Blog 5 (11-4-63) การวางแผนภาษีเงินได้นิติบุคคลเกี่ยวกับค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน

Blog 5 (11-4-63) การวางแผนภาษีเงินได้นิติบุคคลเกี่ยวกับค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้นจากการที่กิจการมีทรัพย์สิน หรือรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน (Capital Expenditure) ซึ่งกิจการสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนภาษีอากรตามหลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาฯ ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 3/2527 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2527 ดังต่อไปนี้ 1. การจำแนกประเภททรัพย์สินที่หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้และไม่ได้ออกจากกัน 2. การจำแนกประเภททรัพย์สินที่หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่มีอัตราแตกต่างกัน 3. เลือกใช้วิธีการทางบัญชี เพื่อการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อราคาที่สอดคล้องกับ สภาพการใช้ทรัพย์สิน และในขณะเดียวกันที่อำนวยประโยชน์แก่กิจการได้สูงสุด อนึ่ง บทบัญญัติที่อ้างถึงที่นี้ ถ้ามิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่นให้หมายความถึงบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร 1. การจำแนกประเภททรัพย์สินที่หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้และไม่ได้ออกจากกัน จำแนกประเภททรัพย์สินที่สามารถหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้ กับประเภทที่ไม่สามารถหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการนำไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรหรือขาดทุนสุทธิ 1.1 ทรัพย์สินที่สามารถหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้ หมายถึง ทรัพย์สินถาวรทั่วไปที่โดยสภาพของทรัพย์สินอาจสึกหรอหรือเสื่อมราคาได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะมีรูปร่างหรือมีตัวตนหรือไม่ก็ตาม เช่น 1.1.1 อาคาร (1) อาคารถาวร (2) อาคารชั่วคราว 1.1.2 ต้นทุนเพื่อการได้มาซึ่งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สูญสิ้นไปได้ 1.1.3 ต้นทุนเพื่อการได้มาซึ่งสิทธิการเช่า อาทิ เงินกินเปล่า เงินช่วยค่าก่อสร้างค่าแห่งอาคาร หรือโรงเรือนที่ได้โอนเป็นกรรมสิทธิของเจ้าของที่ดินเมื่อสร้างเสร็จ ซึ่งตอบแทนสิทธิการเช่าอันมีระยะเวลา 1.1.4 ต้นทุนเพื่อการได้มาซึ่งสิทธิในกรรมวิธี สูตร กู๊ดวิล เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร สิทธิประกอบกิจการตามใบอนุญาต ลิขสิทธิ หรือสิทธิอย่างอื่น 1.1.5 ทรัพย์สินอย่างอื่น เช่น รถยนต์ เครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องตกแต่งสำนักงาน เป็นต้น 1.2 ทรัพย์สินที่ไม่สามารถหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้ หมายถึง ทรัพย์สินถาวรที่โดยสภาพของทรัพย์ไม่อาจสึกรอหรือเสื่อมราคาได้ ได้แก่ ที่ดิน เพชรพลอยอัญมณี แร่ธาตุ รวมทั้งทรัพย์สินถาวรที่ยังไม่พร้อมจะใช้งาน เช่น อาคารระหว่างก่อสร้าง เครื่องจักรระหว่างติดตั้ง เป็นต้น 2. การจำแนกประเภททรัพย์สินที่หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่มีอัตราแตกต่างกัน แยกประเภททรัพย์สินที่สามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ในอัตราที่แตกต่างกันออกต่างหากจากกัน ได้แก่ อาคารและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ในอาคารแม้จะติดตรึงกับตัวอาคาร อาทิ อุปกรณ์ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์เครื่องปรับอากาศ ซึ่งในขณะที่อาคารถูกกำหนดให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา ในอัตราต่ำเพียงไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าต้นทุนเท่านั้น แต่ทรัพย์สินประเภทอื่นๆ ดังกล่าว กฎหมายยอมให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้ถึงร้อยละ 20 ของมูลค่าต้นทุน ทรัพย์สินถาวรบางประเภทไม่สามารถหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้ มูลค่าต้นทุนทรัพย์สินที่จะหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา มีหลักเกณฑ์พอสรุปได้ดังนี้ 2.1 ต้นทุนเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สิน (Cost of Acquisition of Asset) หมายถึง รายจ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สิน และรายจ่ายเกี่ยวกับทรัพย์สิน ในช่วงระยะเวลาก่อนที่ทรัพย์สินนั้นพร้อมจะใช้งาน ดังต่อไปนี้ 2.1.1 ค่าซื้อทรัพย์สิน 2.1.2 ค่าอากรขาเข้า ค่าภาษีสรรพสามิต ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายที่ดิน 2.1.3 ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มเฉพาะสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต รวมทั้งทรัพย์สินที่มิได้มีไว้เพื่อการประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น กิจการธนาคารพาณิชย์ กิจการเงินทุน กิจการหลักทรัพย์กิจการเครดิตฟองซิเอร์ กิจการประกันภัย กิจการโรงรับจำนำ กิจการค้าอสังหาริมทรัพย์ และกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มอื่นๆ 2.1.4 ค่าขนส่งขาเข้า (Transportation Fee) 2.1.5 ค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง (Installation Fee) 2.1.6 ค่าใช้จ่ายในการทดลองเดินเครื่องจักร (Running Test) หักรายได้จากการขายผลิตผลที่ได้จากการทดลองเดินเครื่อง 2.1.7 ค่าโสหุ้ยต่างๆ (Overhead) 2.1.8 ดอกเบี้ย (Interest Expense) จากการกู้ยืมเงินที่ได้จ่ายไปในระหว่างซื้อทรัพย์สิน หรือก่อสร้างอาคารหรืออสังหาริมทรัพย์ จนกระทั่งทรัพย์สิน หรืออาคาร หรืออสังหาริมทรัพย์นั้นพร้อมที่จะใช้งาน รวมทั้งดอกเบี้ยเนื่องจากการกู้ยืมเงินเพื่อการซื้อที่ดิน 2.2 รายจ่ายที่เกิดขึ้นภายหลังที่ทรัพย์สินนั้นๆ พร้อมที่จะใช้งานแล้ว ดังต่อไปนี้ โดยให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเสมือนเป็นทรัพย์สินใหม่ 2.2.1 รายจ่ายในการต่อเติมทรัพย์สิน 2.2.2 รายจ่ายในการเปลี่ยนแปลงสภาพของทรัพย์สิน 2.2.3 รายจ่ายในการขยายทรัพย์สินออกไป 2.2.4 รายจ่ายในการทำให้สภาพของทรัพย์สินดีขึ้นไปกว่าสภาพ ณ วันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาที่มิใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม 2.3 ทรัพย์สินประเภทรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนหรือรถยนต์นั่งที่ได้มาระหว่างรอบระยะเวลาบัญชีปี 2527 – 2531 ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุน เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 500,000 บาท แต่ถ้าได้มาตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่1 มกราคม 2532 เป็นต้นมา ให้หักค่าสึกหรอค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุนเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 1,000,000 บาท นอกจากนี้ ต้องพึงเข้าใจว่าทรัพย์สินประเภทรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนนั้น ในทางภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ยอมให้กิจการนำภาษีซื้อมาเครดิตหักออกจากภาษีขาย จึงต้องนำภาษีซื้อไม่ว่าจะเกิดจากการซื้อ เช่าซื้อ หรือรับโอนรถยนต์ดังกล่าวมารวมเป็นมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินเพื่อการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา และโดยที่กฎหมายยอมให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคารถยนต์ดังกล่าวจากมูลค่าต้นทุนไม่เกิน 1,000,000 บาท เท่านั้น ดังนั้น หลักเกณฑ์การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจึงแตกต่างกันระหว่างในทางบัญชีและทางภาษีอากร ผู้ประกอบการจึงต้องคำนึงถึงกำไรหรือขาดทุนจากการขายทรัพย์สินซึ่งย่อมมีจำนวนแตกต่างกัน เมื่อมีการขายรถ ยนต์ดังกล่าวไปภายหลัง ทั้งนี้ เพื่อการเสียภาษีเงิน ได้ให้ถูกต้องต่อไป 2.4 กรณีตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้นตามมาตรา 65 ทวิ (3) ก่อนรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2535 และราคาที่ตีเพิ่มขึ้นนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามกฎหมายใดๆ (ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิ) ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้จากราคาส่วนที่ตีเพิ่มขึ้นของทรัพย์สินนั้น ตามวิธีการทางบัญชีและอัตราที่ใช้อยู่นับแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ตีราคาเพิ่มขึ้น ในกรณีที่ทรัพย์สินที่มีการตีราคาเพิ่มขึ้นนั้นเป็นรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน หรือรถยนต์นั่ง ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่ตีเพิ่มขึ้น เฉพาะส่วนที่รวมกับมูลค่าต้นทุนเดิมแล้วไม่เกิน 1,000,000 บาท (ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชี 2532 เป็นต้นไป) และสำหรับรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่ซื้อมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2525 หากมีภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีซื้อ) ที่ต้องชำระหรือพึงต้องชำระให้นำมาถือรวมเป็นมูลค่าต้นทุนของรถยนต์ดังกล่าวเพื่อการคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา กรณีตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้นตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2535 เป็นต้นไป ไม่ต้องนำราคาที่ตีเพิ่มมารวมคำนวณกำไรสุทธิสำหรับการคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อม ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราเดิมที่ใช้อยู่ก่อนตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 2.5 ทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อหรือโดยการซื้อขายเงินผ่อนมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้น ให้ถือตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมด แต่ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่จะนำมาหักในรอบระยะเวลาบัญชี จะต้องไม่เกินค่าเช่าซื้อหรือราคาที่จะต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น 2.6 การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินไม่ว่ากรณีใด จะหักจนหมดมูลค่าของต้นทุนของทรัพย์สินนั้นไม่ได้ (เว้นแต่ทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่าง เช่น ต้นทุนเพื่อการได้มาซึ่งสิทธิต่างๆ ที่มีอายุการใช้งานจำกัดก็อาจหักค่าสึกหรอจนหมดมูลค่าต้นทุนได้) ซึ่งตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 3/2527 กำหนดให้คงเหลือมูลค่าทรัพย์สินไว้ไม่น้อยกว่า 1 บาท

779 total views, 4 views today