที่ใช้สนับสนุนการตัดสินใจ อาจสรุปได้ว่าการจัดการความรู้ในองค์การก่อสร้างมีทางเลือกหลักๆ สองทาง ทางแรก คือ การค้นคว้าและแสวงหาเอกสาร ฐานข้อมูลของความรู้ทางด้านมาตรฐาน ข้อกำหนด และกฎเกณฑ์ต่างๆ สำหรับความรู้ที่เป็นความรู้โดยชัดแจ้ง เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงานก่อสร้าง ในขณะเดียวกันก็ค่อยๆ ส่งเสริมให้บุคลากรทุกฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนความรู้หรือความคิดเห็นในความรู้แต่ละเรื่องนี้ ทางเลือกอีกทางหนึ่ง คือ ในเบื้องต้นองค์การจะเน้นความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคลและพัฒนาแนวทางที่จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคลเหล่านั้นอันจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างความรู้ใหม่ๆ ขึ้นในองค์การและบันทึกเป็นเอกสารไว้ การที่จะสร้างความสมดุลระหว่างความรู้โดยชัดแจ้งและความรู้โดยนัยให้เกิดขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแต่ละองค์การ องค์การที่เน้นในเรื่องมาตรฐาน ข้อกำหนด หรือหลักเกณฑ์ต่างๆ ก็อาจให้ความสำคัญกับความรู้โดยชัดแจ้งเป็นหลัก ในขณะที่บางองค์การที่เน้นเรื่องความรู้เฉพาะที่มีอยู่ในตัวบุคคลก็อาจให้ความสำคัญกับความรู้โดยนัย ทั้งนี้แต่ละองค์การจะต้องบูรณาการความรู้ทั้งสองประเภทให้สมดุลและมีประสิทธิภาพ บทสรุปของการจัดการความรู้ในงานก่อสร้าง การถ่ายโอนความรู้ระหว่างบุคคลในองค์การก่อสร้างเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก ถึงแม้ว่าบุคลากรทุกคนตระหนักว่าการแบ่งปันความรู้เป็นสิ่งที่ดีและการแบ่งปันความรู้ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้ที่ตนมีอยู่นั้นลดน้อยลง แต่หลายคนกลับมีความรู้สึกว่ากว่าที่ตนเองจะสะสมความรู้และประสบการณ์มาได้นั้น ต้องแลกเปลี่ยนกับหลายสิ่งหลายอย่าง การแบ่งปันความรู้จะมีผลทำให้ตนเองลดบทบาทและความสำคัญลง เมื่อมีระบบการจัดการความรู้แล้วองค์การสามารถดำเนินได้โดยไม่ต้องพึ่งความสามารถของบุคลากรที่มีความรู้อีกแล้ว ดังนั้นจึงนับเป็นภาระที่ท้าทายที่ผู้บริหารองค์การก่อสร้างที่จะต้องสร้างความเข้าใจในประโยชน์ของระบบการจัดการความรู้ในงานก่อสร้าง การให้ความมั่นใจต่อความมั่นคงในตำแหน่งหน้าที่การงานของบุคลากรทุกคน การสร้างแรงจูงใจหรือระบบการให้รางวัล รวมถึงการเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมที่จะแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ผู้บริหารองค์การอาจเริ่มจากการจัดการความรู้โดยแยกเป็นประเด็นสำคัญๆ ได้แก่ คน (people) กระบวนการ (process) และเทคโนโลยี (technology) ในเบื้องต้นก่อน จากความเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ในปัจจุบัน เราคงไม่อาจหลีกเลี่ยงกับคำว่า ”การจัดการความรู้ หรือ Knowledge Management หรือ KM ได้พ้น นับวันคำคำนี้จะมีบทบาทต่อวงการก่อสร้างมากยิ่งขึ้น ดังนั้นสำหรับองค์การที่คิดจะเริ่มนำเอาระบบการจัดการความรู้มาใช้นั้น มีข้อแนะนำว่า ขอให้เริ่มต้นทันที อย่ามัวแต่รีรอ มิฉะนั้นจะก้าวไม่ทันคู่แข่งขันในวงการอย่างแน่นอน “Knowledge Management is never zero based: to make it work you need to recognize that you are already doing it.” (Birkenshaw) หรือ “Think BIG, Act SMALL, Begin NOW.” (Rockeyfeller)   บรรณานุกรม Anumba, Chimay J., Egbu, Charles O. and Carrillo, Patricia M. Knowledge management in construction Blackwell Publishing: Oxford, 2005. Bikenshaw, J. Why is knowledge management so difficult? Business Strategy Review, 2(1), 11-18, 2001.

251 total views, 2 views today

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.